ตั้งใจด่าเขา...แต่เราเสียหาย

มีคนไทยกลุ่มหนึ่งบอกว่า “ประเทศไทยขับเคลื่อนด้วยการด่า” พวกเขาจึงมีพฤติกรรม “สร้างวาทกรรมด่าคนไปทั่ว” โดยเฉพาะวาทกรรมด่ารัฐบาล เรื่องที่เขาด่านั้น จริงบ้าง เท็จบ้าง กล่าวหาบ้าง ความสามารถของเขาคือ “สร้างวาทกรรมด้วยถ้อยคำที่ยิ่งใหญ่ ไพเราะ ปลุกเร้าอารมณ์” ทำให้เขาสามารถทำให้คนเชื่อการด่าของพวกเขา สร้างกระแสความเกลียดชังคนที่เขาด่าได้สำเร็จ ถ้าหากเป็นการด่าสิ่งที่รัฐบาลทำไม่ดี ทำไม่ถูกต้อง หรือด่าการใช้อำนาจของรัฐบาลที่ไม่ถูกต้อง มีตำแหน่งทางการเมืองทำไม่ถูกต้อง ก็จะเป็นเรื่องที่ดี ถ้าหากการด่าของเขาทำด้วยการใช้เหตุผล ไม่ใช่การใช้อารมณ์ด้วยอคติ การสร้างวาทกรรมของเขากลายเป็นกระแสสังคมที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่สร้างความเกลียดชังให้รัฐบาลและนักการเมืองที่ชั่วร้าย วาทกรรมของเขาไปไกลถึง “สร้างกระแสชังชาติ สร้างกระแสปฏิกษัตริย์นิยม คือด้อยค่าสถาบันพระมหากษัตริย์ที่เป็นการไม่บังควรอย่างยิ่ง

การทำงานของรัฐบาลมีทั้งดีและเลว มีทั้งผิดและถูก ถ้าหากรัฐบาลทำดี ใครไม่ชอบรัฐบาล ชมไม่ลง ก็ไม่ต้องชม แต่หากรัฐบาลทำไม่ดี เราก็ต้องตำหนิในลักษณะ “ติเพื่อก่อ” วิเคราะห์ วิพากษ์วิจารณ์ด้วยเหตุและผล ไม่ใช้อารมณ์จากอคติ และการวิพากษ์วิจารณ์ก็ควรจะเป็นเรื่องนโยบาย โครงการ และกิจกรรมต่างๆ ที่รัฐบาลทำ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาหรือการแก้ปัญหา ไม่ควรพุ่งเป้าไปที่ตัวบุคคล และการวิเคราะห์วิพากษ์วิจารณ์นั้นต้องทำด้วยเป้าหมายที่จะสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติและประชาชน ไม่ใช่พุ่งเป้าที่จะล้มรัฐบาล ให้ตัวเองได้เข้ามาเป็นฝ่ายที่มีอำนาจเสียเอง

ทุกวันนี้ที่ด่ากัน ดูเหมือนจะใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผล ด่าตัวบุคคลมากกว่านโยบายหรือการทำงาน และที่ร้ายก็คือแทนที่จะตำหนิด้วยเหตุด้วยผล และใช้ภาษาที่แสดงความเป็นผู้ดี แต่มักจะใช้วาจาที่หยาบคาย ต่ำตม ลืมไปว่า “สำเนียงส่อภาษา กิริยาส่อตระกูล” เมื่อด่าหยาบคายด้วยถ้อยคำที่ต่ำตม ถ่อยสถุล แทนที่คนถูกด่าจะเสียหาย กลายเป็นคนด่าเสียหายเสียเอง ขนาดมีบางคนพูดว่า พูดจาแบบนี้เกิดในซ่อง หรือว่าโตมาในซ่อง ที่หยาบคายขนาดนี้พ่อแม่ไม่สั่งสอน หรือพ่อแม่เป็นแบบอย่าง เวลาพ่อแม่ทะเลาะกัน หรือพ่อแม่ไปทะเลาะกับคนข้างบ้าน หรือคนในหมู่บ้าน ใช้วาจาอย่างที่ลูกกำลังใช้อยู่บัดนี้หรือเปล่า ลูกจึงได้เอามาเป็นแบบอย่าง การที่ถูกด่าว่าเกิดในซ่อง หรือโตในซ่อง พ่อแม่ไม่สั่งสอน หรือพ่อแม่เป็นแบบอย่างของความหยาบช้า ถ่อยสถุลนั้น มันทำให้คนถูกด่าไม่เสียหายเท่ากับคนด่า เพราะแทนคนจะพิจารณาว่าคนที่ถูกด่าเป็นอย่างที่โดนด่าหรือเปล่า ผู้คนเขาจะพิจารณาถ้อยคำที่ด่า และวิเคราะห์ว่าคนที่ด่าได้ถ่อยสถุลขนาดนั้น ใช้คำหยาบขนาดนั้น เติบโตมาเช่นไร พ่อแม่สั่งสอนมาอย่างไร คนจะไม่สนใจเนื้อหาในการด่าเท่ากับการพิจารณาความต่ำตม ความถ่อยสถุลของคนด่าว่าถ่อยสถุลขนาดไหน เป็นคนชั้นต่ำระดับใด จริงแล้วเวลาเราตำหนิใคร เราย่อมอยากให้คนฟังพิจารณาเนื้อหาว่าเราด่าเขาว่าอย่างไร ไม่ใช่มาสนใจว่าเราใช้ภาษาอย่างไร  เพราะการพิจารณาเนื้อหาจะทำให้คนฟังรู้ว่าคนที่ถูกด่านั้นไม่ดีอย่างไร แต่หากคนฟังไม่สนใจเนื้อหา แต่สนใจภาษาของคนด่า เขาก็จะไม่รู้ว่าคนที่ถูกด่านั้นไม่ดีอย่างไร และเมื่อเขาพิจารณาภาษาที่ใช้ในการด่า คนฟังก็จะมองว่าคนด่าเป็นเช่นไร ถ้าหากคนที่ตำหนิรัฐบาลพูดเรื่องจริง กล่าวหารัฐบาลพร้อมหลักฐานเชิงประจักษ์ ใช้ภาษาที่เป็นผู้ดี วิพากษ์วิจารณ์ด้วยเหตุผล คนฟังก็จะเชื่อ และพร้อมจะเป็นแนวร่วมของคนด่า

แต่ถ้าหากด่าด้วยอารมณ์ และใช้ถ้อยคำที่ถ่อยสถุล คนก็จะไม่คล้อยตาม หากต้องการให้คนเกลียดชังรัฐบาล ผู้คนก็จะไม่คล้อยตาม และจะมองว่าคนด่าใช้อารมณ์มากไป มีอคติ และเป็นคนหยาบคาย ถ่อยสถุล ด่าก็จะไม่น่าเชื่อถือ เรื่องหนึ่งที่ประชาชนสนใจก็คือการบริหารงานบ้านเมืองผิดพลาดของรัฐบาล ดังนั้นใครที่ต้องการให้ประชาชนเกลียดชังรัฐบาล และต้องการโค่นล้มรัฐบาล ต้องวางแนวทางในการด่ารัฐบาล ดังต่อไปนี้

  • ใช้เหตุผลมากกว่าการใช้อารมณ์
  • ใช้วาจาที่สุภาพ ไม่ใช้คำต่ำตม ถ่อยสถุลเพื่อปลุกเร้าอารมณ์
  • จะกล่าวหาอะไรรัฐบาล ควรมีหลักฐานเชิงประจักษ์มายืนยัน อย่ากล่าวหาลอยๆ ที่ไม่น่าเชื่อถือ
  • ทุกเรื่องที่กล่าวหาควรจะเป็นเรื่องจริง ไม่ใช่เต้าข่าว บิดเบือนข่าว
  • ควรตำหนิเรื่องนโยบาย เรื่องโครงการ เรื่องกิจกรรมมากกว่าเรื่องตัวบุคคล
  • เรื่องที่ตำหนิรัฐบาลควรจะทำด้วยความมุ่งหวังที่จะสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติและประชาชน ไม่ใช่ทำเพื่อโค่นล้มรัฐบาลเพื่อให้ตนเองได้ครองอำนาจเอง

เวลานี้สิ่งที่เราพบเห็นในการขับเคลื่อนประเทศด้วยการด่า ไม่ได้เป็นอย่างที่กล่าวข้างต้น เพราะเราจะเห็นว่า

  • ด่าด้วยอารมณ์มากกว่าเหตุผล
  • ใช้วาจาหยาบคาย ไม่สุภาพ ฟังดูถ่อยสถุล
  • ด่าคนเป็นสารพัดสัตว์ โดยเฉพาะคำว่า “เหี้ย”
  • ด่าคนด้วยคำหยาบคาย เช่น “หัวกล้วย” บ้าง “หน้ากี” บ้าง
  • มีการกล่าวหาลอยๆ แบบไม่มีหลักฐานบ้าง พอขอหลักฐานก็ไม่มีให้
  • การด่ามักจะไม่มีเจตนาที่จะทำเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน ส่วนใหญ่จะมีเจตนาล้มรัฐบาล เพื่อให้ตนเองได้อำนาจแทน ทำให้เป็นการด่าที่ไม่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน คนด่าเสียหายมากกว่าคนถูกด่า ลองปรับแนวทางในการด่าให้เป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนดีกว่านะ อย่าด่าเขาให้ตัวเราต้องเสียหายเลยค่ะ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูวอลเลย์บอลท่ามกลาง'อัตราเสี่ยง'จากโรคหัวใจวาย!!!

อันที่จริง...การที่มี เส้นเลือดหัวใจตีบ ถึง 3 เส้น ติดตัว ติดกาย อยู่จวบจนทุกวันนี้ มันออกจะเป็นอะไรที่ เสี่ยง อยู่พอสมควรกับการมีโอกาสได้ดูการถ่ายทอดสด วอลเลย์บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย

'ทหารม้า' นั่ง '5 เสือ ทบ.'?

เข้าสู่กันยายน เดือนสุดท้ายในปีงบประมาณ 2569 และเป็นเดือนสุดท้ายในชีวิตราชการของตำรวจครบเกษียณอายุราชการ ปีนี้เฉพาะระดับ “นายพล” มีผู้เกษียณทั้งสิ้น 97 ราย

ใช้งาน 'บิ๊กเต่า'

จบ...เรียบร้อยโรงเรียนจีน การแต่งตั้ง "นายพลสีกากี" วาระประจำปี 2569 ตั้งแต่ระดับ รอง ผบ.ตร.หรือเทียบเท่า ยศ พล.ต.อ. ลงมาถึง ผู้บังคับการ ยศ พล.ต.ต.

คนพาลครับ…รายงานตัวหน่อย

วันนี้มีซองจากแฟนเก่าแก่ของไทยโพสต์มาถึง “เปิดซองออนไลน์” ครับ เก่าแก่ในที่นี้อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ผมหมายถึงติดตามกันมานาน เดี๋ยวเจ้าของซองจะหาว่า

ว่าด้วยกฎของมนุษย์และกฎแห่งธรรมชาติ

ใครที่มีโอกาสได้ดู คลิปวิดีโอ เหตุการณ์แผ่นดินไหว ธารน้ำแข็งพังทลาย เขื่อนแตก น้ำท่วม โคลนถล่ม แถวๆ อาณาเขตประเทศเนปาลและทิเบต น่าจะหนีไม่พ้นต้องเกิดอาการขนหัวลุก ขนคอตั้ง ไม่มาก-ก็น้อย โดยเฉพาะภาพที่ผู้คนนับสิบ นับร้อย ใส่ตีนผี ใส่เกียร์ห้า วิ่งหนีกันจ้าละหวั่น หวังให้รอดพ้นจากกระแสอันบ้าคลั่งของน้ำและโคลน ที่สาดซัดเข้ามากลืนกินแทบทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ต่างอะไรไปจาก ฝูงมด ที่กำลังหนีน้ำ...

ยุคทอง นรต.46

เฮ้อ...นี่แหละ "ยุทธจักรโล่เงิน" พอทุกอย่างวิน-วิน สมประโยชน์กันทุกฝ่าย อะไรที่ดูยาก อะไรที่ดูมีปัญหา ก็กลายเป็นเรื่องเค้กๆ การแต่งตั้งตำรวจระดับ "นายพล"