ผับดังย่านปทุมวันโดนแล้ว ฝ่ายปกครองบุกทลาย ผงะ!ยาเสพติดเกลื่อน


11 มิ.ย.2565 - เจ้าหน้าที่กรมการปกครอง ร่วมกับตำรวจ สน.ปทุมวัน บุกเข้าตรวจค้นแวมไพร์ผับ ย่านรองเมือง ซอย 5 เขตปทุมวัน หลังได้รับแจ้งว่าผับแห่งนี้เปิดให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าใช้บริการ ตั้งแต่เวลา 23.00-04.00 น.เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ตลอดจนมีการลักลอบค้าประเวณี และมีแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายสัญชาติลาวและเมียนมาทำงานอยู่ภายในสถานบริการ รวมทั้งอาจมีการมั่วสุมเสพยาเสพติด

เบื้องต้นพบว่าสถานบริการดังกล่าว มีทางเข้าลึกลับ ด้านหน้าไม่มีป้ายบอกชื่อผับ และมีลักษณะเป็นทางเข้าอาคารพาณิชย์ปกติ ที่ต้องผ่านประตูเหล็ก เมื่อเข้ามาแล้ว จะมีประตูลับชั้นที่ 2 ก่อนเข้าสู่ตัวผับ และจากการตรวจค้นพบนักท่องเที่ยวชายหญิง ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรวมไม่ต่ำกว่า 500 คน และเบื้องต้นในจำนวนนี้พบวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 20 ปีเข้าใช้บริการอย่างน้อย 5 คน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำนักท่องเที่ยวทั้งหมดไปตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด เบื้องต้นพบปัสสาวะม่วงจำนวนหลายราย

นอกจากนี้ยังพบไอซ์ และ ยาอี แบ่งอยู่ในถุงซิปขนาดเล็ก ทั้งยังมียาเสพติดบางส่วนถูกห่อซุกซ่อนในธนบัตรอีกจำนวนหนึ่ง หล่นอยู่ตามพื้น เจ้าหน้าที่จึงได้ตรวจยึดไว้เป็นของกลาง

นายรณรงค์ ทิพย์ศิริ ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายพนักงานฝ่ายปกครอง กรมการปกครอง เปิดเผยว่า สถานที่แห่งนี้เคยเป็นอู่ซ่อมรถ แล้วดัดแปลงเป็นผับ ให้บริการชาวต่างชาติ แต่ถูกสั่งปิดตามคำสั่ง คสช. ไปเมื่อประมาณปี 2561 แต่กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเจ้าของปัจจุบันที่เป็นชาวไทยอ้างว่าได้เซ้งกิจการมาจากเจ้าของเดิม โดยไม่มีใบอนุญาตประกอบสถานบริการ และอ้างว่าไม่ทราบว่ามีคำสั่งปิด 5 ปี อย่างไรก็ตามผับแห่งนี้มีรั้วติดกับสถานศึกษา ซึ่งตามกฎหมายแล้วจะต้องปิดถาวร ไม่สามารถเปิดให้บริการได้อีก

นอกจากนี้เมื่อดูจากพฤติการณ์และแนวทางการสืบสวนเชื่อว่าเจ้าของมีเจตนาอำพรางปกปิดทางเข้าสถานบริการชัดเจน และน่าจะรู้เห็นกับการจัดให้มีการมั่วสุมเสพสารเสพติดด้วย เนื่องจากเจ้าหน้าที่พบพิรุธลักษณะจัดให้เสพยาเสพติดภายในห้องน้ำ โดยมีการ์ดเฝ้าหน้าห้อง

เบื้องต้นตำรวจเตรียมดำเนินคดีกับเจ้าของผับในหลายข้อหา ทั้งเรื่องการประกอบธุรกิจสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต , การจำหน่ายสุราเกินเวลา และจำหน่ายสุราให้กับเยาวชน , จัดให้มีการมั่วสุม และเสพยาเสพติด , และความผิดตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สืบนครบาล 7 จับ 'ยาไอซ์' ล็อตใหญ่ 1,110 กก. ลำเลียงเข้ากรุงเทพฯ

กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) แถลงข่าวร่วมกันจับกุมขบวนการ ลักลอบขนยาไอซ์น้ำหนัก 1,110 กก. ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขามัญจาคีรี ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น

ปิดล้อมทั่วไทย ทลาย 1,756 เครือข่าย ยึดยาบ้า 129 ล้านเม็ด

สตช. แถลงผลปฏิบัติการเดือนกุมภาพันธ์ จับกุม 17,355 คดี ผู้ต้องหา 17,419 ราย ยึดของกลางจำนวนมหาศาล อายัดทรัพย์กว่า 731 ล้านบาท พร้อมยกระดับปฏิบัติการเชิงรุกสกัดวงจรค้ายา ลดเหตุรุนแรงในชุมชนทั่วประเทศ

จับหนุ่มส่งยาบ้า 2 หมื่นเม็ด ซุกกล่องพัสดุ ผ่านขนส่งเอกชน

พ.ต.อ.สมศักดิ์ ทองเกลี้ยง ผกก.สภ.วิชิต เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 14 ก.ย.68 ที่ผ่านมาได้รับการประสานจาก ตชด.425 ว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดมาในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต โดยขนส่งผ่านช่องทางขนส่งเอกชน สาขาวิรัชหงษ์หยก ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต

ซวยแท้! ตร.เรียกตักเตือนโชว์เฟอร์รถทัวร์แต่ออกอาการเจอค้นพบทั้งยาบ้าทั้งเสพ

โชว์เฟอร์รถทัวร์กรุงเทพฯ-กระบี่ซิ่ง ตำรวจเรียกตักเตือนโป๊ะแตกอาการออก ค้นตัวพบยาบ้า 11 เม็ด สารภาพเสพมาแล้ว 4 เม็ด

ขนส่งฯลุยติด‘QR Code’โชว์ตัวตนคนขับแท็กซี่ติดตามเดินทางแบบเรียลไทม์

'ขนส่งฯ'งัดมาตรการคุมเข้มแท็กซี่นอกรีต ลุยติด ‘QR Code’ ในแท็กซี่เชื่อม Thai ID ระบุตัวตนผู้ขับขี่และติดตามการเดินทางแบบเรียลไทม์ เร่งเครื่องยกระดับความปลอดภัยให้ผู้โดยสาร เริ่มติด 2 ก.พ. ตั้งเป้าครอบคลุมแท็กซี่กว่า 7 หมื่นคันภายในมิ.ย.นี้ เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นระบบขนส่งสาธารณะ

ตร. เตือนร้านทองในพื้นที่เสี่ยงกว่า 100 แห่งทั่วกรุง ร่วมมือจัดทำแผนเผชิญเหตุปล้นทรัพย์

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมกำหนดมาตรการป้องกันเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองคำหนัก 198 บาท พร้อมเงินสด 170,000 บาท จากร้านทองออโรร่า ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง