รู้ตัวแล้ว! จ่อรวบก๊วนยาบ้า ซิ่งมอเตอร์ไซค์ยิงรถทางหลวงขอนแก่น  

ตำรวจทางหลวงไล่ติดตามกระบะสีขาวต้องสงสัย ก่อนถูกชายขับ จยย.ยิงใส่เพื่อเปิดทางให้กระบะหลบหนี เบื้องต้นรู้ตัวหมดแล้ว อยู่ระหว่างสืบสวนจับกุม

6 ส.ค.2566 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่าโลกโซเชียลมีเดียและเพจต่างๆทั่วทั้ง จ.ขอนแก่น ได้เผยแพร่ภาพ เหตุการณ์เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงขอนแก่น ประจำหน่วยบริการตำรวจทางหลวงน้ำพอง ไล่ติดตามจับกุมรถกระบะสีขาวต้องสงสัย โดยในช่วงระหว่างติดตามไปสักพัก ก็มีชายขับขี่รถจักรยานยนต์ตามประกบ ก่อนจะขับขี่ปาดไปปาดมาในลักษณะขวางการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมทั้งยิงปืนใส่มาที่รถตำรวจทางหลวง กระสุนโดนที่หน้ารถฝั่งซ้าย เปิดทางให้รถกระบะหลบหนีไปได้  ก่อนที่เจ้าหน้าที่จะไล่ติดตามรถจักรยานยนต์ไป โดยรถจักรยานยนต์เสียหลักลงข้างทาง คนขับทิ้งรถหลบหนีวิ่งเข้าป่าอ้อยหายไปกับความมืด พร้อมทั้งตรวจสอบพบยาบ้าจำนวน 2 เม็ดพร้อมอุปกรณ์การเสพยาบ้า

 พร้อมข้อความระบุว่า “แก๊งยาบ้าขอนแก่นเหิม ซิ่ง จยย. ไล่ประกบยิงรถตำรวจทางหลวง ขณะไล่ติดตามรถกระบะต้องสงสัย ตำรวจทางหลวง 4213 ไล่จับรถกระบะต้องสงสัย แต่ถูกชายขี่จยย. 2 คันไล่ประกบ 1ในนั้นใช้ปืนยิงใส่รถตำรวจ กระสุนถูกตัวถังด้านหน้าไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงเปลี่ยนมาไล่จยย.คันดังกล่าวแทน จนถึงบริเวณริมถนนในไร่อ้อย ใกล้หมู่บ้านคำแก่นคูณ ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น รถจักรยานยนต์คนร้ายเสียหลักตกลงข้างทางทิ้งรถวิ่งหลบหนีเข้าป่าอ้อยไปได้

เจ้าหน้าที่ตรวจยึดรถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่นเวฟ110i สีน้ำเงิน-เทา ทะเบียน 2กจ 3301 ขอนแก่น พร้อม ยาบ้า 2 เม็ดในกระเป๋าพกที่วางไว้ใต้เบาะรถ  นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.น้ำพอง ขยายผลติดตามผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี”

 ด้านพ.ต.ต.ฐกร ทองอิงครัต สว.ส.ทล.2 กก.4 บก.ทล. ซึ่งเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงขอนแก่นออกตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ ก่อนพบรถยนต์ต้องสงสัยเป็นรถกระบะสีขาว ยี่ห้อซูซุ ดีแมค สีขาว จึงขับติดตามเพื่อจะขอตรวจค้น แต่รถยนต์กระบะ ขับหนีเข้าไปในเส้นทางที่เป็นป่าอ้อย ในพื้นที่บ้านคำแก่นคูณ ต.ม่วงหวาน อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น ตำรวจทางหลวงจึงยึดรถ พบว่าใต้เบาะมียาบ้า 2 เม็ดพร้อมอุปกรณ์การเสพยาบ้า จึงตรวจยึดรถพร้อมของกลางทั้งหมดนำส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.น้ำพอง

พ.ต.ต.ฐกร กล่าวต่ออีกว่า ในเบื้องต้นสันนิษฐานว่า คนในรถยนต์กระบะสีขาว ที่เป็นรถต้องสงสัย น่าจะรู้จักกับคนขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ออกมาไล่ยิงตำรวจทางหลวง  โดยเชื่อว่า เมื่อคนในรถกระบะสีขาวรู้ว่าถูกติดตามจึงโทรศัพท์ให้เพื่อนร่วมขบวนการออกมาสกัดรถตำรวจทางหลวงเอาไว้ เพื่อหลบหนีเอาตัวรอด  ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.น้ำพอง ได้ ร่วมกันตรวจสอบ ทะเบียนรถยนต์กระบะ รวมถึงตรวจสอบเจ้าของรถจักรยานยนต์คันที่ใช้ก่อเหตุไล่ยิงรถตำรวจทางหลวง ซึ่งขณะนี้ทราบชื่อที่อยู่หมดแล้ว และอยู่ระหว่างการสืบสวน เพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สึกพระคาด่านตรวจ! จับโล้นห่มเหลืองขับรถสวมทะเบียน ไร้สังกัดวัด ตระเวนบิณฑบาต

ตำรวจทางหลวง จับสึกกลางด่านพระขับรถสวมทะเบียนไร้ใบขับขี่ พบพฤติกรรมไม่เหมาะสม เคยโดนจับสึกพระ หันมาบวชเณร ไร้วัดสังกัดตะเวนบินฑบาทไแตามตลาด-ชุมชน

ร้อง ป.ป.ช. สอบ 'ผอ.' อบจ.ขอนแก่น ปมโยกย้ายไม่เป็นธรรม เก็บเงินคนละ 1 พันจัดงานเกษียณ

ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ประจำจังหวัดขอนแก่น หรือ ป.ป.ช. ตำบลศิลา อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น นางเอ นามสมมุติ อายุ 48 ปี อดีต ผอ.รพ.สต.แห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น ปัจจุบันช่วยราชการในตำแหน่งพยาบาลวิชาชีพที่ รพ.สต.ในพื้นที่ อ.เมืองขอนแก่น นำเอกสารและหลักฐานเข้ายื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงาน ป.ป.ช. เพื่อเอาผิดกับ ผอ.กองการเจ้าหน้าที่ อบจ.ขอนแก่น

ตร.ทางหลวง เข้าช่วยรถบรรทุกจอดข้างทาง แต่พบพิรุธคนขับ ก่อนตรวจค้นเจอแรงงานเถื่อน 33 ราย

จากภารกิจช่วยเหลือประชาชน สู่การจับกุมขบวนการขนแรงงานเถื่อน 33 ราย  ตำรวจทางหลวงพบรถบรรทุกจอดข้างทางคิดว่าเป็นรถเสีย คนขับออกอาการ เหงื่อตก พูดจาวกวน เข้าตรวจสอบพบแรงงานเถื่อนแน่นตู้สินค้า สารภาพรับจ้างส่งหาดใหญ่ หัวละ 2,500 บาท พบประวัติเคยถูกดำเนินคดีเดียวกันมาแล้ว อยู่ระหว่างพิจารณาของศาล

เริ่มแล้ว! ปชช.ทยอยใช้จ่ายผ่าน 'ไทยช่วยไทยพลัส' ตลาดจอมพลขอนแก่นแม่ค้าเข้าร่วมกว่า 95%

ตลาดจอมพลขอนแก่นคึกคัก ร้านค้าเข้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัสกว่า 95%  ขณะที่ลูกค้าซื้อของเยอะขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

พายุถล่มบ้านไผ่ ขอนแก่น หลังคาบ้านปลิวว่อน เสียหาย 19 หลัง

นายเสกสม ลินดาพรประเสริฐ นายอำเภอบ้านไผ่ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากพายุฤดูร้อน ในพื้นที่ ต แคนเหนือ และ ต.หนองน้ำใส หลังได้รับรายงานความเสียหายจากผู้นำชุมชน ซึ่งจากการสำรวจความเสียหายในภาพรวมพบว่า ได้รับความเสียหายรวมทั้งหมด 19 ครัวเรือน จาก 2 ตำบล ประกอบด้วย ต.แคนเหนือ ม.1 และ ม. 2 ได้รับความเสียหายบางส่วน 15 หลังคาเรือน