ก.ตร. 'เอก' เรียกร้องรัฐบาลเร่งฟื้นฟูระบบสอบสวนของตำรวจไทยที่กำลังล่มสลาย

5 พฤษภาคม 2568 - พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า "สองข่าว สะท้อนปัญหาเดียวกัน: วิกฤตพนักงานสอบสวน"

ช่วงนี้มีสองข่าวใหญ่ที่ดูเหมือนจะแยกกัน แต่ในความเป็นจริงแล้ว สะท้อนถึงปัญหาเดียวกัน คือ “วิกฤตงานสอบสวน” ของตำรวจไทย

ข่าวแรก คือข้อเสนอให้แก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อาญา) โดยเสนอให้การออกหมายเรียก หมายค้น หรือหมายจับ ต้องผ่านความเห็นชอบจากอัยการก่อนเสนอศาล ให้อัยการเข้ามาควบคุมการสอบสวน และในส่วนภูมิภาคให้ผู้ว่าราชการจังหวัดมีสิทธิให้ความเห็นแย้งเมื่ออัยการมีคำสั่งไม่ฟ้อง

ข่าวที่สอง คือปัญหาพนักงานสอบสวนขาดแคลนในระดับวิกฤต งานล้นมือ จนทำให้เกิดภาวะเครียด บางรายป่วย บางรายหมดแรงจูงใจในการทำงาน จนสังคมเริ่มตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของกระบวนการยุติธรรม

ความจริงแล้ว สองข่าวนี้คือเรื่องเดียวกัน และมีจุดเริ่มต้นเดียวกัน — ระบบสอบสวนที่กำลังล่มสลาย

ย้อนกลับไปในปี 2559 รัฐบาล คสช. มีคำสั่งยกเลิก “แท่งพนักงานสอบสวน” ทำให้พนักงานสอบสวนไม่มีเส้นทางความก้าวหน้าในสายงานของตนเอง ทั้งที่ต้องรับผิดชอบงานที่หนักที่สุดในระบบตำรวจ หลายคนจึงย้ายไปหน่วยอื่นที่มีโอกาสเติบโตมากกว่า เช่น สายสืบสวน ปราบปราม ตม. หรือท่องเที่ยว

สถานการณ์ยิ่งเลวลงเพิ่มขึ้น เมื่อมีปัญหาอื่นๆสะสมอีกมากมาย เช่น ค่าตอบแทนพิเศษและค่าทำสำนวนไม่เพีบงพอ เมื่อเปรียบเทียบกับพนักงานสอบสวนในหน่วยงานอื่น เช่น DSI หรือ ปปท. , ขาดผู้ช่วย เครื่องมือ และอุปกรณ์ที่จำเป็น

คดีออนไลน์เพิ่มขึ้นมหาศาล ปี 2566–67 เฉลี่ยวันละ 800 คดี รวมปีละเกือบ 300,000 คดี , พนักงานสอบสวนหนึ่งคนต้องรับผิดชอบคดี 200–500 คดีต่อปี ทั้งที่มาตรฐานควรไม่เกิน 70 คดี และมีตำแหน่งพนักงานสอบสวนทั่วประเทศ 18,000 ตำแหน่ง แต่มีคนทำงานจริงเพียง 12,000 คน ขาดแคลนถึง 6,000 คน

ผลที่ตามมา คือกระบวนการสอบสวนล่าช้า ประชาชนต้องวิ่งเต้นกับสื่อหรือ Influencer เพื่อให้คดีของตนเดินหน้า ความเชื่อมั่นในตำรวจถดถอยอย่างน่ากังวล

เมื่อผมเข้ามาทำหน้าที่ ก.ตร. ผู้ทรงคุณวุฒิ ตั้งแต่มีนาคม 2566 ผมได้เสนอปัญหานี้ต่อที่ประชุม ก.ตร. และได้ข้อสรุปในเบื้องต้น เช่น อบรมและแต่งตั้งพนักงานสอบสวนใหม่ปีละ 1,000 คน รวม 4 ปี 4,000 คน , เพิ่มค่าตอบแทนและค่าสำนวน , แต่งตั้งผู้ช่วยพนักงานสอบสวนเพิ่มเติม และตั้งคณะอนุกรรมการ ก.ตร. พัฒนางานสอบสวนเพื่อติดตามและผลักดันนโยบายอย่างต่อเนื่อง

แต่อุปสรรคสำคัญคือ “งบประมาณ” ที่ไม่เพียงพอ ทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติทำได้แค่แก้ปัญหาเฉพาะหน้า รัฐบาลจึงต้องเป็นฝ่ายผลักดันและสนับสนุนอย่างจริงจัง

สำหรับข้อเสนอแก้ไข ป.วิ.อาญา ไม่ว่าจะเป็นการจำกัดอำนาจพนักงานสอบสวน หรือเพิ่มบทบาทให้อัยการ ผมเคารพทุกความคิดเห็น แต่สิ่งสำคัญกว่าคือ เราต้องกลับมาโฟกัสที่ “การฟื้นฟูระบบสอบสวนที่กำลังล่มสลาย”

ถ้าพนักงานสอบสวนยังต้องทำงานหนักเกินมนุษย์ ค่าตอบแทนน้อย ขาดขวัญกำลังใจ ขาดโอกาสเติบโต ต่อให้เปลี่ยนโครงสร้างกฎหมายแค่ไหน ก็ไม่สามารถอำนวยความยุติธรรมให้ประชาชนได้จริง

ผมขอเรียกร้องให้รัฐบาลเห็นใจ สนับสนุนงบประมาณและกำลังคนอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงชั่วคราว แต่ต้องสม่ำเสมอและต่อเนื่อง เพื่อฟื้นฟูระบบสอบสวนไทยให้มีศักดิ์ศรี มีประสิทธิภาพ และสามารถปกป้องสิทธิของประชาชนได้อย่างแท้จริง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'บิ๊กราญ-นพศิลป์' ลุยกวาดล้าง 'แก๊งพ่อไทยทิพย์' สวมสิทธิเด็กต่างด้าว 1.5 พันคน

'บิ๊กราญ - พล.ต.ท.นพศิลป์' เดินหน้า ร่วมกับ DOPA N.I.C.E เปิดโปงขบวนการ 'พ่อไทยทิพย์' รับสวมสิทธิเด็กต่างด้าวเกือบ 1,500 ราย บุกค้นโรงพยาบาลเอกชน รวบ 4 ผู้ต้องหา

'เลขาฯ สมช.' ยันดับไฟใต้ คุยสันติสุขควบคู่ใช้กฎหมายเข้มข้น

'เลขาฯ สมช.' ชี้ดับไฟใต้ต้องพูดคุย ควบคู่ใช้กฎหมายเข้มข้น บอกตอบโต้รุนแรงยิ่งวุ่นวายขึ้น เชื่อมีผู้เห็นต่างมากกว่าครึ่งพร้อมเข้ากระบวนการ รับมาเลเซียสำคัญทำให้สงบได้

สลด! หนุ่มวัย 34 ปี ขี่ จยย. โดนรถเฉี่ยวชน ดับบนถนนบางนา-ตราด

ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์พลิกคว่ำโดยไม่ทราบคู่กรณี และมีคนขับรถจักรยานยนต์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ก.ตร. ไฟเขียว 'พล.ต.อ.สำราญ นวลมา' ผงาด ผบ.ตร. คนที่ 16

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ครั้งที่7/2569 หนึ่งในวาระการประชุมที่สำคัญคือ วาระที่ 3 เรื่องเสนอเพื่อทราบ (เรื่องที่ 3) การคัดเลือกแต่งตั้งข้าราชการตำรวจให้ดำรงตำแหน่ง “ผบ.ตร.” คนที่ 16 แทน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ที่จะเกษียณราชการในวันที่ 30 กันยายน 2569 นี้