เปิดลึก มหาดไทย ขยับ รีเซ็ต คุมอาวุธปืน ฝ่ายกฎหมายแทงสวน

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ กราดยิงกลางโรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ทำให้จากเดิมที่มีความเชื่อกันว่า”โรงเรียน-สถานศึกษา”คือ Safe Zone พื้นที่ปลอดภัย ต้องถูกสั่นคลอน ส่งผลให้รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล มีการบ้านเร่งด่วนคือการทำให้สังคมเชื่อมั่นว่า โรงเรียนยังเป็นพื้นที่ปลอดภัย  และอีกหนึ่งเรื่องที่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขยับแรงๆ ทันทีก็คือ การยกระดับความเข้มงวดในการ”ควบคุมอาวุธปืน”เพราะแม้ปืนที่ก่อเหตุจะเป็นปืนในบ้านของผู้ก่อเหตุ แต่ทำให้สังคมเล็งเห็นถึงอันตราย ความไม่ปลอดภัยหากการควบคุมอาวุธปืนยังไม่มีประสิทธิภาพ

  ล่าสุด”อนุทิน นายกฯและรมว.มหาดไทย”ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับเรื่องนี้ เพราะกรมการปกครอง-ก.มหาดไทย มีหน้าที่หลักในการควบคุม ออกใบอนุญาต และกำกับดูแลอาวุธปืน ตามพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ โดย อนุทิน ออกลูกแอ็กชั่น จะต้องมีการยกระดับการควบคุมอาวุธปืน ให้มีความเข้มขึ้น

จากเหตุการณ์นี้เราคงต้องเน้นในเรื่องของอาวุธปืน ได้คุยกับ ปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี แล้วว่าจะต้องมีการปรับปรุงกฎหมาย แม้กระทั่งการออกกฎหมายในเรื่องของการควบคุมอาวุธปืนต้องให้เข้มข้นมากกว่านี้”

 จากการตรวจสอบพบว่า กระทรวงมหาดไทยในยุคอนุทิน เป็นรมว.มหาดไทยมาแล้วสี่สมัย คือรัฐบาลเศรษฐา ทวีสิน-แพทองธาร ชินวัตร-รัฐบาลอนุทิน 1 และรัฐบาลอนุทิน 2 พบว่าอนุทิน ให้ความสำคัญกับเรื่องการยกระดับความเข้มข้นในการอนุญาตให้บุคคลซื้อ มี และใช้อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน การอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว (แบบป.12) มาตลอด และเริ่มขยับจริงจังมากขึ้นในยุค รัฐบาลอนุทิน 1 ที่อนุทินเป็นนายกฯควบรมว.มหาดไทย จนมีการประสานไปยังกรมการปกครองให้พิจารณาเรื่องดังกล่าวโดยเร่งด่วน

ที่พบว่า สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครอง ได้ส่งเรื่องดังกล่าวให้”คณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมาย กระทรวงมหาดไทย คณะที่1ที่มี ภาสกร บุญญลักษณ์ รองปลัดก.มหาดไทยเป็นประธาน พิจารณาเรื่อง”ร่างคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย เรื่องให้ผู้รับใบอนุญาตให้ซื้อ มี และใช้อาวุธปืน ส่งมอบอาวุธปืนและใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนแก่เจ้าพนักงานเพื่อเก็บรักษาไว้เป็นการชั่วคราว”

ต่อมา คณะกรรมการฯ ที่มีนักกฎหมาย- บุคคลภายนอกร่วมเป็นกรรมการด้วยเช่น ปัญญา อุดชาชน อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ, ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.วรรณชัย บุญบำรุง อดีตรองเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ,ศาสตราจารย์พิเศษ ดร.กมลชัย รัตนสกาววงศ์ อดีตผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกระทรวงยุติธรรม อดีตหัวหน้าภาควิชากฎหมายปกครอง คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ นำเรื่องดังกล่าวมาหารือเมื่อเดือนพ.ค.2569 ที่ผ่านมา

รายงานข่าวแจ้งว่า ที่ประชุมพิจารณาหนังสือของกรมการปกครอง ที่ระบุว่านายอนุทิน นายกฯและรมว.มหาดไทย ขอให้มีการดำเนินการปรับปรุงหลักเกณฑ์การอนุญาตให้บุคคลซื้อ มี และใช้อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน การอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัว และการเพิ่มมาตรการให้มีความปลอดภัยรัดกุมมากยิ่งขึ้น กรมการปกครองจึงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 17 หน่วยงานเข้าร่วมประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ โดยที่ประชุมเห็นชอบการแก้ไขกฎหมายระดับพระราชบัญญัติและกฎหมายลำดับรอง และมีมติเห็นชอบในหลักการในการกำหนดมาตราการควบคุมอาวุธปืน ภายหลังการออกใบอนุญาต และการควบคุมอาวุธปืนผิดกฎหมาย โดยให้กรมการปกครองจัดทำร่างพ.ร.บ. อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ...โดยกำหนดให้บุคคลที่ครอบครองอาวุธปืน หรือเครื่องกระสุนปืน หรือสิ่งเทียมอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย สามารถนำมามอบให้แก่ทางราชการ โดยได้รับการยกเว้นความผิดทางอาญา และให้จัดทำร่างคำสั่งสำนักนายกฯและกระทรวงมหาดไทย เรื่องให้ผู้รับใบอนุญาต ให้ซื้อ มี และใช้อาวุธปืน ส่งมอบอาวุธปืน และใบอนุญาต แก่เจ้าพนักงานเพื่อเก็บรักษาไว้เป็นการชั่วคราว ซึ่งเจ้าพนักงานคือ อธิบดีกรมการปกครองสำหรับในเขตกรุงเทพมหานคร ส่วนในเขตอำเภอให้เป็นนายอำเภอ ภายใน 180 วันนับแต่วันที่คำสั่งมีผลบังคับใช้ เพื่อเก็บรักษาอาวุธปืน ใบอนุญาตฯ เป็นการชั่วคราว เพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง สภาพความพร้อมใช้งาน คุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม และการดำรงอยู่ของผู้ได้รับใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน ตามแต่กรณีแห่งความจำเป็น

“โดยหากตรวจสอบแล้ว พบว่ามีความถูกต้องตามกฎหมาย ให้เจ้าพนักงานคืนอาวุธปืน ใบอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืนทันทีหรืออย่างช้าภายในยี่สิบสี่ชั่วโมง นับแต่ได้รับมอบอาวุธปืนและใบอนุญาตฯ แต่หากเป็นกรณีตรวจสอบแล้วปรากฏว่า อาวุธปืน ใบอนุญาตฯ มีความไม่ถูกต้อง ให้แก้ไขให้ถูกต้องตามระเบียบกฎหมาย แล้วส่งมอบอาวุธปืน ใบอนุญาต กลับคืนอย่างช้าภายในสี่สิบแปดชั่วโมง แต่หากกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขให้ถูกต้องตามระเบียบกฎหมายได้ ให้เจ้าพนักงานเก็บรักษาอาวุธปืน และใบอนุญาต ไว้ตรวจสอบจนกว่าการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องจะสิ้นสุด”หนังสือกรมการปกครองระบุ

หนังสือดังกล่าวของกรมการปกครองระบุอีกว่า กรมการปกครองพิจารณาแล้วเห็นว่า เนื่องจากมีความจำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชนและความปลอดภัยสาธารณะ ลดอาชญากรรม และควบคุมสถานการณ์ให้บ้านเมืองกลับมาเป็นปกติ จึงเห็นควรใช้อำนาจตามมาตรา 6 ประกอบมาตรา 57 ของพ.ร.บ.อาวุธปืนฯ พ.ศ.2490 มีคำสั่งให้ผู้รับใบอนุญาตให้ซื้อ มี และใช้อาวุธปืน ส่งมอบอาวุธปืนและใบอนุญาต ฯ แก่เจ้าพนักงานเพื่อเก็บรักษาไว้เป็นการชั่วคราว จึงนำเรียนรมว.มหาดไทยเพื่อโปรดพิจารณา ลงนามในร่างคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย และมีหนังสือกราบเรียนนายกฯเพื่อโปรดพิจารณาลงนามในร่างคำสั่งดังกล่าว โดยเมื่อนายกฯและรมว.มหาดไทยลงนามแล้ว จะส่งสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

อย่างไรก็ตาม พบว่าสำนักกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย มีความเห็นแย้งว่า การให้ผู้รับใบอนุญาต ให้ซื้อ มี และใช้อาวุธปืน ส่งมอบอาวุธปืน และใบอนุญาตฯ แก่เจ้าพนักงานเพื่อเก็บรักษาไว้เป็นการชั่วคราว เพื่อดำเนินการตรวจสอบฯ อาจเป็นการดำเนินการเกินกรอบอำนาจของมาตรา 57 พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ จึงเห็นควรให้กรมการปกครองเสนอเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมาย กระทรวงมหาดไทย ให้ความเห็นประกอบ

มีรายงานว่า ผลการประชุมคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมาย กระทรวงมหาดไทย คณะที่ 1 สรุปว่า หลังจากพิจารณาตรวจร่างคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงมหาดไทย และฟังคำชี้แจงจากตัวแทนกรมการปกครอง มีความเห็นโดยสรุปดังนี้

-มาตรา 57 พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ บัญญัติเงื่อนไขการใช้อำนาจดังกล่าวไว้อย่างจำกัด โดยให้ใช้ในกรณี”เหตุฉุกเฉินหรือมีความจำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน”เท่านั้น อีกทั้งเจตนารมณ์ของบทบัญญัติดังกล่าวมุ่งเน้นการให้เจ้าพนักงานเรียกเก็บรักษาอาวุธปืนไว้เป็นการชั่วคราวเพื่อป้องกันภยันตรายหรือการนำอาวุธปืนไปใช้ในการก่อเหตุอาชญากรรม การออกคำสั่งทางปกครองโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 57 ต้องแสดงเหตุผลความจำเป็นและข้อเท็จจริงอย่างชัดแจ้งให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กฎหมายกำหนด

-เนื่องจากการใช้อำนาจตามมาตรา 57 ดังกล่าว เป็นมาตรการทางปกครองที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิ์ในทรัพย์สินและเสรีภาพของประชาชนในวงกว้าง ดังนั้นการจัดทำร่างคำสั่งดังกล่าวต้องยึดหลักความพอสมควรแก่เหตุเป็นสำคัญ โดยพิจารณาเปรียบเทียบระหว่างประโยชน์สาธารณะที่คาดว่าจะได้รับกับภาระที่ประชาชนต้องแบกรับ ซึ่งมาตรการดังกล่าวจะต้องไม่เป็นการสร้างภาระแก่ประชาชนเกินความจำเป็น และต้องมีมาตรการรองรับ ที่สอดคล้องกับหลักนิติธรรม

- การกำหนดระยะเวลาดำเนินการได้แล้วเสร็จภายใน180 วันนับแต่วันที่มีคำสั่งดังกล่าว มีผลบังคับใช้ อาจมีข้อขัดข้องในทางปฏิบัติ เนื่องจากปริมาณอาวุธปืนที่มีจำนวนมหาศาลไม่สอดคล้องกับศักยภาพและอัตรากำลังของเจ้าหน้าที่ ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาในการรับบริการและเจ้าหน้าที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ทันตามกำหนด

 อีกทั้งอาวุธปืนเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจสูง สถานที่จัดเก็บในปัจจุบันอาจยังมีมาตรฐานความมั่นคงปลอดภัยไม่เพียงพอ  เสี่ยงต่อการชำรุดเสียหายหรือสูญหาย กรมการปกครองจึงควรจัดทำแผนการบริหารจัดการทรัพย์สิน มาตรการรักษาความปลอดภัย และกำหนดหลักเกณฑ์การชดใช้ค่าสินไหมทดแทน กรณีทรัพย์สินของประชาชนเกิดความเสียหายให้ชัดเจนก่อนเริ่มดำเนินการ

-ร่างคำสั่งฉบับนี้ อ้างถึงบทลงโทษทางอาญาตาม 79 สำหรับผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง อย่างไรก็ดี หลักการตีความตามกฎหมายชนและการบังคับใช้โทษอาญาคำสั่งทางปกครอง ที่นำจากไปสู่การลงโทษอาญา จำต้องมีความชัดเจนแน่นอนและมีองค์ประกอบที่สมบูรณ์ เมื่อร่างในคำสั่งปัจจุบันยังปรากฏข้อบกพร่องในด้านโครงสร้างและเนื้อหาที่ขาดความชัดเจนในเรื่องหน้าที่ของประชาชน การนำบทลงโทษอาญามาบังคับใช้ในลักษณะนี้ จึงอาจไม่สอดคล้องกับหลักนิติธรรม อาจถูกโต้แย้งเรื่องความไม่ชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งนำไปสู่การฟ้องร้องเพื่อเพิกถอนคำสั่งต่อศาลปกครองในภายหลังได้

คณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายกระทรวงมหาดไทย จึงมีมติให้กรมการปกครองรับฟังความเห็นของคณะกรรมการพิจารณาร่างกฎหมายของกระทรวงมหาดไทยไปพิจารณาประกอบการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

นี้คือความเคลื่อนไหวการขยับของอนุทิน-กรมการปกครอง-กระทรวงมหาดไทย ในการพยายามแก้กฎหมายเกี่ยวกับอาวุธปืน เพื่อรีเซ็ตการครอบครองอาวุธปืนทั่วประเทศ ที่ไม่แตกต่างจากการนิรโทษกรรมผู้มีอาวุธปืนโดยผิดกฎหมาย ให้มาเข้าระบบ รีเซ็ตกันใหม่ แต่ก็มีการแทงสวนจากฝ่ายกฎหมายของมหาดไทยว่าแนวคิดบางอย่างที่วางไว้ มีข้อบกพร่อง อาจก่อปัญหาในทางปฏิบัติ

ต้องติดตามว่า การขยับแก้ไขกฎหมายอาวุธปืนของรัฐบาลและก.มหาดไทย ต่อจากนี้ จะมีมาตราการอะไรออกมา ที่จะเป็นรื้อระบบบ-รีเซ็ต การครอบครองอาวุธปืน ทั่วประเทศ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เปิดลึก 'กรมการปกครอง-มท.' ขยับรีเซ็ต-นิรโทษกรรม อาวุธปืนทั่วประเทศ

เปิดลึก กรมการปกครอง-มท. ขยับรีเซ็ต-นิรโทษกรรม อาวุธปืนทั่วประเทศ ดันแก้กม.-ออกคำสั่งให้เอาปืนมอบราชการตรวจภายใน 180 วัน แต่ฝ่ายกฎหมายแทงสวน เตือนเสี่ยงโดนร้องใช้อำนาจเกินขอบเขต-สร้างภาระประชาชน

นายกฯ ประกาศความสำเร็จโครงการ 74 วัน 74 ล้านแคลฯ พร้อมโชว์เต้นแอโรบิก

นายกฯควงภริยา ประกาศความสำเร็จ โครงการ 74 วัน 74 ล้านแคลฯ เฉลิมพระเกียรติในหลวง ปลื้ม คนไทยออกกำลังกาย ชู “สุขภาพดี -สร้างเศรษฐกิจดี -สังคมมั่นคง“ ก่อนร่วมเต้นแอโรบิกสนุกสนาน

'ลิซ่า' ท้า 'โกแพ' ประเดิมบ้านใหญ่สตูลที่แรกฟันไม่เลี้ยงโกงท้องถิ่น

“ลิซ่า”ถาม 'กสถ.' หลังเด็กเส้นหลุดหมด จบเรื่องเลยหรือไม่ พร้อมจี้ 'วรศิษฎ์' จัดการบ้านใหญ่พัวพันทุจริตสอบท้องถิ่น ท้าเริ่มจากสตูลก่อนเลย

อดีตสว.ชี้เปรี้ยง'อนุทิน'ต้องรีบทูลเกล้าฯปลดนพ.สรณ

อดีตสว.ชี้เปรี้ยง อนุทินต้องรีบทูลเกล้าฯปลดนพ.สรณ เตือนหากคิดแบก โดนคดีอาญา-ผิดจริยธรรม เชื่ออดีตเลขาฯปธ.กสทช.ชิงลาออกด่วน เพราะได้สัญญาณพิเศษ

สอบท้องถิ่น-ฮั้วสว.-ผลงานไม่ออก บั่นทอนเชื่อมั่น'รัฐบาลอนุทิน'

สัปดาห์ก่อนมีกระแสข่าวปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) มาต้นสัปดาห์นี้มีข่าวลือพลิกขั้วรัฐบาล ส้ม-แดง-เขียว พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย และพรรคกล้าธรรม จับมือกัน

มท. สั่งผู้ว่าฯทั่วประเทศ ยกระดับ 4 มาตรการดูแลความปลอดภัยในสถานศึกษา

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยถึงกรณีเกิดเหตุการณ์ใช้อาวุธปืนภายในสถานศึกษาพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก ซึ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้สั่งการยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยและควบคุมอาวุธปืน เพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก