15 มิ.ย.2565 - ที่ สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.ประเสริฐสุข เฮงสุวรรณ์ ผกก.สภ.พระประแดง พ.ต.ท.ธนกฤต รวยอารี รอง ผกก.สส.พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ได้ร่วมกันจับกุม 4 ผู้ต้องหาแก๊งรถจักรยานยนต์ ประกอบด้วย 1,นายสมรักษ์ นาคแจ่มใส อายุ 22 ปี 2,นาย เมศ (นามสมมุติ) อายุ 18 ปี 3, ด.ช.แดง (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี และ นาย วี (นามสมมุติ) อายุ 17 ปี และตรวจยึดของกลางได้เป็นรถจักรยานยนต์ที่ตระเวนก่อเหตุมาจำนวน 11 คัน และโครงรถจักรยานยนต์ที่ถอดชิ้นส่วนออกหมดแล้วจำนวน 2 โครงพร้อมด้วยชิ้นส่วนอีกจำนวนหนึ่ง โดยจับกุมได้ที่บ้านพักหลังหนึ่ง หมู่ 1 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ
ทั้งนี้สืบเนื่องจากก่อนหน้านี้ในพื้นที่อำเภอพระประแดง ได้เกิดเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ขึ้นบ่อยครั้ง โดยเฉพาะล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2565 ได้มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.พระประแดง ว่าถูกคนร้ายลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ในลานจอดหน้าอาคารสันติดรุณ ต.บางครุ อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ภายในคืนเดียว 3 คันรวด ซึ่งจากการตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดได้พบว่า คนร้ายที่ก่อเหตุทั้ง 3 ครั้งเป็นคนร้ายกลุ่มเดียวกัน จึงเร่งทำการสืบสวนจนกระทั่งพบว่ารถจักรยานยนต์ที่ถูกก่อเหตุไป ได้มีชาวบ้านพบเห็นมีคนไปขี่อยู่ในพื้นที่ ต.บ้านคลองสวน อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ
วานนี้ที่ 14 มิถุนายน 2565 พ.ต.ท.ธนกฤต รวยอารี รอง ผกก.สส.ได้นำทีมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ลงพื้นที่ และตรวจสอบกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง ที่คาดว่าคนร้ายใช้ในการหลบหนี และได้พบรถจักรยาน ซึ่งติดแผ่นป้ายตรงตามรถจักรยานยนต์ที่แจ้งเอาไว้ จึงทำการซุ่มรอ จนกระทั่งมีนายสมรักษ์ นาคแจ่มใส อายุ 22 ปี และนายเมศ อายุ 18 ปี และ ด.ช.แดง อายุ 14 ปี มาช่วยกันทำการเคลื่อนย้ายรถจักรยานยนต์คันดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงได้แสดงตัวเข้าทำการจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดเอาไว้ได้ ก่อนทำการขยายผลจับกุมตัวนาย วี อายุ 17 ปี ได้ที่บ้านพักหลังหนึ่ง หมู่ 1 ต.แหลมฟ้าผ่า อ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ และทำการตรวจยึดของกลางที่ร่วมกันก่อเหตุมาได้จำนวนมาก ก่อนคุมตัวมาทำการสอบสวนที่ สภ.พระประแดง
พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย รอง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ เปิดเผยว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุที่จับกุมมาได้นั้นเป็นเด็กวัยรุ่น อายุ 14-17-18-22 ปี พฤติกรรมก็คือจะรวมตัวกันแล้วและพากันไปตระเวนลักรถจักรยานยนต์ แต่จุดประสงค์ไม่ได้เอาไปขาย แต่เอาไปเพื่อเปลี่ยนอะไหล่ เช่นเปลี่ยนชุดสี เปลี่ยนเครื่อง เปลี่ยนท่อ เปลี่ยนเรือนไมล์ และปลดทะเบียนทิ้ง และก็เอาไปขี่เล่นกัน พอไม่ถูกใจก็ไปลักมาใหม่ ของกลางจึงได้มาเป็นทั้ง 11 คัน เป็นของพื้นที่พระประแดง 6 คัน ของ สภ.สาขลา 1 คัน และพระสมุทรเจดีย์ อีก 2 และผู้เสียหายยังไม่มาอีก 2 ราย รวมทั้งหมดเป็น 11 คันโดยพฤติกรรม จะพากันขี่รถจักรยานยนต์ไปดูตามหอพัก รถพวกที่ไม่ได้มีการล็อกโซ่เอากับราวเหล็ก ก็จะลงมือโดยการใช้เท้าถีบตัวล็อกคอรถหัก และใช้ลวด 2 อันและบิดสตาร์ทขี่ออกไปเลย ซึ่งตนเองไม่เชื่อว่าจะก่อเหตุมาแค่นี้ จึงสั่งให้ทำการขยายผลต่อ เพราะในเรื่องนี้ท่าน ผบ.ตร.ถือว่าเป็นความเดือดร้อนของรากหญ้า ผู้เสียหายต้องมานั่งผ่อนกุญแจ ซึ่งในเรื่องนี้ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ จะไม่ทิ้งเรื่องเล็ก ๆ แบบนี้ ตั้งแต่ตนมารับตำแหน่งได้ครึ่งปี ก็จับกุมผู้ก่อเหตุประเภทนี้มา 5-6 แก๊งแล้ว ซึ่งในเรื่องนี้ตนจะได้ส่งเจ้าหน้าที่สืบสวนจังหวัดมาช่วยในการสอบขยายผล ซึ่งอาจจะพ่วงถืงแก๊งอื่น ๆ ต่อไป
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาว่า ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุมหรือรับของโจร ก่อนคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.พระประแดง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
6 แรงงานเมียนมา รุมกระทืบคนไทย แค่ต่อว่าเคาะห้องผิด
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ รับแจ้งว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายกัน หอพักแห่งหนึ่งภายในซอยเทพารักษ์ 90 ตำบลเทพารักษ์
สงกรานต์พระประแดงเดือด! โจ๋เมายิงสามีดับ เมียเจ็บ
พ.ต.อ.อภิชาติ ทองแพ ผกก.สภ.พระประแดง รับรายงานมีเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธปืน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'
20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.
หนุ่มพม่า ล้วงอกสาวกลางงานสงกรานต์ สุดท้ายถูกกระทืบน่วม
เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางเสาธง รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทและทำร้ายร่างกายกันมีผู้บาดเจ็บ บริเวณปากซอย ฝ 5 ชุมชนการเคหะเมืองใหม่บางพลี ตำบลบางเสาธง อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งเป็นจุดที่มีการเล่นน้ำสงกรานต์และมีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
ปิดอ่าวบางเสร่ บุกจับลูกเรือเขมรย่องลักทรัพย์ยายวัย 77
สืบสวนสัตหีบ ปิดอ่าวบางเสร่ บุกจับลูกเรือเขมรย่องลักทรัพย์ยายวัย 77 หาเงินหมั้นขอสาวเป็นเมีย
ล่าระทึกบางพลี จับ 'ชเว' ตัวการยาเสพติดข้ามชาติ หนีหมายแดงกบดานบ้านหรู
ตำรวจไทยประสานกำลังตำรวจเกาหลีใต้ รวบเอเย่นต์รายสำคัญตามหมายแดงอินเตอร์โพล หลบหนีเข้าประเทศผิดกฎหมาย พร้อมยึดอุปกรณ์สื่อสารจำนวนมาก ขยายผลเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ

