ตร.ไซเบอร์รวบนายหน้าประกันแสบขายข้อมูลประชาชนกว่าแสนรายชื่อให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์

12 ม.ค.2567 - พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. ได้สั่งการเร่งด่วนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนติดตามจับกุมกลุ่มผู้กระทำผิดในการซื้อขายข้อมูลประชาชน กระทั่งช่วงประมาณต้นเดือนพฤศจิกายน 2566 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองบังคับการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 5 กองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ได้ทำการสืบสวนจับกุมกลุ่มบุคคลที่มีการแสวงหาประโยชน์ มิชอบจากการซื้อ-ขาย ข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอื่นเป็นจำนวนมากผ่านกลุ่มโซเชียลมีเดียเฉพาะกลุ่ม (Dark Web) ให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์

จากการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนทราบว่า นายอรรณพฯ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี ประกอบอาชีพเป็นนายหน้าประกันมีส่วนร่วมในการซื้อขายข้อมูลประชาชนจากกลุ่มผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมดำเนินคดีแล้ว จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานจนศาลได้อนุมัติหมายจับบุคคลดังกล่าว ในความผิดตาม พรบ.คุ้มครองส่วนบุคคล และ พรบ.คอมพิวเตอร์ ตามหมายจับศาลอาญาที่ 59/2567 ลงวันที่ 5 ม.ค.67 กรณีซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลให้บุคคลอื่น

จนกระทั่งต่อมาในวันที่ 11 มกราคม 2567 เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน บก.สอท.5 นำโดย พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผบก.สอท.5, พ.ต.อ.ฐาปกรณ์ หนุมาศ ผกก.3 บก.สอท.5, พ.ต.ท.ปฐมพงศ์ มีอยู่, พ.ต.ท.ธัชพล ประจักส์จิตต์ รอง ผกก.3 บก.สอท.5 สั่งการให้ พ.ต.ท.มนัส นิลกรรณ์ สว.กก.3 บก.สอท.5 พร้อมชุดสืบสวนร่วมกันตรวจค้นจับกุมจับกุมนายอรรณพ ตามหมายค้นศาลอาญาธนบุรี ได้ที่บ้านพักในพื้นที่เขตทุ่งครุ กทม. และตรวจยึดอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่พบพยานหลักฐานในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลที่ซื้อขายมาจากบุคคลอื่นโดยมิชอบ เพื่อนำมาแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว

นายอรรณพ ผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ยอมรับว่าตนเองประกอบอาชีพนายหน้าประกันของบริษัทแห่งหนึ่ง ได้รู้จักนายวีรทัศน์ฯ (ผู้ต้องหาที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ในความผิดเดียวกัน) โดยซื้อขายข้อมูลส่วนบุคคลมาเพื่อใช้ในการดำเนินการติดต่อหาลูกค้ามาเพื่อทำประกันต่างๆ โดยจะรับซื้อขาย แลกเปลี่ยน ข้อมูลส่วนบุคคล ในราคารายชื่อละ 50 สตางค์ ถึง 75 สตางค์ ซึ่งแต่ละครั้งจะมีการซื้อขายข้อมูลหลักแสนรายชื่อ จากนั้นผู้ต้องหาจะนำข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้เพื่อดำเนินการขายต่อข้อมูลที่ตรวจสอบแล้วเพื่อรับกำไรส่วนต่าง หรือใช้ในการประกอบอาชีพของตนเอง โดยจะได้รายได้จากการขายข้อมูลต่อครั้งละ 20,000 – 40,000 บาท จากนั้นจึงได้นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.5 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ตำรวจไซเบอร์' ปูพรมด้ามขวาน ล้างสแกมเมอร์-ผู้มีอิทธิพล

ตำรวจไซเบอร์ กวาดล้างอาชญากรรมทางเทคโนโลยีพื้นที่ภาคใต้ สแกมเมอร์ ความเสียหาย 173 ล้านบาท พนันออนไลน์กว่า 700 ล้านบาท กวาดล้างผู้มีอิทธิพล อาวุธปืน

นักวิเคราะห์ ชี้คนอายุ 21-30 ปี เป้าหมายอันดับ 1 มิจฉาชีพยุค AI สูญเงินล้านมากกว่าผู้สูงอายุ

หลายคนมักคิดว่าผู้สูงอายุ คือกลุ่มที่เปราะบางและตกเป็นเหยื่อกลโกงออนไลน์ได้ง่ายที่สุดในสังคม ​แต่จากชุดข้อมูลและสถิติล่าสุดจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) กลับสะท้อนความจริงที่สวนทาง

ตร.ไซเบอร์รวบสาวลาว ขับรถปล่อย SMS ลิงก์ปลอมกลางกรุง

ตำรวจไซเบอร์ประสาน AIS แกะรอยขบวนการใช้รถยนต์ติดตั้งสถานีฐานจำลอง ตระเวนปล่อยสัญญาณส่ง SMS หลอกประชาชนตามย่านชุมชนและพื้นที่คนพลุกพล่าน สุดท้ายตามสกัดรถต้องสงสัยในพื้นที่บางขุนเทียน ห

ระวัง! มิจฉาชีพเกาะบอลโลก ลวงพนันออนไลน์ ส่งลิงก์ฉกข้อมูลส่วนตัว

รัฐบาลเตือนแฟนบอลไทย! ระวังมิจฉาชีพเกาะกระแสฟุตบอลโลก 2026 หลอกเล่นพนันออนไลน์–ขายตั๋วปลอม–ส่งลิงก์ดูบอลสดเถื่อน ย้ำ '4 ไม่' รู้ทันก่อนสูญเงิน

ตร.ไซเบอร์ บุกรวบ 'เบิร์ด วันว่างว่าง' ทำคอนเทนต์ขยะกระทบบริษัทกาวยาแนวเสียหาย

สืบเนื่องจาก บช.สอท. ได้รับคำร้องทุกข์จาก บริษัท จระเข้ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายกาวซีเมนต์และยาแนวตราจระเข้ จากกรณีที่ นายธีระวัฒน์ อายุ 38 ปี หรือ “เบิร์ด วันว่างว่าง” ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอบน TikTok และ Facebook โดยนำบรรจุภัณฑ์กาวยาแนวตราจระเข้มาแสดงและสื่อสารให้คนเข้าใจในลักษณะว่าเป็น “แป้งมันตราจระเข้” ก่อนนำไปผสมน้ำแล้วใช้ป้ายใบหน้าและลำตัวผู้อื่นเมื่อช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา

สภาผู้บริโภคฟ้องแล้ว! ให้ 'เฟซบุ๊ก' ชดใช้ 230 ล้าน ศาลนัด 3 ส.ค.

สภาผู้บริโภคยื่นฟ้อง 'สถาบันการเงิน-เฟซบุ๊ก-เพลตฟอร์มออนไลน์' คดีละเมิดสิทธิผู้บริโภค ฐานปล่อยมิจฉาชีพใช้ระบบหลอกลวงปชช. เรียกค่าเสียหาย 230 ล้านบาท ศาลเเพ่งนัดพร้อม 3 ส.ค.