
11 ม.ค.2567 - พ.ต.ต. ณฐพล ดิษยธรรม ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม ในฐานะหัวหน้าคดีจับกุมขบวนการนำเข้าหมูเถื่อน กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำกำลังเจ้าหน้าที่ ดีเอสไอ เข้าตรวจค้น บริษัท โกลเด้น ชาวเวอร์ เทรดดิ้ง จำกัด เเขวงเเสมดำ เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นของนายหลี่ เซิ่งเจียว หรือเฮียเก้า น้องชายต่างมารดานักการเมืองชื่อดัง และ ในฐานะนายกสมาคมการค้าแลกเปลี่ยนเศรษฐกิจไทยเอเชีย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ถูกออกหมายจับ เกี่ยวข้องกับขบวนการนำเข้าหมูเถื่อนรายใหญ่ ซึ่งจากข้อมูลดีเอสไอ พบว่า เฮียเก้า เป็นนายทุนรายใหญ่ ลักลอบ เนื้อหมู เนื้อวัว ตีนไก่ นำเข้ามา ก่อนที่จะสำเเดงเท็จ เป็นสินค้าในไทย ก่อนนำส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้าน เเละ ส่งขายในไทย คดีนี้ยังเกี่ยวข้องกับข้าราชการ อดีตนักการเมืองหลายคน
โดยจุดที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นเป็น อาคารพาณิชย์ 4 ชั้น เป็นสำนักงานนำเข้าผลิตภัณฑ์ผ้าอ้อมเด็ก ผลการตรวจค้นไม่พบ เฮียเก้า พบ เเต่ภรรยา ภรรยา บอกว่า นายหลี่ หรือเฮียเก้า เดินทางออกจากประเทศไทยไปตั้งแต่วันที่ 30 ธ.ค.66
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การปฏิบัติการตรวจค้นภายในบ้านพักของนายหลี่ พบภาพถ่ายที่เจ้าตัวร่วมบันทึกกับข้าราชการตำรวจระดับสูง และนักการเมือง นอกจากนี้ นายหลี่ยังเคยได้รับโล่เกียรติยศจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) ในฐานะเป็นผู้ให้การสนับสนุน ในการปรับปรุงห้องประชุมอเนกประสงค์ของกองบังคับการตำรวจนครบาล 9 เมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2564 ในสมัยของ พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. รายงานข่าวระบุว่า จากการตรวจค้นครั้งนี้ ดีเอสไอ รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอาญาออกหมายจับ 4 หมายแก่ 4 บุคคล ในข้อหาหลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงการเสียอากรโดยเจตนาจะฉ้ออากรที่ต้องเสียสำหรับของนั้น ๆ ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 243, หลีกเลี่ยงหรือพยายามหลีกเลี่ยงข้อจำกัดหรือข้อห้ามอันเกี่ยวกับของนั้น ๆ ตาม พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ. 2560 มาตรา 244, นำเข้า ส่งออก หรือนำผ่านราชอาณาจักรซึ่งสัตว์หรือซากสัตว์ โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายอันเป็นความผิดตามมาตรา 31 แห่ง พ.ร.บ.โรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 ประกอบมาตรา 68 และมาตรา 83 ตามประมวลกฎหมายอาญา, มาตรา 209 ผู้ใดเป็นสมาชิกของคณะบุคคลซึ่งปกปิดวิธีดำเนินการและมีความมุ่งหมายเพื่อการอันมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นอั้งยี่ และข้อหาร่วมกันฟอกเงิน
รายชื่อ 4 บุคคลที่ถูกหมายจับศาลอาญาที่ 111-114 ลงวันที่ 9 ม.ค.67 ประกอบด้วย 1.นาย หลี่ เซิ่งเจียว หรือ เฮียเก้า น้องชายต่างมารดานักการเมืองชื่อดัง 2.นายหยาง ยา ซุง 3. นายกรินทร์ บุตรชายของนายหลี่ และ 4.น.ส.นวพร เชาว์วัย ฝ่ายบริหารจัดการด้านบัญชีของนายหลี่
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ดีเอสไอ ส่งสำนวนคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ให้ ป.ป.ช. สอบต่อ
“ดีเอสไอ” ส่งสำนวนคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล Worldcoin โยงธุรกิจสีเทากัมพูชา ให้ ป.ป.ช. สอบต่อ หลังพบนักการเมืองและ จนท.รัฐ มีเอี่ยว
กระทุ้ง กกต. โชว์ฝีมือจับซื้อเสียง แนะ ธปท. เช็กย้อนหลังตั้งแต่ยุบสภา
นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอบคุณ ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ภายหลังจากนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย
ออกหมายจับ 'นักการเมืองเทา' 2 ราย พัวพันสแกมเมอร์-เว็บพนัน เผ่นหนีนอกประเทศแล้ว
รมว.ยุติธรรม เผยคดีนักการเมืองพัวพันสแกมเมอร์-เว็บพนัน ล่าสุดออกหมายจับแล้ว 2 ราย "สจ.เนย์ เเห่งกาฬสินธุ์ และเมีย" ล่าสุดพบหลบหนีออกนอกประเทศเมื่อ 20 ม.ค.69 ส่วนอีก สจ. อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้
'ทวี' ดีใจรอดคมดาบศาลรัฐธรรมนูญ ลั่นเป็นชัยชนะของหลักนิติธรรม
พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยกคำร้องกรณีข้อกล่าวหาแทรกแซงการทำงานของ DSI ในคดีฮั้วเลือก สว. โดยศาลวินิจฉัยไม่พบพฤติการณ์สั่งการหรือข่มขู่ตามที่ถูกกล่าวหา
'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.
นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.
'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.
ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่

