ตำรวจพะวอ จับแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองชายแดนตากได้ 38 คน

ตำรวจ สภ.พะวอ  สกัดไวรัสโควิดเข้าประเทศ จับกุมต่างด้าวแอบลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ได้ 38 คน

6 ธ.ค.2564-พ.ต.อ.นนทวร สีอินทร์ ผกก.สภ.พะวอ จ.ตาก สั่งการให้ พ.ต.ต.สุรพงษ์ รัตนาวงศ์ สว.สส. , ร.ต.อ.ทองแดง ราศรี รอง สว.สส. นำตำรวจชุดสืบสวน  สภ.พะวอ  ร่วมกับเจ้าหน้าที่ทหาร มว.สกัดกั้นที่   3 ร้อยสกัดกั้นที่    1 กกล.นเรศวร  และฝ่ายปกครอง ร่วมกันจับกุมตัวนายอะตู ไม่มีนามสกุล อายุ 27 ปี สัญชาติ เมียนมาร์   พร้อมกับพวกรวมจำนวน 38 คน เป็น ชาย 23 คน หญิง 15 คน  แรงงานต่างด้าวลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ตามนโยบายผู้บังคับบัญชา แจ้งข้อกล่าวหาว่า “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองและพักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต,ฝ่าฝืนประกาศคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดตาก ฉบับที่ 38/63 เรื่องมาตรการป้องกันควบคุมโรคติดต่อเชื้อไวรัวโคโรนา2019 (โควิด 19)จังหวัดตาก” โดยจับกุมได้บริเวณบ้านปางควาย ม.5 ต.พะวอ อ.แม่สอด จ.ตาก  แล้วควบคุมตัวต่างด้าวนำส่ง พ.ต.ท.บัณฑิต เดินไพร พงส.สภ.พะวอ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นายกฯ ปลื้มผลงานเพื่อน 'ปราบสแกมเมอร์-ตัดวงจรนอมินีข้ามชาติ' โอ่ช่วยไทยไต่ระดับเชื่อมั่นนานาชาติ

‘อนุทิน’ นำแถลงผลปราบสแกมเมอร์ - ตัดวงจรนอมินีข้ามชาติ เผยพอใจทุกหน่วยงานมุ่งมั่นทำงาน ทำไทยไต่ระดับความเชื่อมั่นจากนานาชาติดีขึ้น

เลือกตั้งพัทยาวุ่น! 'น้องนัท' โร่แจ้งความ มือมืดย้ายป้ายหาเสียง

น.ส.ณัฐภัทรศรา เมทินีกิตติกีรติ หรือน้องนัท ผู้สมัครสมาชิกสภาเมืองพัทยา (สม.) เบอร์ 4 เขต 2 เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง

สองแม่ลูกโหด! รุมทำร้ายสาวแคดดี้สาหัส เก็บมือถือได้ไม่คืน

เจ้าหน้าที่กู้ภัยบางพลี รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือพาหญิงสาวรายหนึ่งส่งโรงพยาบาล หลังจากที่เธอถูกทำร้ายร่างกายมาและกลับมาพักที่ห้องพัก

ดัดหลังนักกินหัวคิวทำบัตรแรงงานต่างด้าว 'จุลพันธ์' เร่งแก้ปัญหาคิวยาว จ่อเปิดจดทะเบียนใหม่อีกระลอก

ดัดหลังนักกินหัวคิวทำบัตรแรงงานต่างด้าว หลังฉวยโอกาสงาบผลประโยชน์จากความชักช้าของระบบ e-WorkPermit “จุลพันธุ์” เตรียมขึ้นทะเบียนใหม่อีกระลอกหลังพบหลุดจากระบบจำนวนมาก

เด้ง 'ผบช.8' เข้ากรุ! เซ่นปมคลิปประชุมว่อนโซเชียล

ผบ.ตร. ลงนามคำสั่งให้ พล.ต.ท.สิทธิชัย โล่กันภัย ผบช.ภ.8 ช่วยราชการ ศปก.ตร. พร้อมขาดจากตำแหน่งเดิม ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริง หลังมีข้อมูลเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์จนกระทบความเชื่อมั่นและภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ