
ตำรวจรวบตัวมือสังหารหนุ่มปริศนาทิ้งศพในป่า พร้อมรู้ตัวผู้เสียชีวิต หลังญาติยืนยันตัวจากรอยสัก ขณะที่ปมฆ่าพุ่งเป้าไปที่เรื่องขัดแย้งกับลูกน้องงานก่อสร้าง
30 ต.ค.2565 – มีความคืบหน้าล่าสุดกรณีสังหารโหดหนุ่มปริศนาทิ้งศพในป่าละเมาะ จ.สมุทรปราการ โดยเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาที่ สภ.บางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ ทางครอบครัวของผู้เสียชีวิตที่ถูกฆ่ารัดคอเดินทางมาพบตำรวจ จากการตรวจสอบพบว่าผู้เสียชีวิตคือนายมกรธวัช ก้องวัฒนพงษ์ หรือโต้ง อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1/2145 ซอย โรงเรียนบพิธวิทยา แขวงพระโขนง เขตพระโขนง กรุงเทพมหานคร เป็นผู้รับเหมาก่อสร้าง ติดตั้งกันสาด ที่หายตัวออกจากบ้านไปตั้งแต่ช่วงบ่ายวันพุธที่ 26 ต.ค. 2565 ที่ผ่านมา กระทั่งเมื่อเย็นวันที่ 29 ต.ค.2565
มาทราบข่าวว่ามีผู้พบศพชายถูกฆ่ามัดขาและเท้า ซึ่งตอนแรกก็คิดอาจจะเป็นนายมกรธวัช เพราะหายตัวไป ไม่สามารถติดต่อ จากนั้นได้ติดต่อกับทางตำรวจ สภ.บางแก้วและเดินทางไปดูศพที่โรงพยาบาล ทำให้ทางครอบครัวสามารถยืนยันได้ว่าผู้เสียชีวิตที่พบคือนายมกรธวัช เนื่องจากรอยสักและแผลเป็นที่แขน ซึ่งหลังทราบข่าวทางครอบครัวก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตยังไม่ขอเปิดเผย
ขณะที่นายณรงค์ สุขศรี อาของผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาหลานชาย มักเครียดและเคยมาขอยืมเงินหลังต้องนำไปจ่ายให้กับลูกน้อง เพราะหมุนเงินไม่ทันเนื่องจากอาทิตย์ที่ผ่านมาหลานชายล้มป่วยต้องเข้าโรงพยาบาลสำหรับนิสัยส่วนตัวของนายโต้ง หลานชายคนนี้เป็นคนพูดจาตรงๆ ใครแรงมาก็จะแรงกลับ คำพูดบางคำอาจจะฟังดูโผงผางไปบ้าง แต่ก็เป็นคนใจดี สำหรับที่ผ่านมาหลานชายเคยมีครอบครัวแต่ก็เลิกรากันไปโดยมีลูก 1 คน
นายณรงค์ กล่าวว่า ส่วนสาเหตุที่หลานชายถูกฆ่าในครั้งนี้ ส่วนตัวคาดว่าเกิดจากเรื่องงานรับเหมาก่อสร้าง อาจเกิดความขัดแย้งกับใครบางคน คาดว่าเป็นใกล้ตัว ทำให้หลานชายต้องถูกฆ่าโดยความโกรธแค้น นอกจากนี้หลังก่อเหตุคาดว่าคนร้ายน่าจะใช้โทรศัพท์มือถือของหลานชายไปโพสต์เฟสบุ๊กพร้อมเขียนข้อมูลระบุว่า”ลาก่อนสมุทรปราการ เจอกันหาดใหญ่” เพื่อเบี่ยงประเด็น ซึ่งตอนนี้ทรัพย์สินที่ยังไม่สามารถติดตามได้คือรถกระบะ สีดำและรถจักรยานยนต์ พร้อมกับเงินสดจำนวนหนึ่ง
ล่าสุดตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางแก้ว สามารถคุมตัวผู้ก่อเหตุได้แล้ว ซึ่งข้อมูลระบุว่าเป็นลูกน้องคนสนิทชื่อนายนิว อายุ 21 ปี โดยปมเหตุครั้งนี้มาจากความขัดแย้งเรื่องเงินบางส่วน ที่นายโต้งมีการติดค้าง ตอนนี้อยู่ระหว่างขยายผลและหาของกลาง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
จับคาจานข้าว! ล่อลวงเด็กสาววัย 15 แอบอัดคลิปข่มขู่
ว่าที่ พ.ต.ท.ไพรวรรณ ตั้นหลก สารวัตร กองกำกับการ 2 กองบังคับการปราบปราม (สว.กก.2 บก.ป.) ร.ต.ท.วิเชียร ใจทา รอง สว.(ป.) กก.2 บก.ป. พร้อมเจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ป.ร่วมกันจับกุม นายธเนศ อายุ 34 ปี
สลด! รถตู้พุ่งชนสาวเมียนมาข้ามทางม้าลาย ดับ 1 เจ็บ 1
ร.ต.ท.ธนวัฒน์ เจริญสุข รองสว.(สอบสวน) สภ.บางพลี รับแจ้งเหตุ รถตู้ชนคนข้ามถนน มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ หน้าบริษัทแสตนดาร์ดแคน จำกัด ถนนเทพารักษ์ กม.14
ฮ.ตก เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันรอดหวุดหวิด
เฮลิคอปเตอร์ส่วนตัวขนาดเล็ก ราคาไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาท เครื่องยนต์ขัดข้องร่วงตกกลางป่าหญ้า ไฟลุกท่วมเครื่อง เจ้าของโรงงานพร้อมกัปตันหนีตายหวุดหวิด บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย
6 แรงงานเมียนมา รุมกระทืบคนไทย แค่ต่อว่าเคาะห้องผิด
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ รับแจ้งว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายกัน หอพักแห่งหนึ่งภายในซอยเทพารักษ์ 90 ตำบลเทพารักษ์
สงกรานต์พระประแดงเดือด! โจ๋เมายิงสามีดับ เมียเจ็บ
พ.ต.อ.อภิชาติ ทองแพ ผกก.สภ.พระประแดง รับรายงานมีเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธปืน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'
20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.

