ด.ต.เครียด! ยิงเพื่อนตำรวจดับคาป้อมยาม ตชด.

5 ธ.ค. 2565 – เมื่อเวลา 09.30 น. ร.ต.อ.สมัย ชัยบัวลา รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ ” แก่นนคร 191″ สภ.เมืองขอนแก่นว่า มีเหตุคนถูกยิงเสียชีวิตที่ตู้ยามภายในชุมชนบ้านพัก ตชด. ภาค 2 ทางเข้าบ้านหนองไฮ ม.8 ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น

หลังรับแจ้ง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และไปตรวจที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น (ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น), พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ ปลาทอง ผบก.ตชด.ภาค2, พ.ต.อ.พงษ์ฤทธิ์ คงศิริสมบัจิ รอง ผบก.สส.ภ.4 พร้อมประสานแพทย์นิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ ร่วมชันสูตรศพผู้ตายในที่เกิดเหตุ

เมื่อไปถึงชุมชนบ้านพัก ตชด.ภาค 2 พบว่าที่เกิดเหตุ อยู่ในตู้ยามฝั่งขวามือ ริมถนนทางเข้า เจ้าหน้าที่ พบศพ ด.ต.พิชิต แสนขันธ์ อายุ 44 ปี ผบ.หมู่ ฝอ.บก.ตชด.ภาค 2 นอนเสียชีวิตภายในป้อมยาม สภาพศพยังแต่งเครื่องแบบเต็มยศ จากาการตรวจสอบพบ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนเข้าที่ไหล่ซ้าย1 นัด กระสุนฝังใน ไหล่ขวา 1 นัด กระสุนฝังใน แขนซ้าย 1 นัด กระสุนทะลุ และที่ขาซ้าย 1 นัด กระสุนทะลุ

ส่วนคนก่อเหตุ มีพยานเห็นว่า เป็น ด.ต.ชูชาติ ขวกเขียว อายุ 49 ปี ผบ.หมู่ ฝอ.บก.ตชด.ภาค 2 นุ่งกางเกงขาสั้น สีเทา ใส่เสื้อกล้ามสีดำ รองเท้าแตะ หลังก่อเหตุ ถืออาวุธปืน วิ่งออกจากตู้ยาม เข้าไปในชุมชนบ้านพัก เจ้าหน้าที่ตำรวจและ ตชด.จึงกระจายกำลังดักจับกุม กระทั่งพบมือปืนวิ่งอยู่ในสวนหย่อมภายในชุมชนดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงตัดสินใจใช้ปืนยิงที่ขาซ้าย มือปืนบาดเจ็บ หลบหนีไปต่อไม่ได้ จึงถูกควบคุมตัวไว้ได้พร้อมอาวุธปืนขนาด 9 มม. จากนั้น กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวมือปืนส่งไปรักษาบาดแผลที่ รพ.ขอนแก่น

ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 4 และ นพ.ริรุธ คุณกิติ แพทย์นิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ ร่วมกันตรวจที่เกิดเหตุ พบว่ากระจกของตู้ยามแตก และมีแก้วกาแฟและกับข้าว พร้อมข้าวเหนียว วางอยู่ในตู้ยาม ส่วนศพผู้ตายยังพบว่าที่มือข้าวซ้ายยังกำข้าวเหนียวไว้แน่น หลังชันสูตรศพผู้ตายจึงมอบศพให้มูลนิธิ ขอนแก่นสามัคคีอุทิศนำศพไปที่นิติเวช รพ.ศรีนครินทร์ ทำการชันสูตรศพตามขั้นตอนก่อนจะมอบศพให้ญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี

พล.ต.ต.กิตติศักดิ์ ปลาทอง ผบก. ตชด. ภาค2 กล่าวว่า มือปืนและคนตาย เป็นเพื่อนกัน เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่ทำงานในหน้าที่เดียวกันคือ ผบ.หมู่ ฝอ.บก.ตชด.ภาค 2 ปัจจุบันทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ตู้ยามภายในชุมชนบ้านพัก ตชด.ภาค 2 ที่ผ่านมาไม่เคยมีรายงานว่าทั้ง 2 คนมีปัญหากันมาก่อน แต่เชื่อว่าการที่มือปืนก่อเหตุยิงเพื่อนตัวเองจนตายในครั้งนี้ มาจากการที่โทรศัพท์มือถือของฝ่ายมือปืนหายไป แล้วยังไม่ได้คืนและไม่ทราบตัวคนร้าย มือปืนเครียดมาตลอด กระทั่งมาก่อเหตุยิงเพื่อนตัวเองตายในตู้ยามดังกล่าว

“จากการตรวจสอบในเบื้องต้นทราบว่า ฝ่ายมือปืนเดินสะพายกระเป๋าถือประจำตัวออกมาจากบ้านพัก แล้วมานั่งดื่มกาแฟ พูดคุยกับคนตาย ขณะนั่งเข้าเวรยามอยู่ที่ตู้ยาม โดยฝ่ายคนตายน่าจะกำลังกินข้าวเช้า แต่ช่วงคุยกันไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองคุยอะไรกัน แล้วมือปืนก็ยิงเพื่อนหลายนัดจนตายคาที่ แล้ววิ่งหนีไปจนกระทั่งถูกยิงขาซ้ายบาดเจ็บและถูกนำตัวส่งรพ.ขอนแก่น” ผบก. ตชด. ภาค 2 ระบุ

ด้าน พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น กล่าวว่า จากการสืบสวนในเบื้องต้นพบว่า คนก่อเหตุมีเพียงคนเดียวคือ ด.ต.ชูชาติ และช่วงเกิดเหตุไม่มีบุคคลอื่นอยู่ในจุดดังกล่าว ซึ่งหลังจากมือปืนหลบหนี ก็ถูกตามจับกุมตัวได้ แต่ได้รับบาดเจ็บที่ขาซ้าย จึงถูกนำตัวส่งรักษาที่รพ.ขอนแก่น หากอาการดีขึ้น ก็จะถูกสอบสวนหามูลเหตุของการก่อเหตุยิงเพื่อนตัวเองตาย และแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ส่วนอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุนั้น ทราบว่าเป็นอาวุธปืนประจำตัวของผู้ก่อเหตุ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ผบช.นพศิลป์' สั่ง ตร.จัดกำลังคุมเข้มเคานต์ดาวน์ปีใหม่ ยกระดับความปลอดภัยสูงสุด

พล.ต.ท.นพศิลป์ นำทัพตำรวจวางกำลังเข้ม 522 นาย คุมความปลอดภัยงาน Asiatique Thailand Countdown 2026 คืนแห่งความสุข ต้องมาพร้อมความปลอดภัย ยกระดับมาตรการป้องกันเหตุและอำนวยความสะดวกจราจรขั้นสูงสุด

ระทึก! ตร.ไล่ล่า 3 พ่อค้ายา ซิ่งหนีตาย เจอฉลามบกรวบ

พ.ต.ท.อภิชาติ วงษ์ศรี สารวัตรใหญ่ สถานีตำรวจทางหลวง 3 กองกำกับการ 5 (ทล.3 กก.5) สั่งการให้ชุดจับกุม นำโดย พ.ต.ท.ยุทธ จตุรชัยภิญโญ สว.ทางหลวง, ร.ต.ต.สินจัย เจียรเพชร

แห่ฝากบ้านกับตำรวจ 3 พันหลัง 'บิ๊กต่าย' สั่งตรวจตราเข้ม

พล.ต.ท.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ.2569 นี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.)

'ช่อ' หอบหลักฐานแจ้งความ 'นักการเมือง-IO' โพสต์บิดเบือน ยันไม่เคยบอกให้ทหารเปิดแผนการรบ

พรรณิการ์ วานิช กรรมการคณะก้าวหน้า แจ้งความกรณีมีการเผยแพร่ข้อความบิดเบือนที่ตนไปพูดในรายการหนึ่ง