ปัตตานีปะทะเดือด! วิสามัญผู้ต้องหา 4 หมายจับ ยึดปืน-ระเบิด โยงบึ้มกรุงเทพฯ

5 ก.ค.2565 - เมื่อเวลา 06.00 น. พลโทเกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้รับรายงานจากสายข่าวว่า พบความเคลื่อนไหวของกลุ่มก่อความไม่สงบเข้ามากบดานในพื้นที่ ต.คลองมานิง อ.เมือง จ.ปัตตานี จึงเกรงว่าอาจจะมีแผนการเตรียมที่จะก่อเหตุในพื้นที่ จึงได้สั่งการให้ชุดหน่วยปฏิบัติการณ์ร่วมปัตตานี เข้าทำการปิดล้อมตรวจค้นตามแผนยุทธศาสตร์ โดยมี พ.อ.อิสรา จันทะกระยอม ผบ.กองกำลังทหารพรานชายแดนภาคใต้ พ.อ.ทวีพร คณะทอง ผบ.ทพ.43 นำกำลังเข้าทำการปิดล้อม

เมื่อไปถึงบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียว และในระหว่างที่เจ้าหน้าที่เตรียมกระจายกำลังปิดล้อม เพื่อปิดกั้นการหลบหนีและเตรียมที่จะทำการเจรจาเพื่อให้ผู้ต้องสงสัยอยู่ภายในบ้านออกมาแสดงตัวนั้น ปรากฏว่าคนร้ายได้กระโดดออกจากหน้าต่างข้างบ้านพร้อมกับใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่หวังเพื่อเปิดเส้นทางหลบหนี แต่ถูกเจ้าหน้าที่ยิงสวนกลับมาเป็นเหตุให้เสียชีวิตทันที ทราบชื่อ นายมะยากี มะลาชิง อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 ต.ตะบิ้ง อ.สายบุรี จ.ปัตตานี ข้างตัวด้านขวาพบอาวุธปืน ขนาด 11 มม. จำนวน 1 กระบอก และระเบิดแบบไปป์บอม จำนวน 2 ลูก เจ้าหน้าที่เก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการตรวจสอบพบว่ามีหมายจับคดีความมั่นคง จำนวน 4 หมาย และยังมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ลอบวางระเบิดกรุงเทพฯ เมื่อ ปี62

เมื่อเสียงปืนสงบไม่นาน เจ้าหน้าที่จึงทำการเจรจาอีกครั้ง เกรงว่าจะมีคนร้ายอีก แต่ไม่มีใครตอบรับ จึงทำการเรียกโต๊ะอีหม่ามในพื้นที่เข้าทำการเจรจา กระทั่งมีหญิงวัยกลางคน พร้อมเด็กเดินออกมา เจ้าหน้าที่จึงทำการให้ทุกคนลดอาวุธลง และเข้าไปรับออกมาอยู่ในที่ปลอดภัย ภายหลังจึงทราบว่าเป็นภรรยาของผู้ตาย

สำหรับผู้ตายนั้น เดิมอยู่ อ.สายบุรี ได้ย้ายมาอยู่บ้านภรรยา ต.คลองมานิง อ.เมือง หลังจากแต่งงานได้ไม่ถึงปี โดยภรรยามีลูกติดมา 1 คน

สำหรับการปิดล้อมตรวจค้นครั้งนี้ สืบเนื่องจาก หน่วยงานความมั่นคงได้รับแจ้งว่า พบความเคลื่อนไหวกลุ่มของ นายยุครี การี แกนนำระดับปฏิบัติที่ขยายผลจากกรณีปิดล้อมตรวจค้นจับกุมนาย คริสมันต์ อาลี ในพื้นที่ ต.เกะรอ อ.รามัน เมื่อปลายเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทำให้รับทราบ นายยุครีและพวกได้เข้ามาหลบซ่อนตัวในพื้นที่ ต.คลองมานิง

โดยสายข่าวระบุว่า ก่อนหน้านี้มีการรวมตัวกันของกลุ่มแนวร่วมทั้งในพื้นที่และต่างพื้นที่ เนื่องจากมีการพบบุคคลนอกพื้นที่เข้ามาในหมู่บ้าน ทำให้ประชาชนต่างหวาดระแวงว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น ซึ่งด้านการข่าวยังแจ้งว่า กลุ่มก่อเหตุรุนแรงมีแผนที่ก่อเหตุในพื้นที่เขต อ.เมือง จ.ปัตตานี ซึ่งทาง พล.ต.คมกฤต รัตนฉายา ผบ.ฉก.ปัตตานี พล.ต.ต.นรินทร์ บูสะมัญ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี ได้มีการกำชับและสั่งการไปยังหน่วยกำลังทั้ง 12 อำเภอ โดยเฉพาะพื้นที่เป้าหมายให้วางมาตราการคุมเข้ม และยังกำชับให้จุดตรวจ ด่านตรวจทุกแห่งเฝ้าระวังรถต้องสงสัยทุกคันรวมไปถึงตรวจสอบบุคคลต้องสงสัย

ทั้งนี้ตามรายงานแจ้งว่า กลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมีความพยายามที่จะแสดงศักยภาพในการก่อเหตุในทุกรูปแบบเพื่อตอบโต้กรณีเจ้าหน้าที่รัฐที่จับกุมและวิสามัญคนร้ายหลายราย

พล.ต.คมกฤต รัตนฉายา ผบ.ฉก.ปัตตานี เปิดเผยว่า สืบเนื่องได้รับรายงานจากประชาชนในพื้นที่ว่ามีกลุ่มก่อความไม่สงบเข้ามาหลบซ่อนในพื้นที่ ซึ่งมีหมายจับประมาณ 4 หมาย ทางเจ้าหน้าที่เข้ามาเพื่อจะมาพูดคุยเจรจาเชิญตัว ปรากฏว่าไม่ได้รับความร่วมมือ ทางเราก็พยายามที่จะพูดให้เขาได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที แล้วก็มีการยิงตอบโต้ใส่เจ้าหน้าที่ เข้าออกมานอกบ้านแล้วก็ยิงอีก เจ้าหน้าที่จึงทำการยิงป้องกันตัวกัน ทำให้คนร้ายเสียชีวิตไป 1คน ซึ่งคนนี้มีหมายจับทั้งหมด 4หมาย ส่วนผู้ตายถือว่าเป็นคนสำคัญ มีความชำนาญการ ที่ผ่านมาเราบังขับใช้กฎหมาย โดยการเจรจา ซึ่งใช้วิธีที่เบาที่สุด โดยเชิญตัวคนพื้นที่เข้ามาช่วยเจรจา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'บิ๊กดุลย์' พบเครือข่ายโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามชายแดนใต้ เคลียร์ใจลดเงื่อนไขความขัดแย้ง

“บิ๊กดุลย์” นำ “กอ.รมน. - สมช.- ศอ.บต.” พบ”เครือข่ายการศึกษาศาสนาอิสลาม จชต. เคลียร์ใจ ลดเงื่อนไขความขัดแย้ง ยืนยันหลักการไม่แทรกแซงแต่ร่วมมืออย่างให้เกียรติและเคารพศักดิ์ศรี

วิโรจน์ขอโทษ ยิง‘กมลศักดิ์’ ปัดทหารเอี่ยว

เบิกตัว "ร.อ.วิโรจน์" ผู้ต้องหาคดีลอบยิง สส.พรรคประชาชาติสอบปากคำเพิ่ม ก่อนฝากขังศาล เจ้าตัวเอ่ยขอโทษ ยืนยันไม่มีหน่วยทหารเกี่ยวข้อง ไม่รู้ว่ารถที่ใช้ก่อเหตุเป็นรถของ กอ.รมน. ขณะที่ตำรวจเร่งขยายผลหาผู้บงการ

'อภิสิทธิ์' ชำแหละนโยบายชายแดนใต้ฉบับปี 68-70 ใช้เนื้อหาเดิม กลับตั้งเป้าเหตุรุนแรงต้องสงบในปีหน้า

"อภิสิทธิ์" ซัดนโยบายดับไฟใต้ 68-70 ซ้ำรอยของเก่า ทั้งที่เลือดยังไหล-เหตุรุนแรงยังพุ่ง จี้รัฐบาลตอบให้ชัด มีอะไรรับประกันว่าสถานการณ์จะสงบได้ภายในปีหน้า ย้ำทางออกแท้จริงไม่ใช่แค่ปราบปราม แต่ต้องกล้าเผชิญ “คำตอบทางการเมือง-กระจายอำนาจ”

'อนุทิน' ให้อำนาจ 'วันนอร์' สั่งการแก้ชายแดนใต้ในนามนายกฯได้เลย

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ขึ้นตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อเข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย จากนั้นเวลา 15.50น. นายอนุทิน ได้ลงจากตึกไทยคู่ฟ้า เพื่อส่งนายวันมูหะมัดนอร์ ขึ้นรถเดินทางกลับ จากนั้นนายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้นายวันมูหะมัดนอร์ เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งที่ปรึกษานายกฯ และมีห้องทำงานในทำเนียบฯ จึงนัดเข้ามาหารื

'วันนอร์' ขอบคุณนายกฯ เกาะติดคดีลอบยิง สส.กมลศักดิ์ จับผู้ต้องหาได้ครบ 5 คน

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และประธานที่ปรึกษาพรรคประชาชาติ กล่าวก่อนเข้าพบนายกรัฐมนตรี ว่า ขอบคุณนายกฯที่ลงไปในพื้นที่ภาคใต้ และได้ไปกำชับในเรื่องคดีของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ ซึ่งในที่สุดสามารถจับผู้ต้องหาที่ตำรวจออกหมายจับทั้ง 5 คนได้แล้วเมื่อวันที่ 22 เม.ย.

สมช. ตั้ง 'ผอ.ข่าวกรอง' เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยสันติสุขฯ ดึงมาเลเซียร่วมดับไฟใต้

นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) แถลงผลการประชุม สมช. ที่มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานว่า ในเรื่องการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ประชุมให้ความเห็นชอบเรื่องสำคัญ 5 เรื่อง ดังนี้ 1.การบริหารจัดการเรื่องการศึกษา