กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงประกอบพิธียกเสาพระเมรุมาศ ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทรงประกอบพิธียกเสาพระเมรุมาศพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” งานก่อสร้างยึดหลักงดงาม ถูกต้องตามลักษณะสถาปัตยกรรมไทยประเพณี แข็งแรง แล้วเสร็จ ต.ค.2569

3 เมษายน 2569 - เวลา 14.07 น. สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธียกเสาพระเมรุมาศ พระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ ท้องสนามหลวง กรุงเทพมหานคร โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม และนายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ข้าราชการและประชาชนเฝ้า ฯ รับเสด็จ

ต่อมา ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน นางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภริยานายกรัฐมนตรี นางสาวชาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นางยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และนางสาวขนิษฐา โชติกวณิชย์ รองอธิบดีกรมศิลปากร ทูลเกล้า ฯ ถวายพวงมาลัย

จากนั้น เสด็จเข้าพลับพลาพิธี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระรัตนตรัย ทรงคม ประทับพระราชอาสน์ ทรงศีล ประธานสงฆ์ถวายศีล จบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลรายงาน เสด็จออกจากพลับพลาพิธี ไปยังมณฑลพิธีบวงสรวง ทรงจุดเทียนทอง เทียนเงิน และธูป แล้วทรงปักธูปทางที่เครื่องบวงสรวง ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย ทรงคม เสด็จเข้าพลับพลาพิธี ประทับพระราชอาสน์

พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ อ่านโองการบวงสรวงเทพยดาและดวงพระวิญญาณสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราช ในการก่อสร้างพระเมรุมาศและอาคารประกอบ เมื่ออ่านโองการบวงสรวง จบแล้ว สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ ประธานพระครูพราหมณ์ หลั่งน้ำเทพมนตร์ เจิมและวางใบมะตูมที่เสาพระเมรุมาศ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ปิดทอง ผูกผ้าสีชมพูที่เสาพระเมรุมาศ

จากนั้นเสด็จออกจากพลับพลาพิธีไปยังมณฑลพิธียกเสาพระเมรุมาศ ทรงถือสายสูตรยกเสาพระเมรุมาศขึ้นตั้ง เสด็จ ฯ ไปยังโต๊ะบวงสรวง ทรงโปรยข้าวตอกดอกไม้ที่โต๊ะบวงสรวง เสด็จเข้าพลับพลาพิธี ประทับพระราชอาสน์ ทอดพระเนตรการรำบวงสรวง

ต่อมาเสด็จ ฯ ไปทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมถวายพระสงฆ์ ประทับพระราชอาสน์ ทรงหลั่งทักษิโณทก พระสงฆ์ถวายอนุโมทนา เสด็จ ฯ ไปทรงคมที่หน้าเครื่องนมัสการ ทรงลาพระสงฆ์ แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ

สำหรับเสาที่ยกในพิธี ได้แก่ เสาที่มุมอาคารทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เป็นการยกชิ้นโครงสร้างเสาเหล็กถัก โดยใช้เครน 2 ตัว ยกขึ้นตั้งให้ได้ระดับ แล้วจึงขันน็อตที่โคนเสาให้ยึดติดกับฐานราก จากนั้นขึงสลิงให้เสาตั้งได้อย่างมั่นคง เมื่อเสร็จสิ้นพิธีแล้ว กรมศิลปากรจะทำการยกเสาโดยเวียนประทักษิณหรือเวียนขวาไปจนยกเสาขึ้นครบทั้ง 4 มุม คือจะใช้เครนยกเสาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ขึ้นเป็นเสาที่ 2 และวนไปตามเข็มนาฬิกา จนครบทั้ง 4 ต้น หลังจากนั้นจะเข้าสู่ขั้นตอนการติดตั้งโครงสร้างเครื่องยอด และโครงสร้างส่วนอื่น ๆ ของพระเมรุมาศต่อไป

ในส่วนของสถาปนิก วิศวกร และช่างศิลปกรรมจะเริ่มขั้นตอนสำคัญคือ การขยายแบบ หรือการเขียนแบบขยายด้วยมาตราส่วนเท่าของจริงทุกองค์ประกอบ โดยเฉพาะส่วนที่เป็นลวดลายองค์ประกอบสถาปัตยกรรมและองค์ประกอบศิลปกรรม โดยได้มีการจัดสร้างโรงขยายแบบขึ้น ณ ท้องสนามหลวง เพื่อใช้เป็นพื้นที่ในการเขียนแบบองค์ประกอบขนาดใหญ่ ซึ่งงานก่อสร้างและงานขยายแบบจะดำเนินงานคู่ขนานกันไปจนกว่าจะแล้วเสร็จตามกำหนดในเดือนตุลาคม 2569 นี้

การออกแบบโครงสร้างและการเลือกใช้วัสดุในการก่อสร้างพระเมรุมาศยึดแนวคิดสำคัญในลักษณะของสถาปัตยกรรมชั่วคราว นอกจากจะต้องมีความแข็งแรง ปลอดภัย ตามมาตรฐานการออกแบบวิศวกรรมแล้ว ยังต้องคำนึงถึงระยะเวลาการก่อสร้างที่จำกัด ความสะดวกรวดเร็วในการติดตั้ง ตลอดจนความสามารถในการรื้อถอน และการนำวัสดุกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ภายหลังเสร็จสิ้นพระราชพิธี ซึ่งกรมศิลปากรได้น้อมนำพระราชดำริของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งการออกแบบพระเมรุ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ในปี 2551 ที่ได้พระราชทานแนวคิดสำคัญเกี่ยวกับการเลือกใช้วัสดุ

โดยทรงมีพระราชดำริให้ลดการใช้ไม้ให้น้อยที่สุด เนื่องจากไม้เป็นทรัพยากรที่หาได้ยากในปัจจุบัน และควรเลือกใช้วัสดุสมัยใหม่ที่ช่วยให้การก่อสร้างเป็นไปอย่างรวดเร็ว แข็งแรง และสามารถรื้อถอนเพื่อนำกลับมาใช้ใหม่ได้ ซึ่งเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเหมาะสมกับยุคสมัย กรมศิลปากรจึงเลือกใช้โครงสร้างเหล็ก ทดแทนไม้ และนำวัสดุและวิธีการสมัยใหม่มาผลิตองค์ประกอบต่าง ๆ เช่น ชิ้นงานตกแต่งทางสถาปัตยกรรมอย่าง ช่อฟ้า ใบระกา หางหงส์ กระจัง เฟื่อง และลวดลายประดับต่าง ๆ ซึ่งผลิตด้วยวัสดุสังเคราะห์ทดแทนไม้ ทั้งนี้ ได้ยึดหลักความงดงามถูกต้องตามลักษณะสถาปัตยกรรมไทยประเพณี รวมถึงความแข็งแรง มั่นคง และปลอดภัยในการใช้งานตามหลักวิศวกรรม

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สุดประณีต! เครื่องกระดาษพิธีกงเต๊ก 'พระพันปีหลวง' ฝีมือสกุลช่างอนัมนิกาย

ตามที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เสด็จแทนพระองค์ไปในการบำเพ็ญพระกุศลทักษิณานุปทาน(กงเต๊ก) น้อมอุทิศถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ของบรรพชิตอนัมนิกาย ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง การนี้ คณะสงฆ์อนัมนิกายแห่งประเทศไทย ได้ระดมกำลังรวบรวมคณะศิษยานุศิษย์ช่างฝีมือทั่วประเทศไทยในการร่วมกันจัดสร้างเครื่องกระดาษอันวิจิตรงดงามตามแบบฉบับฝีมือสกุลช่างอนัมนิกายที่สืบทอดมาแต่โบราณ

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงประกอบพิธีกงเต๊กหลวง ของบรรพชิตอนัมนิกาย ถวายพระบรมศพ

กรมพระศรีสวางควัฒนฯ ทรงบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทาน(กงเต๊ก) ของบรรพชิตอนัมนิกายถวายพระบรมศพ ’พระพันปีหลวง’ ทอดพระเนตรเครื่องกระดาษวิจิตรงดงาม

'ซาบีดา' ตรวจก่อสร้างพระเมรุมาศ-พระที่นั่งทรงธรรม คืบหน้า 40%

นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ตรวจความคืบหน้าการขยายแบบ การก่อสร้างพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบ เนื่องในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ สนามหลวง

ในหลวง พระราชินี ทรงประกอบพิธีกงเต๊ก ถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง

ในหลวง พระราชินี ทรงประกอบพิธีกงเต๊กถวายพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง คณะสงฆ์จีนนิกายจัดสร้างพระตำหนักสวนจิตรลดา-ฉลองพระองค์ผ้าไทยจำลองงดงาม สมพระเกียรติ น้อมอุทิศถวายด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

หวัง อี้ ถวายการต้อนรับ กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯเยือนจีน

นายหวัง อี้ สมาชิกกรมการเมืองแห่งคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีนและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ถวายการต้อนรับสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

กรมสมเด็จพระเทพฯ ทอดพระเนตรการฝึกภาคสนามนักเรียนนายร้อย ชั้นปีที่ 2 จ.ลพบุรี

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยัง ศูนย์การทหารปืนใหญ่ จังหวัดลพบุรี เพื่อทอดพระเนตรการฝึกภาคสนาม “การฝึกวิชาทหารปืนใหญ่” ของนักเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ชั้นปีที่ 2 รุ่นที่ 76 ประจำปีการศึกษา 2568 จำนวน 224 นาย ซึ่งมีห้วงการฝึกระหว่างวันที่ 2 - 17 มีนาคม 2569