ตร. แจงจับ 'ม็อบจะนะ' ฝ่าฝืนกม. พบกลุ่มก่อความไม่สงบแฝงตัวร่วมชุมนุม

7 ธ.ค.2564 - ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) กล่าวถึงการชุมนุมทางการเมืองในวันนี้ว่า จากข้อมูลทางการข่าวทราบว่าจะมีการชุมนุมจำนวน 5 จุด 1.กลุ่มราษฎรยกเลิก 112 ที่อนุสารสถาน 14 ตุลา เริ่มการชุมนุมเวลา 13.00 น. 2.กลุ่มขุนพลคนของราษฎร ชุมนุมที่หน้าหอศิลป์ เริ่มชุมนุมเวลา 16.00 น. 3.กลุ่มศิลปินเพลงเพื่อราษฎร ชุมนุมที่หน้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เริ่มชุมนุมเวลา 17.00 น. 4.กลุ่มพลเมืองโต้กลับ ชุมนุมที่หน้าศาลฏีกา เริ่มเวลา 17.00 น. 5.กลุ่มเครือข่ายทะลุแก๊ส หากมีการชุมนุมจะชุมนุมที่ใต้ด่วนดินแดง เริ่มเวลา 17.30 น.เป็นต้นไป หากมีการรวมกลุ่มคาดว่าจะมีการก่อความไม่สงบและเคลื่อนที่ไปยังจุดใกล้เคียง

ในการรักษาความสงบเรียบร้อย พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น.ได้จัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์ ไว้เรียบร้อย โดยมอบหมายให้ผู้รับผิดชอบแต่ละพื้นที่ดูแลความสงบเรียบร้อยแล้ว โดยปฏิบัติภายใต้กรอบของกฎหมายเพื่อความปลอดภัยของประชาชนมากที่สุด ส่วนการรักษาความสงบเรียบร้อยวันที่ 6 ธ.ค.ที่ผ่านมา การชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบไม่มีความวุ่นวาย แต่ในส่วนของเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น รวมตัวกันเวลา 15.00 น.ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เจ้าหน้าที่ได้ทำการจับกุมผู้กระทำความผิด 37 คน เป็นชาย 6 คน หญิง 31 คน ถ้าถามว่าทำไมต้องมีการดำเนินการจับกุมนั้น ประการแรกในการรวมกลุ่มทำกิจกรรมของกลุ่มนี้ปรากฏว่า เข้าไปชุมนุมบริเวณกีดขวางทางจราจรเข้าออกทำเนียบรัฐบาล มีการวางตั้งว่างสิ่งของที่พื้นผิวจราจร เจ้าหน้าที่ทำการเจรจาแล้วยังทำการฝ่าฝืน

ประการที่ 2 การร่วมชุมนุมทำกิจกรรมเกรงว่าจะเป็นการแพร่เชื้อโรค เจ้าหน้าที่จะเข้าทำการตรวจสอบการแพร่เชื้อโรค แต่กลุ่มดังกล่าวไม่ยินยอม ประการที่ 3 การเข้าดำเนินการ เจ้าหน้าที่มีการเจรจาแต่เห็นว่ามีการรวมตัวกันตั้งแต่เวลา 15.45 น. เจ้าหน้าที่มีการเจรจาหลายครั้ง ตลอดจนมีการจัดเตรียมสถานที่อื่นเพื่อไม่ให้เกิดขวางการจราจร และการแพร่เชื้อโรค แต่กลุ่มผู้ชุมนุมยังฝ่าฝืน ประการที่ 4 กลุ่มนี้เคยมาเรียกร้องครั้งหนึ่งเมื่อปี 63 ขณะนี้รัฐบาลได้รับข้อเสนออยู่ระหว่างดำเนินการ และการชุมนุมเมื่อปี 63 มีการฝ่าฝืนกฎหมายและมาชุมนุมครั้งนี้ยังมีการฝ่าฝืนกฎหมายอย่างต่อเนื่อง

ประการที่ 5 การข่าวมีผู้เข้าร่วมชุมนุมมาจากกลุ่มอื่นอาจมีการใช้ความรุนแรงก่อความไม่สงบ ถ้าหากปล่อยให้การชุมนุมต่อเนื่องอาจก่อให้เกิดความไม่สงบได้ ประการที่ 6 การเข้าดำเนินการดังกล่าวไม่ได้เป็นลักษณะสลายการชุมนุมแต่เป็นการเจรจาทำการจับกุมผู่กระทำความผิดกฎหมาย และการดำเนินการดังกล่าวไม่ได้ใช้ความรุนแรงเป็นการใช้กำลังควบคุมฝูงชนหญิง เป็นการจับกุมตามปกติ โดยสรุปทั้ง 6 ประการเป็นเครื่องยืนยันได้ว่าเป็นเหตุผลความจำเป็นที่ตำรวจต้องดำเนินการจับกุมและดำเนินการตามกฎหมาย

นอกจากนั้นสิ่งที่ยืนยันว่าน่าจะมีกลุ่มอื่นเข้ามาใช้ความรุนแรงจะเห็นได้ว่า เมื่อทำการจับกุมผู้ชุมนุมแล้วนำตัวไปควบคุมที่ บช.ปส. มีกลุ่มผู้ชุมนุมตามไปยิงพลุ ประทัดทางเข้าสโมสรตำรวจ เป็นการยืนยันได้ว่ามีกลุ่มผู้ที่อาจจะก่อความไม่สงบและใช้ความรุนแรงเข้ามาร่วมชุมนุมดังกล่าวด้วย ตำรวจจึงมีความจำเป็นต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย

ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมในพื้นที่กรุงเทพฯว่า มีจำนวน 800 คดี สอบสวนสั่งฟ้องไปแล้ว 401 คดี อยู่ระหว่างสอบสวน 399 คดี