
24 ม.ค. 2568 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 23 ม.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.ต.จิรวัฒน์อ่องสา สารวัตรสอบสวน สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ภ.จว.สมุทรปราการ แพทย์นิติเวชโรงพยาบาลพระสมุทรเจดีย์สวาทยานนท์และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าตรวจสอบร่างเด็กชาย น้องกาย วัย 9 ขวบ ที่เสียชีวิตอยู่ในบ่อน้ำ ในหมู่บ้านร้างแห่งหนึ่ง (หมู่บ้านเมืองทอง) ในพื้นที่หมู่ที่ 3 ต.ในคลองบางปลากด อ.พระสมุทรเจดีย์
ที่เกิดเหตุ เป็นลักษณะป่ารกร้างว่างเปล่ามีป่าหญ้าปกคลุม ซึ่งต้องเดินจากถนนเข้าไปในป่าหญ้าประมาณ 200 เมตร เจ้าหน้าที่จึงพบร่างผู้เสียชีวิตเป็นเด็กชาย 1 ราย อายุ 9 ขวบ นอนคว่ำหน้าอยู่ในบ่อน้ำ สภาพสวมเสื้อเพียงตัวเดียว ไม่สวมกางเกง เจ้าหน้าที่จึงกั้นจุดเกิดเหตุเพื่อไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้า พร้อมรายงานผู้บังคับบัญชาตามระดับชั้นเ
เบื้องต้นจากการสอบสวน ทราบว่า วันที่ 22 ม.ค. ช่วงค่ำ ผู้ปกครองของเด็กชาย วัย 9 ขวบ ได้เดินทางเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.พระสมุทรเจดีย์ ว่า เด็กชาย วัย 9 ขวบ ได้หายไปไม่ได้เข้าบ้าน ทางเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน จึงลงพื้นที่หาข่าวพร้อมตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณบ้านของเด็กชายวัย 9 ขวบ จึงพบตัวผู้ต้องสงสัยที่อยู่กับเด็กชายวัย 9 ขวบ คนสุดท้าย เจ้าหน้าที่จึงเดินทางไปที่ห้องพักของผู้ต้องสงสัย ที่เป็นหนุ่มชาวเมียนมา อายุ 25 ปี มีอาชีพขายโรตี ก่อนนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.พระสมุทรเจดีย์ แต่ในเบื้องต้นทางหนุ่มเมียนมาคนดังกล่าว บอกว่ามาส่งเด็กชาย วัย 9 ขวบ ที่หน้าปากซอยเท่านั้น
ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อ จึงได้สอบสวนต่อจนหนุ่มเมียนมายอมรับว่าพาเด็กชาย วัย 9 ขวบ ไปจริง ผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพ ว่าได้พาเด็กชายซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์และไปซื้อของที่เซเว่นก่อนจะพามายังจุดเกิดเหตุ จับน้องถอดกางเกงและพยายามล่วงละเมิดทางเพศ แต่เด็กมีการขัดขืนจึงได้บีบคอเด็กจนเด็กแน่นิ่งไป ก่อนโยนเด็กลงน้ำที่บ่อด้านหลัง หลังจากก่อเหตุก็กลับไปใช้ชีวิตปกติ

พล.ต.ต.วิชิต บุญชินวุฒิกุล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ทำการสอบสวนและผู้ก่อเหตุยอมรับสารภาพแล้ว ส่วนเรื่องล่วงละเมิดทางเพศต้องรอตรวจพิสูจน์อีกครั้งหนึ่ง เบื้องต้นผิดทั้งข้อหาพรากผู้เยาว์ ทั้งพาเด็กไปจากผู้ปกครอง และกระทำอนาจารเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และน่าจะโดนปิดบังซ่อนเร้นศพด้วย ตัวผู้ก่อเหตุได้มีการดื่มสุรากับเพื่อน คาดว่าน่าจะเกิดจากความเมาด้วยส่วนหนึ่ง ทางเจ้าหน้าที่ต้องทำการสอบสวนอีก และผู้ก่อเหตุยังเคยถูกจับดำเนินคดีเรื่องยาเสพติดไปเมื่อ 2 ปีก่อน และเพิ่งลักลอบเข้ามาเมื่อ 2 เดือนที่ผ่านมา
หลังจากนั้นได้นำตัวหนุ่มผู้ก่อเหตุไปค้นห้องพักภายในซอยจ่าเหวกเพื่อรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติม ยึดเสื้อผ้าและรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ โดยจังหวะที่พาผู้ต้องหาไปค้นห้องได้ถูกกลุ่มญาติของเด็กและคนที่ทราบข่าวที่เดินทางมามุงดู ต่างกรูเข้าไปทำร้ายรุมประชาทัณฑ์.จนเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องรีบกันออกมาก่อนที่จะรีบนำขึ้นรถกลับไปยัง สภ.พระสมุทรเจดีย์.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สอบชั้น 14 ยังไม่เสร็จ! ผบ.ตร. สั่ง 'พล.ต.ท.ทวีศิลป์' แพทย์ใหญ่รพ.ตำรวจ ช่วยราชการต่ออีก 3 เดือน
ผบ.ตร. ลงนามคำสั่ง ให้ พล.ต.ท.ทวีศิลป์ เวชวิทารณ์ นายแพทย์ใหญ่ (สบ 8) ช่วยราชการที่ ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อาคาร 1 ชั้น 20 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
รองผบ.ตร. รับตกใจ มีชื่อบริษัทไชน่าเรลเวย์ รับงาน สน.สุทธิสาร ก่อสร้างล่าช้า 2 ปี
พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้รับผิดชอบงานด้านบริหาร ชี้แจงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับภาพการก่อสร้างบันไดทางขึ้นชั้น 2 ของอาคาร สน.สุทธิสาร แห่งใหม่ ที่มีลักษณะถูกปิดทึบด้วยฝ้าเพดานและหลอดไฟจนไม่สามารถใช้งานได้จริงนั้น
ผงะ! ศูนย์ต่อต้านฉ้อโกงออนไลน์ เผยสัปดาห์เดียวสูญเฉียด 500 ล้าน วัยรุ่น 21-30 ปีเหยื่ออันดับหนึ่ง
ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เผยสัปดาห์เดียวสูญเฉียด 500 ล้าน รวบขบวนการแก๊งสแกมเมอร์รวม 17 ราย ขณะที่กลุ่มอายุ 21-30 ปี ตกเป็นเหยื่ออันดับหนึ่ง แซงหน้าวัยทำงาน
ทำเนียบฯระทึก! แท็กซี่เจ้าเก่าแว๊นมอเตอร์ไซค์ ประชิดบันไดตึกไทยคู่ฟ้า เรียกหา 'อนุทิน' ขอความเป็นธรรม
ชายสูงวัย ได้ขับมอเตอร์ไซค์เข้ามาทางประตูสะพานชมัยมรุเชฐ และขับเข้ามาหน้าตึกไทยคู่ฟ้า บีบแตรตะโกนเรียกหานายกรัฐมนตรี เรียกร้องเงินเยียวยา
'นครบาล' แจงโรงพักสุทธิสารแห่งใหม่ ทำตามขั้นตอนกม. ยังไม่เปิดทำการรอขั้นตอน TOR ระบบไฟฟ้าลงดิน
กองบัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชน
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายทหาร-นายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์ จำนวน 93 นาย
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศแต่งตั้งนายทหารราชองครักษ์ในพระองค์และนายตำรวจราชองครักษ์ในพระองค์

