ดับไฟใต้มันไม่ง่าย

ไปที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กันหน่อยครับ

สถานการณ์หลังกองกำลังติดอาวุธ BRN โจมตีจุดตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส ทำให้ทหารพรานเสียชีวิต ๕ นาย บรรยากาศไม่สู้ดีเลยครับ

มันอึดอัด อึมครึม เพราะมีแนวโน้มว่าความรุนแรงจะเกิดขึ้นอีก

การเจรจาเพื่อสันติภาพก็ถูกเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด

ขณะที่พรรคการเมืองฝ่ายค้านเรียกร้องให้ยกเลิก กอ.รมน.ภาค ๔ ส่วนหน้า และยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่มีไว้เพื่อรองรับสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้

ลดการใช้กฎหมายพิเศษ

อ้างว่าเพื่อคืนสิทธิเสรีภาพให้ประชาชนในพื้นที่

แต่ความจริงในพื้นที่นั้น ต่างจากห้องแอร์อย่างสิ้นเชิง

คำให้สัมภาษณ์ของ พันเอกพงศกร แสงกุล รองผู้บังคับกองกำลังทหารพรานจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ผบ.กกล.ทพ.จชต.) เป็นสิ่งที่นักการเมืองควรรับฟัง แล้วนำไปไตร่ตรองว่า แนวทางที่ตัวเองเสนอนั้น มันเหมาะกับสถานการณ์หรือไม่

พันเอกพงศกร พูดไว้แบบนี้ครับ

"...ต้องยอมรับว่าเกิดจากขบวนการ BRN ซึ่งเป็นองค์กรลับ มีความใกล้เคียงกับผู้ก่อการร้ายในต่างประเทศ แต่เรายังไม่เรียกขบวนการ BRN ว่าผู้ก่อการร้าย แต่ใช้คำว่ากลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เพราะเป้าหมายของกลุ่มดังกล่าวโดยส่วนใหญ่จะกระทบชีวิตและทรัพย์สิน และประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดจะได้รับผลกระทบเป็นส่วนใหญ่ และไม่สามารถทำให้เศรษฐกิจในพื้นที่เติบโตได้

ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ต่างได้งบประมาณจากคนอีก ๗๔ จังหวัด นำมาให้ใช้ ทั้งการสร้างถนน สะพาน และอื่นๆ..."

"...ขณะที่เรื่องการผลิตแนวร่วม พบข้อมูลของสำนักข่าวกรองแห่งชาติว่ามีประมาณกว่า ๑,๘๐๐ คน ซึ่งบุคคลเหล่านี้เป็นกลุ่มบุคคลที่เราสามารถพิสูจน์ได้ ผ่านพยานวัตถุ, พยานหลักฐาน จากผลนิติวิทยาศาสตร์ หรือ DNA ที่ปรากฏในที่เกิดเหตุ และจากคำซัดทอดของพยานบุคคล

ส่วนใหญ่ขณะนี้กลุ่มคนดังกล่าว อยู่ระหว่างหลบหนีทั้งในประเทศและนอกประเทศ แต่ทั้งนี้เชื่อว่าน่าจะมีมากกว่า ๑,๘๐๐ คน

ขบวนการผลิตแนวร่วมเกิดมาตั้งแต่ต้นน้ำ คือเรื่องการศึกษา ต้องยอมรับว่าคุณภาพการศึกษาของเด็กในพื้นที่ยังไม่สูงมาก

หากจะเทียบกับสถิติเกรดเฉลี่ยกับเด็กในพื้นที่จังหวัดอื่น ดังนั้นเมื่อคุณภาพการศึกษาที่ไม่ดี อาจจะทำให้เด็กถูกยัดเยียดทำในสิ่งที่ผิด

และยังพบว่ามีโรงเรียนที่บ่มเพาะและบิดเบือนการศึกษาผ่านศาสนาเกิดขึ้นอยู่ ซึ่งการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ไม่เหมือนที่เราดำเนินการกับกัมพูชา ที่กำจัดอริราชศัตรู

แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องของคนในประเทศ ที่ต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ในการแก้ไขปัญหา..."

ครับ...มันคือปัญหาที่เรารู้ๆ กัน แต่แนวทางแก้ไขของฝ่ายการเมืองกลับพยายามตัดแขนตัดขาดเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะมีความเชื่อว่า หากลดความรุนแรงโดยรัฐลง BRN ก็จะลดความรุนแรงตาม

นั่นคือความคิดในห้องแอร์

แต่ของจริง เผลอเมื่้อไหร่คือ "ตาย"

BRN ในสายตามาเลเซีย หรือโลกมุสลิม ต่างไปจากมุมมองของไทยครับ

BRN เป็นองค์กรปลดปล่อยที่เป็นตัวแทนของชาติชาวมาเลย์ปัตตานี ไม่ใช่คนไทย

แม้ BRN จะเล็กมากเมื่อเทียบกับกองกำลังทางทหารของไทย แต่เขามีเป้าหมายที่จะมีสมาชิกถึง ๓ แสนคน โดยมี ๓ หมื่นคนที่ได้รับการเกณฑ์เป็นนักรบ

แต่จากการประมาณการของไทย พบว่ามีสมาชิกในกลุ่มนี้เพียงประมาณ ๑,๘๐๐ คนเท่านั้น

ในทางทหาร BRN ยังคงเป็นภัยคุกคามอยู่ แต่กำลังลดน้อยลง

ในช่วงที่รุ่งเรืองที่สุด BRN มีเครือข่ายกระจายอยู่ในหมู่บ้านประมาณ ๗๐% ของหมู่บ้านทั้งหมดในภาคใต้ของประเทศไทย

ผู้นำบางคนได้รับการฝึกฝนในอัฟกานิสถาน

กลยุทธ์ของ BRN คือ "ลอบสังหาร"

ส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ครู และพระสงฆ์ มีทั้งการวางระเบิด การโจมตีบางครั้งเป็นการโจมตีแบบไม่เลือกเป้าหมาย หลายครั้งชาวมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ถูกลูกหลงได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

การโจมตีของ BRN บางครั้งก็มีลักษณะของการก่อการร้าย

ในทางการเมือง BRN มีอิทธิพลมากพอที่จะนำรัฐบาลไทยมาเจรจาสันติภาพ

และได้ทำเช่นนั้นหลายครั้งแล้ว

แม้ว่าจะยังไม่มีแผนสันติภาพที่เป็นรูปธรรมที่ตกลงกันได้ แต่ในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ BRN อ้างว่ายินดีที่จะ "ลงนาม" และเจรจากับรัฐบาลไทย ข้อเรียกร้อง เช่น การลดปฏิบัติการทางทหาร

แต่ไม่สำเร็จ เพราะไม่รู้ใครเป็นผู้นำตัวจริงของ BRN  

ในโต๊ะเจรจามีแค่ "ผู้ส่งสาร" เท่านั้น

แต่ BRN เองก็ไม่ได้เป็นองค์กรที่เป็นเอกภาพอย่างสมบูรณ์ ดังที่มักเกิดขึ้นกับกลุ่มกบฏ อาจกล่าวได้ว่าความสัมพันธ์ที่สำคัญที่สุดของกลุ่มนี้คือความสัมพันธ์ภายในกลุ่มเอง ที่เป็นปัจจัยหลักทำให้การเจรจาล้มเหลว

 ล่าสุดโครงสร้างแกนนำเริ่มส่งผ่านจากรุ่นเก่าสู่รุ่นใหม่

เปลี่ยนจากการใช้ศาสนาเป็นหลักมาเป็นการดึงฮอร์โมนและธรรมชาติของวัยรุ่นมาเร่งการต่อสู้

ฝ่ายความมั่้นคงมีข้อมูลว่า การก่อเหตุที่ด่านตรวจบูเก๊ะซามี อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส กลุ่มผู้ก่อเหตุจะแบ่งเป็นทหารหลักบนภูเขา และทหารบ้านที่คอยวางแผนและดูต้นทาง

จัดตั้งไว้หมู่บ้านละ ๒ คน

ส่วนท่อน้ำเลี้ยงพบว่ามาจากการเรี่ยไรและบริจาคของสมาชิก ประมาณปีละ ๒,๐๐๐ บาทต่อคน คาดว่ามีเงินบริจาคสูงถึงปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท

ไม่ธรรมดาเสียแล้วละครับ

เราไม่ได้รบกับองค์กรก่อความไม่สงบที่อยู่กันตามมีตามเกิด

แต่รบกับองค์กรที่มีทุนหนุนหลัง

มีเม็ดเงินสนับสนุนหลักพันล้าน

เป้าหมายคือแยกตัวจากไทย แล้วจัดตั้งรัฐปัตตานีที่เป็นอิสระ

ก็คงเห็นภาพว่าการแก้ไขปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมันไม่ง่าย 

ฝ่ายการเมืองเสนอยกเลิกโน่นนี่นั่นให้อิสระ เพื่อแก้ปัญหาการแยกดินแดน

แบบนี้เสร็จใคร.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ออเดอร์จากคุก!

ช่วงหลังไม่ค่อยมีข่าวคราวนักโทษคดี ม.๑๑๒ ที่อยู่ในคุกเลยครับ คงเพราะกระแสหดหาย ไร้คนสนใจ แม้กระทั่งคนที่อ้างว่าเคยร่วมต่อสู้มาด้วยกัน ก็หันไปสนใจเรื่องอื่นๆ มากกว่าที่จะมองกลับเข้าไปในคุก

แค่ผู้หญิงคนเดียวยังเอาไม่ลง

เขาจีบกันแล้วครับ... หลังจาก “ไหม ศิริกัญญา” ค่ายส้ม หลุดพูดเรื่องดีลแดง-เขียว ว่า “...คงต้องมาคุยกับฝั่งเราด้วยเหมือนกัน ไม่เช่นนั้นสมการทางการเมืองอาจจะไม่ครบถ้วน...” ก็ถูกตีความว่า ส้มก็รอเสียบอยู่

'แดง-เขียว' ดีลโง่ๆ

ข่าวสมัยนี้ไปไวปานความเร็วแสง ไม่รู้โผล่มาจากไหน จู่ๆ ก็เป็นข่าวเฉย "ปฏิญญาแดง-เขียว โมนาโก" เขี่ยน้ำเงินทิ้ง จับมือตั้งรัฐบาลขั้วใหม่ได้รับความสนใจจากคอการเมืองมากพอควรทีเดียว

ระเบียบโลกใหม่

พักฮั้ว สว.ไว้ก่อนครับ ขอเวลาเปิดพจนานุกรมดูหน่อย เพราะฝั่งส้มบอกว่าเขาแค่ "ฮั้ว" แต่ "ไม่โกง" จะดูว่ามีระบุเอาไว้หรือไม่ว่า ฝ่ายที่อ้างว่าเป็นประชาธิปไตยสามารถฮั้วได้และไม่เรียกว่าโกง