บุกทำลายไร่ฝิ่นในอุทยานป่าแม่สอด เร่งล่าตัวเจ้าของยังหนีลอยนวล

23 ม.ค.2565 –  หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 14 กองกำลังนเรศวร จัดกำลังพลร่วมสนธิกำลังกับ นายเจษฎ์นิภัทร์ พงศ์จักรภัทร ปลัดอำเภอพบพระ , กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, สถานีตำรวจภูธรอำเภอพบพระ, กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 346, เจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ ตก.6 (ร่มเกล้า), เจ้าหน้าที่สายตรวจปราบปรามสายที่ 1 สำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 ร่วมกันตรวจยึดพื้นที่บุกรุกปลูกพืชฝิ่น จำนวน 1 แปลง เนื้อที่รวมกว่า 1 ไร่ (1-0-7ไร่)  ( 2,000 ตารางเมตร ) ไม่พบผู้กระทำความผิดฐาน อยู่ในระหว่างสืบสวนติดตามจับกุม

เบื้องต้นกล่าวหาในการทำความผิด พ.ร.บ.กฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 ฐาน ผลิตยาเสพติดให้โทษประเภท 6 (ต้นฝิ่น) โดยผิดกฎหมาย และ มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (พืชฝิ่น)ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และ พ.ร.บ.ป่าไม้ ก่อสร้างแผ้วถางป่า หรือยึดครอบครองพื้นที่ป่าเพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต และ พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ ยึดครอง ครอบครองทำประโยชน์ใดๆเป็นการเสื่อมเสียแก่สภาพป่าสงวนแห่งชาติโดยไม่ได้รับอนุญาต ที่บริเวณป่าหลังบ้านพะดี หมู่ที่ 2 ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ในเขตอุทยานแห่งชาติป่าแม่สอด(พื้นที่เตรียมการอุทยานแห่งชาติน้ำตกพาเจริญ ที่อยู่ใน ตำบลช่องแคบ อำเภอพบพระ  จังหวัดตาก

ทางเจ้าหน้าที่สืบทราบมีผู้แอบลักลอบปลูกฝิ่นตามชายแดนในเขตติดต่อ อำเภออุ้มผาง และ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก อย่างต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่จึงสนธิกำลังลาดตระเวน จนกระทั้งพบผู้กระทำผิดในพื้นที่ดังกล่าว พบมีต้นฝิ่นมีทั้งต้นอ่อน และบางส่วนออกดอกโตเต็มที่ และมีผลฝิ่นด้วยพร้อมที่จะเก็บฝิ่นได้ บางต้นสูงถึง 50 เซนติเมตร จึงทำการตรวจยึดต้นที่โตเต็มที่ไว้ จำนวน 20 ต้น ส่วนที่เหลือทำลายทิ้งทั้งหมด และมอบหมายให้ กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้กล่าวโทษและพยาน เพื่อติดตามหาตัวผู้ลงมือปลูกฝิ่นมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป เพราะหากผลิตฝิ่นดิบออกสู่ตลาดมูลค่าหลายแสนบาท.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดุสิตโพลเปิดเหตุผล ไทยแก้ปัญหายาเสพติดไม่สำเร็จ

“สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ เรื่อง “ยาเสพติดกับสังคมไทย” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,337 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม)

ทอท.คุมเข้มสนามบิน ใช้ K-9 ตรวจสัมภาระสกัดขบวนการลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ

ทอท. จับมือกับหน่วยงานความมั่นคง เพิ่มความเข้มงวดตรวจสัมภาระผู้โดยสารและลูกเรือ ใช้เครื่องเอกซเรย์ควบคู่สุนัขตำรวจ K-9 สกัดการลักลอบขนยาเสพติดออกนอกประเทศและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยสู่ระดับสากล.

จากคดีแอร์มีนา สู่บทพิสูจน์หลัก Wilful Blindness ศาลสูงออสเตรเลีย เมื่อการเลือกที่จะไม่รู้อาจไม่ใช่ข้อแก้ตัว

นักวิชาการอิสระ ชี้ในมุมของกฎหมายเปรียบเทียบ คดีนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะทำให้สังคมไทยได้รู้จักหลัก Wilful Blindness

'ผบ.ตร.' กัดไม่ปล่อย ตั้งเข็มจับปลาใหญ่คดีแอร์สาว

ผบ.ตร.สั่งยกระดับปราบปรามเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ ล่าทั้งขบวนการคดีแอร์โฮสเตสขนยาเสพติดข้ามชาติ ตั้งคณะทำงานสืบสวนขยายผลผู้อยู่เบื้องหลัง