9 มี.ค.2566 - ที่สโมสรตำรวจ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร. ได้มาร่วมสังเกตการณ์การนำสำนวนการสอบสวนในคดีดังกล่าวของคณะพนักงานสอบสวน สภ.เวฬุวัน ภ.จว.ขอนแก่น เสนอต่อเลขาธิการ ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เผยว่า ในสำนวนได้มีการสอบปากคำพยานไปมากถึง 446 ปาก มีเอกสารพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องในคดีมากถึง 139,000 แผ่น ซึ่งคณะพนักงานสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานพิจารณาแล้ว เห็นควรดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทั้ง 107 คน ในความผิดฐาน ร่วมกันเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และสั่งฟ้องอีก 9 คนในความผิดฐาน เป็นเจ้าพนักงานเรียกรับ หรือยอมจะรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใด สำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ
พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ดำเนินการสืบสวนขยายผลในการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองทั้งหมด และได้ส่งมอบข้อมูลให้กับพนักงานสอบสวนแล้ว ในวันนี้ คณะพนักงานสอบสวน สภ.เวฬุวัน ภ.จว.ขอนแก่น ได้ดำเนินการสอบสวนปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องและรวบรวมพยานหลักฐานเสร็จสิ้นแล้ว และได้ส่งสำนวนการสอบสวน โดยได้สอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน พิจารณาแล้วเห็นควรดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจำนวน 107 คน ทั้งข้อหาเป็นเจ้าพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ฯ และข้อหาเรียกรับผลประโยชน์โดยมิชอบ มีเอกสารมากถึง 139,000 บาท
วันนี้จึงได้มาสังเกตการณ์ดูแลความเรียบร้อยในการนำเสนอต่อเลขาธิการ ป.ป.ช.เพื่อดำเนินการตรวจสอบเอกสารหลักฐานทั้งหมด และพิจารณาชี้มูลความผิดและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ถือว่าเป็นการดำเนินการบังคับใช้กฎหมายโดยเด็ดขาดเพื่อดำเนินการกับเจ้าหน้าที่ที่ใช้อำนาจทางกฎหมายในทางที่ผิด ช่วยเหลือกลุ่มทุนจีนสีเทาให้กระทำผิดในราชอาณาจักรได้ เพื่อเป็นการเรียกศรัทธาและสร้างความเชื่อมั่นในตัวตำรวจมากยิ่งขึ้น
พล.ต.อ.สุรเชษฐ ์ยังระบุถึง นายพลที่ถูกดำเนินคดีและเป็นเพื่อนร่วมรุ่นนักเรียนในร้อยตำรวจว่า แม้จะเป็นเพื่อนร่วมรุ่น แต่หากทำผิดก็ต้องดำเนินคดี รวมทั้งนายตำรวจที่เกษียณอายุราชการไปแล้วก็จะมีขั้นตอนในการดำเนินคดีตามกฎหมายเช่นเดียวกัน
ส่วนกรณีที่มีตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ส่งเรื่องร้องเรียนไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ตัวเองปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการสอบสวน ถือว่า เป็นสิทธิ์ที่ผู้ร้องเรียนสามารถกระทำการได้ เนื่องจากเป็นการตรวจสอบในทุกมิติของกระบวนการทำงาน ยินดีที่จะให้มีการตรวจสอบเพื่อความโปร่งใสกับทุกฝ่าย
เขากล่าวต่อว่า ถึงเวลาแล้ว ที่จะต้องปฏิรูปการทำงานของตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เพราะเป็นด่านหน้าของประเทศ ที่มีหน้าที่คัดกรองผู้คนเข้าสู่ประเทศ หากทำงานดีมีประสิทธิภาพก็จะสามารถ ลดปัญหาอาชญากรรม ลงได้
นอกจากนี้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ยังระบุว่า การสืบสวนขยายผลจากคดีนี้ ได้เครือข่ายในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ พบมีกลุ่มคนจีนเข้ากว้านซื้อหมู่บ้านจัดสรรหลายแห่ง พบอย่างน้อย4- 5 โครงการ โดยเป็นการซื้อเหมาทั้งโครงการไปจนถึงการพยายามที่จะซื้อโรงเรียนเอกชนและว่าจ้างคนไทยในกลุ่มอาชีพหัตถการ งานฝีมือด้านต่างๆไป ว่าจ้างทำผลิตภัณฑ์ เพื่อส่งออกจำหน่ายไปยังประเทศจีน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เท้ง' นำทีม ปชน. เปิดกระบวนท่าโกง 'เกิด แก่ เจ็บ ตาย'
'ผู้นำฝ่ายค้าน' พบประชาชน จัดฟอรัม 'เกิด แก่ เจ็บ โกง' ชี้ทุจริตเกิดขึ้นทุกช่วงชีวิต ตั้งแต่เกิดจนตาย เปิดกระบวนท่าคอร์รัปชัน ทุกปีงบรั่วไหล 3 แสนล้านบาท
ศาลรับฟ้องคดี 'ภาคภูมิ' หมิ่นประมาท 'บิ๊กโจ๊ก' นัดขึ้นให้การ 7 ก.ย.
ศาลอาญากรุงเทพใต้ รับฟ้องคดี 'บิ๊กโจ๊ก' ฟ้อง 'พ.ต.อ.ภาคภูมิ' หมิ่นประมาท สัมภาษณ์สื่อกล่าวหาทำร้าย พ.ต.ท.คริษฐ์ นัดสอบคำให้การ 7 ก.ย. 69
'หมอยง' ชี้ 'ไม่โกง' ปลูกฝังตั้งแต่เด็ก ผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างที่ดี
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ ราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ และหัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ความซื่อสัตย์ ไม่คดโกงต้องปลูกฝังตั้งแต่ยังเด็ก
ระทึก! 'กสถ.' นักถก 15 ก.ค. ชี้ชะตา 'ขรก.ท้องถิ่น' เอี่ยวทุจริตสอบ ก่อนส่ง 'ก กลาง-จังหวัด' เพิกถอนบรรจุ
‘อรรษิษฐ์’ เผย กสถ.ประชุมชี้ชะตา ขรก.ท้องถิ่นเอี่ยวทุจริตสอบที่บรรจุแล้ว 15 ก.ค. นี้ ก่อนส่ง ‘ก กลาง-จังหวัด’ เพิกถอนบรรจุ มั่นใจสอบรอบนี้สร้างความกระจ่างให้ประชาชนได้
ตำรวจเดินหน้าสางคดีทุจริตสอบท้องถิ่น ขีดเส้นรายงานนายกฯภายใน 30 วัน
ผบ.ตร.เรียกประชุมคณะทำงานตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีทุจริตสอบท้องถิ่น กำหนดกรอบการทำงาน 20 วัน ชี้คดีอาญาเป็นหน้าที่ ป.ป.ช. ดำเนินการ
ป.ป.ช. ชี้มูล 'เกรียง กัลป์ตินันท์' พร้อมเครือญาติกับพวก ทุจริตก่อสร้างถนน
นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ง (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด นางรจนา กัลป์ตินันท์ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีนครอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี

