16 ส.ค.2565 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมยศ ปั้นประสงค์ หรือ “เสี่ยยศ” อายุ 55 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา เลขที่ 375/2565 ในความผิด 2 ข้อหา ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและอันตรายสาหัส และร่วมกันตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ได้เดินทางพร้อมทนายความ เข้ามอบตัวต่อ พ.ต.อ.เอกภพ อินทวิวัฒน์ รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี รักษาราชการแทน ผกก.สภ.พลูตาหลวง ณ สภ.พลูตาหลวง อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี โดยมี พ.ต.ท.เดชนะ อำนาจมั่นคง รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.พลูตาหลวง เจ้าของคดีรับเรื่อง
สืบเนื่อง เหตุโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ผับ MOUNTAIN B เมื่อวันที่ 5 ส.ค.65 จนมาถึงวันนี้ มีผู้เสียชีวิตแล้วมากถึง 19 ราย และบาดเจ็บ 36 ราย หลังเกิดเหตุ วันที่ 6 ส.ค.ศาลจังหวัดพัทยา ได้ออกหมายจับ นายพงศ์ศิริ ปั้นประสงค์ หรือเสี่ยบี อายุ 27 ปี เจ้าของผับ MOUNTAIN B ในความผิด 2 ข้อหา ฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายและอันตรายสาหัส และร่วมกันตั้งสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งถูกจับกุมตัว และถูกคุมขังไว้ที่ สภ.พลูตาหลวง เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน ก่อนส่งฝากขังศาลจังหวัดพัทยา และถูกประกันตัวออกไปด้วยวงเงิน 300,000 บาท พร้อมทั้งติดกำไล EM เมื่อวันที่ 8 ส.ค.65 โดยกำหนดเงื่อนไข 1.ห้ามยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานหรือก่อเหตุร้ายประการอื่น 2.ให้ผู้ต้องหามารายงานตัวเมื่อครบฝากขังครั้งที่ 2 ครั้งที่ 4 และครั้งที่ 7
ต่อมา วันที่ 15 ส.ค.65 พ.ต.ท.เดชนะ อำนาจมั่นคง รองผู้กำกับการ (สอบสวน) สภ.พลูตาหลวง ได้ขออนุมัติหมายจับ ศาลจังหวัดพัทยา เลขที่ 375/2565 เพื่อทำการจับกุม “เสี่ยยศ” ในข้อหาเดียวกันกับ “เสี่ยบี” บุตรชาย หลังทางตำรวจได้สืบทราบ และมีพยานหลักฐาน ข้อมูลความเชื่อมโยงว่า “เสี่ยยศ” เป็นเจ้าของผับ MOUNTAIN B ตัวจริง แต่ใช้ชื่อ "เสี่ยบี” บุตรชาย ในการดำเนินกิจการแทน จึงนำไปสู่การออกหมายจับ “เสี่ยยศ” เบื้องต้น ตำรวจชั้นพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว คุมขังรอการส่งฝากขังศาลจังหวัดพัทยา ช่วงเช้าของวันที่ 17 ส.ค.65 ส่วนจะได้รับการประกันตัวหรือไม่นั้น อยู่ในดุลพินิจของศาลจะพิจารณา
ด้าน“เสี่ยยศ” ขณะถูกควบคุมตัว มีท่าทีตึงเครียดอย่างมาก พร้อมเปิดใจต่อสื่อว่า รู้สึกตกใจในเรื่องคดี และหลังถูกออกหมายจับ อย่างมาก เพราะทั้งชีวิตไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้ ส่วนเรื่องคดีต้องค่อยเป็นค่อยไป ก่อนทิ้งท้ายด้วยคำว่า “ผมก็รักลูกของผม” จากนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัว “เสี่ยยศ” ไปทำการตรวจค้นคฤหาสน์ที่พัก เลขที่ 14/72 ซอยธรรมวิทยา ม.2 ต.สัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เพื่อหาหลักฐานเชื่อมโยงกับการเป็นเจ้าของผับ MOUNTAIN B
ด้าน นายอนุชา วงศ์ศรีรัตน์ ทนายความของ “เสี่ยบี” เผยว่า “เสี่ยยศ” หลังรู้ถูกออกหมายจับ ไม่เคยคิดหลบหนี กำลังหาเงินช่วยลูก ก่อตนติดต่อเข้ามอบตัว เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ พร้อมที่จะให้การตามความเป็นจริง ยืนยันว่า ที่ผ่านมาลูกชาย และลูกสะใภ้ เป็นคนดูแลผับแห่งนี้ โดยใช้เงินที่ทั้งคู่ร่วมทำมาหากิน และเก็บหอมรอมริบ มาจากน้ำพักน้ำแรงของท่านเอง ไม่ใช่เป็นเงิน “เสี่ยยศ” แต่อย่างใด เบื้องต้น “เสี่ยยศ” ยังไม่ได้มอบหมายให้ดูแลคดี เพียงแค่มาขอคำแนะนำเท่านั้น แต่คงให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา และพร้อมขอประกันตัว เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'นายกเบียร์' สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ รับตำแหน่งสมัย 2 อย่างเป็นทางการ
นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ นายกเมืองพัทยา ได้นำทีมว่าที่ผู้บริหารเมืองพัทยา และสมาชิกสภาเมืองพัทยา ร่วมพิธีสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศาลาว่าการเมืองพัทยา
ตื่นตัว! 'กทม.–ตร.' ลุยตรวจสถานบันเทิง ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย ป้องกันเหตุไฟไหม้ซ้ำ
ผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้แทนสำนักงานเขต และเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่ตรวจสถานบริการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อบูรณาการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัย
เร่งตรวจเหตุเพลิงไหม้บ้าน ซอยรามคำแหง 207 'ผอ.เขตมีนบุรี' สั่งตั้งจุดช่วยเหลือ ปชช.
เขตมีนบุรีลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุเพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ภายในซอยรามคำแหง 207 พบว่าเพลิงลุกไหม้เสียหายจำนวน 4 หลังคาเรือน
อัปเดตเพลิงไหม้โรงเบียร์ลาดพร้าว ดับเพิ่ม 1 ราย ยอดเสียชีวิตพุ่ง 34 ราย ยังบาดเจ็บรุนแรงอีก 13 ราย
ศูนย์เอราวัณ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร รายงานความคืบหน้าข้อมูลผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากเหตุโศกนาฏกรรมเพลิงไหม้ภายในร้านอาหารโรงเบียร์
กทม. ชวนคนใจบุญช่วยอุปการะแมว 17 ตัว รอดชีวิตเหตุไฟไหม้ย่านสำเหร่ สุดสลดแมวตายมากถึง 73 ตัว
กรุงเทพมหานคร ประกาศหาผู้อุปการะแมว 17 ตัว รอดชีวิตเหตุไฟไหม้บ้านย่านสำเหร่ ติดต่อได้ที่ บ้านน้องหมาน้องแมวประเวศ โทร 02-328-7460 หรือเฟซบุ๊ก BKK Adopter
'บิ๊กราญ' สั่ง 'นพศิลป์' ทลายแก๊งนอมินีต่างด้าว 41 จุด ชลบุรี
'บิ๊กราญ' สั่งการ 'พล.ต.ท.นพศิลป์' Operation 'ทลายเครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 4' ในพื้นที่ จ.ชลบุรี 41 เป้าหมาย 33 บริษัท มูลค่าความเสียหาย 235 ล้านบาท

