นายกฯ บี้แก้ปัญหาอาชญากรรมทางเทคโนโลยี

นายกฯ กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ปัญหาภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หวัง พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีจะเป็นเครื่องมือสำคัญป้องกันและควบคุมบริการธุรกรรมออนไลน์

22 ก.พ.2566 - นายอนุชา บูรพชัยศรี รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตามและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์ของไทยที่สร้างความเสียหายให้ประชาชนคนไทยเพิ่มขึ้นทุกปี เชื่อมั่นว่าเมื่อร่างพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. .... มีผลบังคับใช้จะเป็นเครื่องมือสำคัญในการป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยธนาคารสามารถระงับธุรกรรมที่ผิดปกติ หรือต้องสงสัยได้ทันที

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า จากสถิติการรับแจ้งความออนไลน์ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2565 – 6 กุมภาพันธ์ 2566 มีการแจ้งความอาชญากรรมทางเทคโนโลยี จำนวนทั้งสิ้น 192,031 คดี เท่ากับมีสถิติคดีแจ้งความประมาณ 1,000 รายต่อวัน มูลค่าความเสียหาย 29,546,732,805 บาท สามารถติดตามอาญัติบัญชี 65,872 บัญชี อายัดได้ทัน 445,265,908 บาท มีผู้เสียหายสูงสุดมูลค่าถึง 100 ล้านบาท จึงเป็นสถานการณ์ขั้นวิกฤต ส่วนรูปแบบกลโกงของมิจฉาชีพ 5 อันดับแรก ได้แก่ 1.การหลอกลวงซื้อสินค้า 2.การโอนเงินหารายได้พิเศษ 3. การหลอกให้กู้เงิน 4.คอลเซ็นเตอร์ และ 5.การหลอกให้ลงทุน

ทั้งนี้ นายกฯ ได้สั่งการให้พิจารณาแนวทางดำเนินการเพื่อแก้ไข ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เสนอออกพระราชกำหนดปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพิ่มอำนาจในการสืบสวนสอบสวนให้มีประสิทธิภาพพร้อมประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรู้เท่าทัน ซึ่งการร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชน (Public Private Partnership PPP) เป็นการบูรณาการความร่วมมือเพื่อเป็นเครือข่ายในการยับยั้ง ป้องกัน และสร้างภูมิคุ้มกัน (Cyber Vaccine) แก่ประชาชนเพื่อให้รู้เท่าทันกลโกงของมิจฉาชีพ ล่าสุดได้ร่างพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. .... ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีผลบังคับใช้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้

นอกจากนี้ โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ผู้ให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือ และ NT ผู้ให้บริการโซเชียลมีเดีย ได้ร่วมกันดำเนินการ ดังนี้ ตรวจสอบปิดไลน์ปลอมของธนาคาร ควบคุมและจัดการ ชื่อผู้ส่ง SMS (SMS Sender) ปลอม ปิดกั้น URL ที่เป็นอันตราย พร้อมทั้งหารือแนวทางกับธนาคารสมาชิก พัฒนาระบบความปลอดภัยแชร์เทคนิคและแนวทางการป้องกันภัย เช่น พัฒนาการป้องกันและควบคุมบริการธุรกรรมออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชันของสถาบันการเงิน (Mobile Banking Application) กรณีมือถือมีการเปิดใช้งาน Accessibility Service เพิ่มระบบการพิสูจน์ตัวตน (Authentication) ด้วย Biometrics Comparison เช่น ลายนิ้วมือ รูม่านตา และโครงสร้างใบหน้า เป็นต้น

“นายกฯ คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนในการใช้เทคโนโลยี ซึ่งปัจจุบันเป็นเรื่องใกล้ตัว และเกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตประจำวัน จึงได้สั่งการกำชับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินงานปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีนี้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทย ไม่ตกเป็นเหยื่อการฉ้อโกงและหลอกลวงผ่านสื่อออนไลน์ในทุกรูปแบบ โดยร่าง พ.ร.ก. มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีนี้ จะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการป้องกันความเสียหายแก่ประชาชนนี้” นายอนุชากล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ยินดี 'เนเน่ รอยัล' คว้าแชมป์ AGT 21 เปล่งประกายบนเวทีโลก

ส่งใจจากนิวยอร์กถึงแคลิฟอร์เนีย นายกฯ ร่วมยินดี 'เนเน่ รอยัล' เยาวชนไทยเปล่งประกายบนเวทีโลก คว้าแชมป์ America’s Got Talent Season 21 ชื่นชมความสามารถ–ความมุ่งมั่น สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย

นายกฯ เยี่ยมวัดพุทธไทยถาวรวนารามย้อนความหลังวัยเรียน 40 ปี!

นายกฯ เยี่ยมวัดพุทธไทยถาวรวนาราม ย้อนความหลังวัยเรียน 40 ปีที่แล้ว บอกคนไทยสบายใจรัฐบาลเดินหน้าเศรษฐกิจ - ปราบคอร์รัปชัน - ยาเสพติด

นายกฯ ชวน 'BofA - Microsoft - PIMCO' ลงทุนไทย

ไทยพร้อมรับการลงทุน ! นายกฯ พบ 3 สถาบันการเงิน/กองทุนชั้นนำอเมริกา- BofA - Microsoft- PIMCO มองหา พาร์ทเนอร์ ร่วมส่งเสริมเทคโนโลยีอนาคตและความยั่งยืน