‘บิ๊กตู่’ สั่ง ป.ป.ส.จับตายาเสพติดแบบใหม่ บดใส่ซองคอลลาเจน-กาแฟ

‘บิ๊กตู่’ รับรายงานยาเสพติดรูปแบบใหม่ บดใส่ซองเกลือแร่ คอลลาเจน ซองกาแฟ กำชับป.ป.ส.ติดตามใกล้ชิด ตรวจสอบพบแอคเคาท์ในประเทศเพื่อนบ้านโพสต์ขายบนโซเชียลมีเดีย จับตาหลังพบคนไทยเข้าไปสั่งซื้อ

17 เม.ย.2566-น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้รับรายงานถึงสถานการณ์ยาเสพติดที่ขณะนี้มีรูปแบบและช่องทางการขายที่เปลี่ยนไป โดยสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.)  ตรวจสอบพบการโพสต์จำหน่ายยาอีที่บดบรรจุในซองผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มเกลือแร่ ซองคอลลาเจน และซองกาแฟ ในโซเชียลมีเดีย โดยบัญชีหรือแอคเคาท์ผู้ใช้ติ๊กต็อกในประเทศเพื่อนบ้าน มีการโฆษณาแจ้งเบอร์โทรศัพท์ WhatsApp เป็นช่องทางติดต่อ ซึ่งแม้ในโพสต์จะไม่แจ้งการมีบริการส่งเข้าประเทศไทย แต่พบว่ามีสมาชิกผู้ใช้ติ๊กต็อกจากประเทศไทยเข้าไปติดต่อซื้อด้วย

“นายกรัฐมนตรีห่วงใยต่อสถานการณ์การค้ายาเสพติดที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบไป จึงกำชับให้ ป.ป.ส. สำนักงานตำรวจแห่งชาติติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด และย้ำเตือนประชาชนอย่าเข้าไปเกี่ยวข้อง อย่าสั่ง อย่าโพสต์ อย่าแชร์โฆษณายาเสพติด เพราะหากตรวจสอบพบการโพสต์ที่เข้าข่ายเป็นโฆษณายาเสพติดก็มีโทษหนัก จำคุก 2 ปี ปรับ 2 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนการขายและกระทำใดใดที่แม้จะทำในประเทศเพื่อนบ้านแต่หากเป็นกรณีคนไทยเข้าไปเกี่ยวข้องก็ต้องรับโทษตามประมวลกฎหมายยาเสพติดของไทยมีโทษหนักทั้งจำทั้งปรับและยึดทรัพย์สิน”

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) ก็ได้มีคำเตือนเกี่ยวกับความร้ายแรงของยาอีที่ถูกลักลอบบรรจุลงในแพคเพจของผลิตภัณฑ์ต่างๆ และวางขายในช่องทางโซเชียลมีเดียในขณะนี้ว่า สามารถทำลายระบบประสาท การหลั่งสารต่างๆตามธรรมชาติของร่างกายผิดปกติ ผู้ใช้ติดต่อกันจะเกิดอารมณ์เศร้าหมองหดหู่ ซึมเศร้า อาจเป็นโรคจิตประเภทซึมเศร้าและมีแนวโน้มการฆ่าตัวตายสูงกว่าคนปกติ และยังทำให้การนอนหลับผิดปกติ  หากเป็นตัวยาที่มีส่วนผสมยาเสพติดหลายชนิด มีความเข้มข้น หรือเสพพร้อมกับดื่มแอลกอฮอล์หรือเสพยาชนิดอื่นร่วมด้วย อาจทำให้เกิดอาการช็อกและเสียชีวิตได้

ทั้งนี้ แนะนำให้พ่อแม่ ผู้ปกครองสอดส่องบุตรหลานที่มีการใช้สื่อโซเชียลมีเดียเพื่อป้องกันการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด หากพบว่ามีพฤติกรรมเสี่ยงและพบสิ่งต้องสงสัย ควรพูดคุยด้วยเหตุผลไม่ใช้ความรุนแรง บอกกล่าวถึงผลเสียต่อสุขภาพรวมถึงอันตรายที่จะตามมา และรีบพาไป พบแพทย์เพื่อเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา สามารถขอรับคำปรึกษาได้ที่ สายด่วนบำบัดยาเสพติด 1165  หรือเข้ารับการบำบัดรักษายาเสพติดได้ที่ สถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติบรมราชชนนี (สบยช.) กรมการแพทย์ จังหวัดปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญญารักษ์ในส่วนภูมิภาคทั้ง 6 แห่ง หรือ หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pmnidat.go.th

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สืบนครบาล 7 จับ 'ยาไอซ์' ล็อตใหญ่ 1,110 กก. ลำเลียงเข้ากรุงเทพฯ

กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) แถลงข่าวร่วมกันจับกุมขบวนการ ลักลอบขนยาไอซ์น้ำหนัก 1,110 กก. ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขามัญจาคีรี ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น

'สมช.' สั่ง ตร.-หน่วยข่าว คุมเข้มสถานทูตสหรัฐ-อิหร่าน-อิสราเอล สกัดเฟกนิวส์

'สมช.' มอบ ‘ตำรวจ-หน่วยการข่าว’ คุมเข้มสถานทูตอเมริกา-อิหร่าน-อิสราเอล พร้อมบุคคลสุ่มเสี่ยงที่เข้าออกประเทศ จัดการโซเชียลบิดเบือนสร้างความแตกแยก

นายกฯ ย้ำไทยวางตัว 'เป็นกลาง' สถานการณ์ตะวันออกกลาง วอนใช้การทูตยุติความขัดแย้ง

‘อนุทิน’ ย้ำไทยวางตัวเป็นกลางสถานการณ์ตะวันออกกลาง วิงวอน ทุกฝ่ายใช้เจรจาทางการทูตยุติความขัดแย้ง พร้อมสั่ง 6 กระทรวงออกมาตรการอุ้มประชาชน ลดผลกระทบเศรษฐกิจ-ภัยความมั่นคง

‘อนุทิน’ควง‘ศุภจี’ขายข้าวจีนล็อตแรก4หมื่นตัน

‘อนุทิน’ควง ‘ศุภจี’ พร้อมทีมพาณิชย์ หารือเอกอัครราชทูตจีน ประจำประเทศไทย ขอบคุณช่วยสนับสนุนการนำเข้าข้าวจากไทย รับข่าวดี ล็อตแรก 4 หมื่นตัน กำหนดส่งมอบสิ้นเดือน ก.พ.นี้ ส่วนที่เหลือในกรอบ 5 แสนตัน ตั้งเป้าให้จบในปีนี้ พร้อมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็น เดินหน้าการค้า ลงทุน การท่องเที่ยว