
15 มี.ค. 2567 – พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กล่าวว่า พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. ได้มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่อาจได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมรูปแบบต่างๆ ซึ่งในปัจจุบันกลุ่มมิจฉาชีพยังคงมีการพัฒนารูปแบบในการหลอกลวงพี่น้องประชาชนอยู่เสมอ มีการนำหลักจิตวิทยามาปรับใช้ใช้ในการหลอกล่อให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ และพบว่ากลุ่มมิจฉาชีพมักสร้างบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการหลอกลวงเหยื่อ เช่น สร้างบัญชีปลอมเป็นบุคคลมีชื่อเสียง สร้างบัญชีปลอมเป็นหน่วยงานของรัฐ สร้างบัญชีที่ไม่มีตัวตนอยู่จริง(บัญชีอวตาร) หรืออ้างว่าตนเองมีฐานะร่ำรวย เป็นต้น
โดยรูปแบบของบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ที่ต้องระวัง เพราะอาจเป็นมิจฉาชีพมี 5 รูปแบบดังต่อไปนี้
1.“หนุ่มหล่อสาวสวย” แอดท่านเป็นเพื่อน โดยที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เพื่อพยายามสานสัมพันธ์ในเชิงชู้สาว ซึ่งจะนำไปสู่การหลอกลวงเอาทรัพย์สิน หรือหลอกให้ส่งภาพลามก
2.“อวดร่ำอวดรวย” โดยมักจะมีการโพสต์ในทำนองว่าได้เงินจากการลงทุน หรือทำธุรกิจบางอย่าง ซึ่งได้ผลตอบแทนสูง ซึ่งจะนำไปสู่การหลอกลวงชวนลงทุน หรือ Hybrid Scam
3.“ต่างชาติวัยเกษียณ” ส่งข้อความมาหาหรือแอดท่านเป็นเพื่อน เพื่อสานสัมพันธ์เชิงชู้สาว จากนั้นอ้างว่าจะย้ายมาอยู่ประเทศไทย และจะส่งทรัพย์สินมาให้ แต่ติดอยู่ที่ศุลกากร หลอกลวงให้เหยื่อหลงเชื่อโอนเงินให้มิจฉาชีพ
4.“หน่วยงานรัฐ (ปลอม) รับช่วยเหลือ” ลงโฆษณาผ่านช่องทางต่าง ๆ อ้างหน่วยงานของรัฐเปิดบริการรับแจ้งความ หรือให้ความช่วยเหลือในการติดตามทรัพย์สินจากคนร้าย จากนั้นจะหลอกลวงให้เหยื่อโอนเงิน โดยอ้างว่าเป็นขั้นตอนในการติดตามเงินคืน หรือค่าใช้จ่ายในการติดตามคดี
5.“แอคหลุม แอคปลอม” แชร์แต่ข่าว ร้านอร่อย ที่เที่ยวสวย แต่ไม่รู้ว่าเป็นใคร แอดท่านมาเป็นเพื่อน ต้องระวัง เพราะอาจเป็นมิจฉาชีพที่ฉวยโอกาสเข้ามาส่องบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ของท่าน หรือเอาภาพของท่านไปใช้ในการสร้างบัญชีปลอมของมิจฉาชีพ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอแนะนำให้พี่น้องประชาชน “ไม่รับแอด ไม่คุยแชต ไม่โอนเงิน” บัญชีสื่อสังคมออนไลน์ที่มีลักษณะดังกล่าว เพื่อลดโอกาสที่ท่านจะตกเป็นเหยื่อของกลุ่มมิจฉาชีพ ที่สร้างบัญชีสื่อสังคมออนไลน์ขึ้นมาเพื่อหลอกลวงพี่น้องประชาชน สุดท้ายนี้ หากพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สามารถแจ้งความร้องทุกข์ได้ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ บนเว็บไซต์ www.thaipoliceonline.go.th หรือสายด่วน 1441 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผบ.ตร.ลั่นระฆังแต่งตั้ง 'นายพล' รอง ผบ.ตร.-ผบก.วาระปี 69
“ผบ.ตร.”ลั่นระฆังแต่งตั้งนายพลวาระปี 69 สั่งจัดอันดับเสนอรายชื่อผู้เหมาะสมเลื่อนตำแหน่ง พร้อมให้ทบทวนบัญชีผู้ยังไม่เหม
ประเดิมศึกชิงเก้าอี้ “ผบ.ตร.คนที่16 “กรมปทุมวัน”คึก4แคนดิเดตชิงดำ
บรรยากาศ “กรมปทุมวัน” ช่วงนี้คักคักเป็นพิเศษ เข้าสู่ช่วงการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับนายพล โดยเฉพาะหัวเรือใหญ่ผู้นำองค์กรสีกากี “บิ๊กต่าย” พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.ที่จะเกษียณอายุราชการ วันที่ 30 ก.ย.นี้ หลังจากที่นั่งกุมบังเหียนมาครบ 2 ปีเต็ม
โฆษกตำรวจ สั่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ชายแต่งชุดทหารโผล่จุดเกิดเหตุไฟไหม้
โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เผยยอดผู้เสียชีวิตเหยื่อเพลิงไหม้ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว รวมทั้งสิ้น 30 ราย ส่งคืนร่างให้ญาติแล้ว 23 ราย ด้าน ผบ.ตร.สั่งสอบสวนสาเหตุการต่อเติมอาคารผิดกฎหมายและสกัดเส้นทางหนีไฟ พร้อมตรวจสอบปมชายแต่งกายคล้ายทหารบุกป่วนพื้นที่
นายกฯ นัดประชุม ก.ตร. แต่งตั้ง 'ผบ.ตร.' คนที่ 16 เปิดโปรไฟล์ 4 แคนดิเดตชิงเก้าอี้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีจะเดินทางมาเป็นประธานการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ วาระการแต่งตั้ง ผบ.ตร. ในวันที่ 22 ก.ค 2569 เวลา 13.00 น.ที่ห้องประชุมศรียานนท์
ผบ.ตร. ชี้เหตุเพลิงไหม้อาจเข้าข่ายประมาท สั่ง พฐ. ตรวจสอบทุกมิติ เอาผิดผู้เกี่ยวข้องทุกคน
ผบ.ตร. เผยเหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เข้าข่ายกระทำโดยประมาท สั่ง พฐ.-พนักงานสอบสวน เร่งคลี่คลายสาเหตุเพลิงไหม้ทุกมิติ ชี้ไม่ใช่อุทาหรณ์เหตุเกิดซ้ำซาก ผู้ประกอบการต้อวตระหนักถึงความลปอดภัย
กล่าวโทษ 'สมชัย-พนิดา' ปมแต่งตั้งอนุ กมธ. จ่อขยายผลถึงคณะ กมธ.-อนุ กมธ.ที่เกี่ยวข้อง
พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง รับคำกล่าวโทษคดีที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้ง’สมชัย’ เป็นอนุกรรมาธิการ พร้อมมีชื่อ ‘พนิดา’ ถูกกล่าวโทษในคดีเดียวกัน ขณะที่ผู้กล่าวโทษอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการเพิ่มเติมกับบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งคณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการ

