'อนุทิน' เผยรอ 'ปกรณ์' ส่งผลการตรวจสอบเป็นลายลักษณ์อักษร ปมทุจริตสอบท้องถิ่น ยันจบ ปชช.ไม่ต้องกังวลปกป้องใคร พอใจ ขรก.ยึดแนวทางปิดชื่อถือพฤติกรรม บอกไม่มีใครวิ่งเต้นได้ ชี้รีเซ็ต มท.จบใน ก.ย.นี้
05 ส.ค.2569 - นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีมว่าการกรพทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณี นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้รายงานผลประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 แล้วหรือยังว่า นายปกรณ์กำลังเตรียมผลการตรวจสอบที่เป็นลายลักษณ์อักษรอยู่ ที่ตนบอกว่าจบคือจบในส่วนที่ประชาชนไม่ต้องกังวลไม่มีการปกป้องใคร มีความชัดเจน ไม่ต้องมานั่งคิดว่าคนนี้คนนั้นจะได้รับการปกป้อง คำว่าปิดชื่อถือพฤติกรรมค่อนข้างกระจายไปในระบบราชการโดยเฉพาะระบบที่ต้องสืบสวนสอบสวนดำเนินคดีตนค่อนข้างพึงพอใจว่าเพื่อนข้าราชการฝ่ายประจำได้นำแนวปฏิบัติของตนไปสั่งการและดำเนินการ อย่างเมื่อเช้าวันที่ 5 ส.ค. มีหลายหน่วยงานเข้ามาหารือกับตนและนายปกรณ์ และนายปกรณ์พูดขึ้นมาเองว่าให้ยึดถือแนวทางนายกฯปิดชื่อถือพฤติกรรมแล้วดำเนินการ จะได้สบายใจทุกฝ่าย เปิดมาแจ็คพอตโดนคนไหนก็คนนั้นไม่ว่าจะใหญ่จะเล็กจะเป็นการเมืองเป็นประจำก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย
เมื่อถามว่าตามที่นายปกรณ์บอกว่ามีคนเข้าไปมีส่วนร่วมกว่า 100 คนมีนักการเมืองด้วยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนปิดชื่อถือพฤติกรรม ตนไม่จำเป็นต้องไปรู้ว่าใครเพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของคณะกรรมการไปสืบสวน ตนไม่ต้องการเห็นชื่อไม่ต้องการรู้ สมมุติใครติดต่อมาหาตนหรือคนที่อยู่รอบตัว ก็ตอบได้เต็มที่ว่าไม่รู้ไม่ยุ่งเกี่ยวแนวทางคือถ้าโดนใครคนนั้นต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย โทษหนักก็เข้าคุกโทษ ไม่หนักก็ลดหลั่นลงแค่นั้นเอง เมื่อถามย้ำว่าข้อมูลขณะนี้ยังไม่มีนักการเมืองเข้าไปเกี่ยวข้องใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า โดนใครก็คนนั้น ตนจะไปถามทำไมว่ามีนักการเมืองหรือไม่ เพราะว่าตนมอบหมายให้คณะกรรมการแต่ละชุดมีอำนาจ ตนไม่สามารถไปบังคับได้เลย เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งนอกเหนือการกำกับดูแลของตนเลย หรือแม้กระทั้งคณะกรรมการที่ตนตั้งไปก็ไม่ไปก้าวก่ายไม่ถามใดๆทั้งสิ้น ตนยังบอกว่าในการรายงานต่างๆให้ระบุสิ่งที่ต้องดำเนินการต่อไปให้ชัดเจน
เมื่อถามว่าข้าราชการท้องถิ่นที่จะถูกให้ออกจากกรณีนี้จะกลับเข้าไปเป็นข้าราชการท้องถิ่นได้อีกหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่ทราบ เรื่องของเขา ใครผิดใครถูก คนที่ถูกถอนชื่อไปแล้วมีส่วนร่วมในการกระทำผิดก็ถูกดำเนินคดี เมื่อถามย้ำว่าเรื่องทุจริตสอบท้องถิ่นมีคนติดคุกแน่นอนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่ใช่ศาล แต่มีคนต้องถูกหน่วยงานถูกฝ่ายตรวจสอบแจ้งความดำเนินคดี อันนี้ตนคิดว่าแน่นอน
เมื่อถามถึงความคืบหน้าการรีเซ็ตกระทรวงมหาดไทยจะเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รอบหน้าได้เลยหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า “ก็ไม่เกิน 30 ก.ย.นี้” เมื่อถามว่าอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) คนปัจจุบันมาอยู่ในตำแหน่งนี้ได้อย่างไร เป็นสายใคร นายอนุทิน กล่าวว่า เขามาตามความก้าวหน้าของการรับราชการของเขา เมื่อถามย้ำว่ามีเรื่องเส้นสายอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าไม่มี คนตั้งอยู่นี่ ตนตั้งตามหน้าที่การงาน ปลัดกระทรวงมหาดไทยเสนอขึ้นมาว่ามีความเหมาะสมในช่วงเวลานั้นๆตนก็ต้องฟังปลัดกระทรวง ในระดับอธิบดีส่วนใหญ่ถ้าไม่มีความเห็นแย้งกันตนก็เสนอเข้าคณะรัฐมนตรี แต่ถ้าเข้ามาแล้วทำผิดก็เป็นไปอย่างที่เห็น ทุกคนต้องรับผิดชอบตัวเองในการทำหน้าที่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
นายกฯ ยังไม่รู้ทัพฟ้าเตรียมเชิญขึ้นบิน F-16
นายกฯ ยังไม่รู้ ทอ.เตรียมเชิญขึ้นบิน F-16 ชี้ร่วมฟังบรรยายขีดความสามารถกองทัพ หลังรัฐบาลจ่ายงบกลางสนับสนุน ยันไม่ได้แสดงเขี้ยวเล็บ ไม่มีขอบินดูชายแดน
'ปกรณ์' รายงานผลทุจริตสอบท้องถิ่นให้ 'อนุทิน' แล้ว
'ปกรณ์' เผยรายงานนายกฯ ผลทุจริตสอบท้องถิ่นแล้ว
'อนุทิน' รับภาพใส่เสื้อส้มถ่ายบัตร ปชช.ของจริง 'ไชยชนก' บอกอาจเกี่ยวการเมือง!
'อนุทิน' รับของจริง ภาพหลุดเสื้อส้มถ่ายบัตร ปชช. บอกตั้งนานแล้ว ด้าน 'ไชยชนก' เผยคืบหน้ารู้ที่มามือปล่อย
'ปกรณ์' เผยอยู่ระหว่างปรับแก้ยังไม่รายงานนายกฯ ผลสอบโกงท้องถิ่น
'ปกรณ์' เตรียมแจ้งผลสอบทุจริตข้าราชการท้องถิ่นให้นายกฯทราบ เหตุอยู่ระหว่างปรับแก้
ทำไม 'อนุทิน-ปกรณ์' คิดต่าง เรื่องโกงข้อสอบท้องถิ่น
นายเทพไท เสนพงษ์ นักวิเคราะห์การเมืองอิสระ อดีต สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่อง ทำไม??? อนุทิน-ปกรณ์ คิดต่าง เรื่องโกงท้องถิ่น มีเนื้อหาดังนี้
'ปกรณ์' แจงยุบธนาคารที่ดิน ไม่เกี่ยวข้องโฉนดชุมชน แนะเจ้าหน้าที่อย่าขับไล่ชาวบ้าน
นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณีที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.)ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ให้พิจารณาทบทวนการยุบสถาบันบริหารจัดการธนาคารที่ดิน (องค์การมหาชน) หรือ บจธ. รวมถึงกลุ่มขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พีมูฟ)

