สลด! หนุ่มเมืองกาญจน์ ใช้เคียวเกี่ยวข้าว ฟันนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ดับ 1 อีกรายสาหัส

22 ม.ค.2565 - ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 03.17 ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ภูชิต เกตุแก้ว สารวัตรเวรสอบสวน สภ.เมืองกาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ191 ว่าเกิดเหตุนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติถูกทำร้ายจนเสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย และเป็นคนไทยอีก 1 ราย เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 236/2 ภายในซอยศรีลังกา ฝั่งตรงข้ามร้านสะดวกซื้อ 7-11 สะพานสุดใจ ถนนนานาชาติ เขตเทศบาลเมืองกาญจนบุรี หลังรับแจ้งจึงรีบเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมประสานแพทย์เวร รพ.พหพลพยุหเสนาฯ ให้มาร่วมชันสูตรพลิกศพ

ที่เกิดเหตุพบว่าเจ้าหน้าที่กู้ชีพของมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ กำลังเร่งช่วยเหลือนำตัวผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และคนไทย ส่ง รพ.ฯ เพื่อให้แพทย์ทำการรักษาอาการอย่างเร่งด่วน ตรวจสอบที่บริเวณหน้าบ้านพบร่องรอยการต่อสู้จนข้าวของพังเสียหาย รอยคราบเลือดไหลสาดกระจายไปทั่ว ที่บริเวณลานดินหน้าบ้านพบเคียวเกี่ยวข้าวตกอยู่ 1 เล่ม จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ในที่เกิดเหตุพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นผู้ชาย 1 ราย เป็นนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่กับพื้นในสภาพที่ไม่สวมเสื้อ สวมกางเกงขาสั้นสีดำเพียงตัวเดียว มีบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคมเข้าที่บริเวณท้ายทอยด้านหลัง 1 แผล จึงประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตำรวจภูธรจังหวัดกาญจนบุรี ให้มาตรวจเก็บหาหลักฐานในที่เกิดเหตุอย่างละเอียด

ตรวจสอบหนังสือเดินทางของนักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ ทั้ง 2 ราย รายแรกชื่อนายอีวานมาร์คุส จอห์น อายุ 49 ปี เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ส่วนอีกรายชื่อนายชอน เควิน อายุ 50 ปี ถูกฟันเข้าที่บริเวณศีรษะและตามร่างกาย อาการสาหัส

ส่วนคนร้ายที่ก่อเหตุเป็นคนไทยมีอาการทางสมองสติไม่สมประกอบ มีบัตรประจำตัวคนพิการ ชื่อนายประสูติ ทิพย์เทพย์ อายุ 23 ปี ชาว ต.ท่ามะขาม อ.เมือง จ.กาญจนบุรี

เบื้องต้นจากการสอบสวนผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุนายอีวานมาคุส จอห์น กับนายชอน เควิน ได้นั่งดื่มสุรากันที่บริเวณหน้าบ้าน และเปิดเพลงร้องตามไปด้วย อยู่ ๆ สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อนายประสูติ ซึ่งชาวบ้านในระแวกดังกล่าวต่างก็ทราบว่า นายประสูติเป็นคนพิการ สติไม่สมประกอบ ซึ่งพักอาศัยอยู่บ้านฝั่งตรงข้าม ก็เดินออกจากบ้านไปที่บ้านของนักท่องเที่ยวที่นั่งดื่มสุราโดยนั่งหันหลังออกหลังออกหน้าบ้าน โดยในมือถือเคียวเกี่ยวข้าวไปด้วย ไปถึงนายประสูติ ไม่พูดจาอะไร ตรงเข้าใช้เคียวเกี่ยวข้าวกระหน่ำฟันไปที่ท้ายทอยด้านหลังของนายอีวานมาคุส จอห์น จนล้มฟุบลงกันพื้น นายชอน เควิน เมื่อเห็นดังนั้น จึงวิ่งตรงเข้าแย่งมีดเคียว จึงเกิดการต่อสู้กันจนเป็นเหตุให้ถูกฟันจนได้รับบาดเจ็บไปอีกคน

ส่วนนายประสูติ หนุ่มสติเพี้ยนก็ถูกฟันเข้าที่ศีรษะและหัวไหล่ได้รับบาดเจ็บไปด้วยเช่นกัน หลังเกิดเหตุชาวบ้านได้โทรศัพท์แจ้ง191 ประสานเจ้าหน้าที่กู้ชีพมูลนิธิฯ มานำตัวนายชอน เควิน และนายประสูติ ที่ได้รับบาดเจ็บส่ง รพ.ฯ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการอายัดตัวนายประสูติ คนร้ายที่ก่อเหตุไว้เป็นผู้ต้องหาเพื่อรอผลการตรวจของแพทย์ว่าเป็นคนจิตไม่สมประกอบหรือไม่ ก่อนจะควบคุมตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'เซียนกล้วย' โผล่มอบตัว! ปฏิเสธฆ่าแฟนดับคาม่านรูด

นายวิทวัส หรือ “เซียนกล้วย” ผู้ต้องสงสัยตามหมายจับในคดีฆาตกรรมหญิงสาววัย 31 ปี ภายในโรงแรมม่านรูดในเขตอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ได้เข้ามอบตัว

'กสิกรไทย'อวดกำไร Q1 แตะ 1.46 หมื่นล้าน

'กสิกรไทย'เปิดกำไรไตรมาสแรกพุ่ง 1.4 หมื่นล้าน โต 6.35% จากรายได้ค่าธรรมเนียม ธุรกิจประกันภัยและบริการ ชี้พิษตะวันออกกลางฉุดเศรษฐกิจไทยสะดุดคาดทั้งปีโตเพียง 0.8–1.2%

สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'

20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.