ตำรวจแถลงผลปราบปรามยาเสพติดรอบ 9 เดือน ทลาย 995 เครือข่าย ยึดยาบ้ากว่า 800 ลานเม็ด ยึดทรัพย์กว่า 9,000 ล้านบาท
04 ก.ค.2567 - ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. รับผิดชอบงานปราบปรามยาเสพติด ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. /ผอ.ศอ.ปส.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ปส. พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผบก.ปส.1 พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า ผบก.ปส.2 พล.ต.ต.อดิศ เจริญสวัสดิ์ ผบก.ปส.3 พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผบก.ปส.4 ร่วมกันแถลงผลงานการปราบปรามยาเสพติดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในห้วง 9 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2566 ถึงวันที่ 30 มิ.ย.2567
พล.ต.ท.สำราญเผยว่า ตามนโยบายการปราบปรามยาเสพติดของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เน้นใช้มาตรการทางกฎหมาย เพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติดอย่างจริงจังทั้งระบบ ประกอบกับนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศอ.ปส.ตร.) ให้ทุกหน่วยมุ่งปราบปรามจับกุมผู้ค้ายาเสพติดทุกระดับโดยเฉพาะผู้ค้ารายย่อยในชุมชนการสกัดกั้นการลำเลียงยาเสพติด ตามแนวชายแดน การลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน และการใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่านเพื่อลำเลียงยาเสพติดไปต่างประเทศ รวมทั้งการขยายผลคดียาเสพติดทุกคดีเพื่อจับกุม และยึดทรัพย์สินของเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดและผู้เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง
ผลการจับกุม 1. การจับกุมผู้ค้ารายย่อยอย่างจริงจังทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 จับกุมรวม 84,686 คดี เพิ่มขึ้น 27,180 คดี หรือเพิ่มขึ้น 47.26 % ซึ่งถือเป็นการลดการแพร่ระบาดไปสู่ผู้เสพในชุมชนทั่วประเทศ
2.การสกัดกั้นจับกุมการลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญ แบ่งเป็น เครือข่ายรายสำคัญขนาดเล็ก (ตั้งแต่ 10,000 - 100,000 เม็ด) ลำเลียงภายในอำเภอหรือจังหวัด จำนวน 516 คดี เพิ่มขึ้น 74 คดี หรือเพิ่มขึ้น 28.89 % เครือข่ายรายสำคัญขนาดกลาง (ยาบ้า 100,000 - 500,000เม็ด) ลำเลียงในจังหวัด และระหว่างจังหวัดใกล้เคียง ได้จำนวน 266 คดี เพิ่มขึ้น 95 คดี หรือเพิ่มขึ้น 55.55 % และเครือข่ายรายสำคัญขนาดใหญ่ (ยาบ้า 500,000 เม็ดขึ้นไป) ที่ลำเลียงข้ามภาค หรือข้ามประเทศได้จำนวน 212 คดี เพิ่มขึ้น 96 คดี หรือเพิ่มขึ้น 82.75 % รวมสกัดกั้นจับกุม จำนวน 995 คดี เพิ่มขึ้น 265 คดี หรือเพิ่มขึ้น 36.30 %
3.การทำลายเครือข่ายผู้สั่งการหรือผู้เกี่ยวข้อง แบ่งเป็น การดำเนินคดีในข้อหาสมคบสนับสนุน จำนวน 1,443 คดี เพิ่มขึ้น 656 คดี หรือเพิ่มขึ้น 83.35 % , การดำเนินคดีในข้อหาฟอกเงินฯ จำนวน 130 คดี เพิ่มขึ้น 68 คดี หรือเพิ่มขึ้น 109.6 % , การจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับคดียาเสพติด ข้อหาร้ายแรง จำนวน 3,227 หมายจับ ซึ่งสามารถจับกุมได้บรรลุเกินเป้าหมายของทั้งปีงบประมาณ 2567 มากถึง 448 หมายจับและ การตรวจยึดอายัดทรัพย์สินเพื่อตรวจสอบ รวมมูลค่า 9,333 ล้านบาท
4.การตรวจยึดของกลางยาเสพติด แบ่งเป็น ยาบ้า จำนวน 797 ล้านเม็ด เพิ่มขึ้นจากห้วงเดียวกันของปี 66 จำนวน 436 ล้านเม็ด หรือเพิ่มขึ้น 120.63 % คีตามีน จำนวน 4,183 กก. เพิ่มขึ้น 561 กก. หรือเพิ่มขึ้น 15.48 % เฮโรอีน 1,270 กก. เพิ่มขึ้น 427 กก. หรือเพิ่มขึ้น 50.65 % และ ไอซ์ 15,645 กก.
รอง ศอ.ปส.ตร. เผยอีกว่า เจ้าหน้าที่จะยังคงความเข้มในการปราบปรามจับกุมผู้ค้าทุกระดับ รวมทั้งการสกัดกั้นการลำเลียงและการใช้ทุกมาตรการทางกฎหมายเพื่อทำลายเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่องต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
หนูขอดูเงินก่อนเคาะเฟส2
นายกฯ รับต้องเช็กเงินในกระเป๋ารัฐบาลก่อนตัดสินใจลุย “ไทยช่วยไทยพลัส เฟส 2” สวนคนวิจารณ์ปมเป็นภาระประชาชน ชี้การค้า-จีดีพีพุ่งไม่พูดถึง “ศุภจี” รอถก “เอกนิติ” ดันไทยเที่ยวไทยพลัสหรือไม่
นายกฯ ขอเช็กเงิน ก่อนลุย 'ไทยช่วยไทย' เฟส 2 อาจปรับเกณฑ์คนละครึ่ง
นายกฯ รับเช็กเงินในกระเป๋ารัฐบาล ก่อนตัดสินใจลุย 'ไทยช่วยไทย พลัส' เฟส 2 หรือปรับเกณฑ์ 50:50 สวนคนวิจารณ์ปมเป็นภาระประชาชน ชี้การค้า-จีดีพี พุ่งไม่พูดถึง ยันสถานะคลังยังแข็งแรง
'อนุทิน' จ่อลงดูที่เกิดเหตุกราดยิง ย้ำ 'กำนัน-ผญบ.' ช่วยดูแลป้องกัน
'อนุทิน' ยกกำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน สำคัญต่อการบริหาร ชี้เหตุสลดนนทบุรีในฐานะนักปกครองต้องป้องกัน ย้ำห้ามพกปืน ล้อมคอกแล้วแต่ยังเล็ดลอดได้ ขอร่วมมือดูแลพื้นที่เข้ม เตรียมรุดลงดูที่เกิดเหตุ
นายกฯ เสียใจ เหตุกราดยิงรร.ย่านนนทบุรี แย่มากไม่ควรเกิดขึ้น
นายกฯ เสียใจเหตุกราดยิงโรงเรียนย่านนนทบุรี บอกแย่มากไม่ควรเกิดขึ้น ชี้ห้ามพกปืนเพราะหวั่นเกิดเหตุแบบนี้
'ไทย-เมียนมา' จับมือใช้ดาวเทียมรับมือไฟป่า-น้ำท่วม-ภัยพิบัติ
รัฐบาลเดินหน้าความร่วมมือไทย–เมียนมา ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมรับมือไฟป่า น้ำท่วม และดูแลทรัพยากรธรรมชาติชายแดน ยกระดับการจัดการภัยพิบัติและสิ่งแวดล้อมร่วมกัน
ตัดจบ 'โกงสอบท้องถิ่น' ซ้ำรอย 'ฮั้ว สว.' สาวไม่ถึงนักการเมือง
นายเทพไท เสนพงศ์ นักวิเคราะห์การเมือง อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ "โกง สว.-โกงสอบท้องถิ่น ตัดจบ ไม่ถึงนักการเมือง โดยระบุว่า

