ตร.เร่งคลี่คลายคดีฆ่าโหด 2 ศพ สแกนพื้นที่จุดเกิดเหตุหาหลักฐานเพิ่ม

1 ส.ค. 2565 – ความคืบคดีฆาตกรรมโหดหญิงสาวและชายชาวต่างชาตินิรนามถูกฆ่าเปลือยแล้วฝังดินโบกปูนอำพรางศพไว้ภายในป่าชุมชนตำบลทุ่งอรุณ ท้องที่บ้านปอพราน หมู่ที่ 1 ต.ทุ่งอรุณ อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา ห่างจากทางหลวงหมายเลข 224 สายโชคชัย – ครบุรี ประมาณ 300 เมตร โดยมีการตรวจสอบพบร่องรอยการถูกยิงที่ศีรษะทั้งสองศพหลัง จากที่มีการขุดพบศพเมื่อวันที่ 28 ก.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งต่อมา พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะลงพื้นที่ติดตามคดีด้วยตัวเองและสั่งการชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลายคดีโดยเร็วที่สุดตามที่มีข่าวนั้น

ล่าสุด พ.ต.อ.สุริยา นาคแก้ว รองผู้บังคับการตำรวจจังหวัดนครราชสีมา (รอง ผบก.ภ.นครราชสีมา) หัวหน้าทีมรับผิดชอบในการคลี่คลายคดี เปิดเผยว่า ชุดสืบสวนภูธรจังหวัดนครราชสีมา ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 3 ชุดสืบสวน สภ.โชคชัย มีการประชุมเพื่อติดตามความคืบหน้าทุกวัน ขอให้ตำรวจทำงานในการสืบเชิงลึกก่อน อย่างไรก็ตามหากพี่น้องประชาชนทราบเบาะแสขอให้แจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ หรือแจ้งมาที่ตนมาก็ได้ หรือแจ้งไปที่ สภ.โชคชัย ก็ได้เช่นกัน ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งเบาะแสจากผู้ที่ทราบความเคลื่อนไหวที่สงสัยว่าจะเป็นคนร้าย ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีมากในการติดตามจับกุมคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยเบาะแสต่างๆ ที่ตำรวจได้มาจะมีการนำไปรวบรวมประมวลผลพิสูจน์ทราบของเบาะแสด้วย ส่วนผู้เสียชีวิตเท่าที่ตรวจสอบผู้ชายน่าจะมีอายุ ส่วนผู้หญิงน่าจะประมาณ 30 กว่าปีได้ แต่คงต้องรอผลจากแพทย์เรื่องกระดูกอีกทีก่อน ตอนนี้ตำรวจเราระดมกำลังทำงานกันอย่างเต็มที่เพื่อคลี่คลายคดีนี้โดยเร็วที่สุด

ด้าน พ.ต.อ.สุคนธ์ ศรีอรุณ รอง ผบก.ภ.3 ได้ประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจากศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 3 (ศพฐ.3) นครราชสีมา รอบที่ 4 ในการเข้าตรวจสอบหาวัตถุพยานเพิ่มเติม บริเวณจุดที่มีการพบหญิงสาวและชายชาวต่างชาตินิรนามถูกฆ่าเปลือยแล้วฝังดินโบกปูนอำพรางศพไว้ภายในป่าชุมชนตำบลทุ่งอรุณ ท้องที่บ้านปอพราน หมู่ที่ 1 ต.ทุ่งอรุณ โดยเจ้าหน้าที่ได้นำเครื่องตรวจหาโลหะมาสแกนพื้นที่โดยรอบจุดที่พบศพเพิ่มเติม หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ตรวจสอบพบปลอกกระสุนปืนขนาด 9 มม. จำนวน 3 ปลอกและหัวกระสุนอีก 1 หัวไปแล้ว เนื่องจากสภาพศพมีร่องรอยการถูกยิงทั้งหมด 4 นัด โดยศพชายชาวต่างชาติถูกยิง 3 นัด ขณะที่ศพหญิงสาวถูกยิง 1 นัด

นอกจากนี้ทีมพิสูจน์หลักฐานยังได้นำเครื่องโพลีไลท์มาทำการตรวจสอบหาคราบเลือดที่อาจจะตกอยู่ในที่เกิดเหตุ เพื่อรวบรวมข้อมูลเพิ่มเติมด้วย ซึ่งเบื้องต้นพบว่ามีร่องรอยคล้ายเลือดจางๆ อยู่ในบริเวณหลุมที่มีการพบศพประมาณ 3 – 4 จุด แต่ยังไม่ชัดเจน เพราะเกิดฝนตกติดต่อกันในพื้นที่ต่อเนื่อง ทางเจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตัดดินบริเวณนั้นไปทำการตรวจสอบ

ส่วนความคืบหน้าด้านอื่นๆ จากรายงานการตรวจสอบของทางทีมสืบสวนในคดีดังกล่าว เบื้องต้นคาดว่าน่าจะมีการฆาตกรรมผู้เสียชีวิตทั้ง 2 ศพ ที่บริเวณจุดที่พบศพ เนื่องจากพบปลอกกระสุนปืนตกอยู่ห่างออกไปประมาณ 1 – 2 เมตร อีกทั้งยังพบมีหัวกระสุนฝังดินอยู่ในบริเวณนั้นด้วย นอกจากนี้จากการตรวจสอบปลอกกระสุนปืนยังพบมีความผิดปกติจากปลอกกระสุนที่ออกจากอาวุธปืนทั่วไป จึงมีความเป็นไปได้ว่าอาวุธปืนที่ใช้น่าจะมีการปรับแต่งมาเป็นพิเศษ

สำหรับการติดตามในเรื่องของการระบุตัวตนของผู้เสียชีวิตนั้น ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ทำการพิมพ์ลายนิ้วมือจากศพทั้งสองเพื่อนำมาเป็นข้อมูลในการสืบหาตัวแล้ว แต่ยังไม่มีความชัดเจนเพียงพอ ซึ่งขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้ทำการประสานไปยังทีมผู้เชี่ยวชาญที่เคยปฏิบัติภารกิจในการตรวจสอบลายนิ้วมือจากเหตุการณ์สึนามิในภาคใต้เมื่อปี พ.ศ.2547 มาช่วยในการสืบสวนอีกทางหนึ่งด้วย.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มอบรางวัล สารวัตร ปคม. ไล่จับคนร้ายชิงทองได้ทันควันขณะเดินอยู่ในห้าง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ ผบ.ตร. ได้มอบรางวัลโครงการ “ทำดี มีรางวัล” แก่ สารวัตร ปคม. ช่วยจับคนร้ายชิงทอง

ด่วน! สั่งเด้ง ‘ผกก.ห้วยขวาง’ สังเวยลูกน้องตั้งด่าน รีดเงินดาราสาวไต้หวัน

ผบ.ตร. ได้สั่งการด่วน ให้ ผบช.น.สั่ง พ.ต.อ.ยิ่งยศ สุวรรณโณ ผกก.สน.ห้วยขวาง ช่วยราชการ หลังมีข้อมูลว่ามีตำรวจเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกรณีนักท่องเที่ยวชาวไต้หวันถูกเรียกรับเงิน

กลับลำแทบไม่ทัน! ‘บช.น.’ ออกข่าวประชาสัมพันธ์ ขอโทษประชาชน

ทาง บช.น. ต้องขอโทษมายังประชาชนที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้กระทำการให้เป็นไปตามระเบียบและกฎหมายอย่างเคร่งครัด ทำให้เกิดผลกระทบต่อส่วนรวม

งามไส้! ตร.รับรีดเงินสาวไต้หวัน 2.7 หมื่น ชุดจับกุมร่วมปกปิดข้อมูล

จากการสอบสวนปากคำอย่างละเอียดของตำรวจแต่ละนายทำให้มีผู้ยอมรับสารภาพว่าในวันดังกล่าวมีการเรียกเก็บเงินจริง และมีการแบ่งเงินกันที่บริเวณด่านในคืนเกิดเหตุ

หนุ่มคลั่ง! ถือมีดปีนหลังคาไล่ทำลายทรัพย์สินชาวบ้าน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งมีชายคลุ้มคลั่งถือมีดปีนหลังคาทำลายทรัพย์สินชาวบ้าน ภายในซอยแพรกษา 2 หมู่ 3 ตำบลแพรกษา