
"มีเรื่องนึงที่ชัดเจนแจ่มแจ้งในวันนี้
คือ ขบวนการโกง สว. น่าจะไม่ได้มีเอี่ยวแค่ ‘พรรคการเมือง’ เท่านั้น แต่ยังมี 'กกต.บางคน' ที่ร่วมอยู่ในขบวนการโกง สว.นี้ด้วย
มันชัดแล้วว่า สว.เลือก กกต.มาเพื่อเป่าคดีตัวเองโดยเฉพาะจริงๆ ทีนี้ไม่ต้องสงสัยแล้วนะ ว่าทำไมตัวใหญ่ๆ ถึงรอด
เจ็บคอ ไอดัง คุก คุก คุก
ป.ล. ทุกคนรีบจัดตารางออกกำลังกายนะคะ พวกเราต้องมีชีวิตที่ยืนยาว สุขภาพดีและแข็งแรง เพื่ออยู่ดูระบอบสีน้ำเงินนี้ล่มสลาย ถึงวันนั้นเรายังต้องออกแรงช่วยกันกอบกู้ซากอีกนะ
อดใจรอติดตามตอนต่อไปไม่ไหวแล้วอะ”
นี่..ข้อความที่คุณไอซ์-รักชนก ศรีนอก โพสต์ คงจะด้วยเพราะตื่นเต้นหรือด้วยอารามดีใจเลยเผลอลืมไปว่า “ไอดัง คุก คุก คุก” นั้น ใกล้จะเกิดกับตัวเองแล้วจริงๆ..
ดี-ไม่ดี อาจไม่ทันอยู่ (ข้างนอก) ดูระบบสีน้ำเงินล่มสลายเสียด้วยซ้ำ!
ก็..อยากเตือนออกกำลังกายไว้บ้างนะ ต้องมีสุขภาพดีและแข็งแรงเอาไว้ เพราะข้างในโน้น เห็นคนที่เคยเข้าไปศึกษาบอกว่า..นรกชัดๆ!
ครับ..เมื่อวันพุธที่ 16 กันยา.ที่ผ่านมา อาจารย์ไข่-คฑาวุธ ทองไทย ได้จัดงานแถลงข่าวคอนเสิร์ตที่สะท้อนถึงรากเหง้าอันยิ่งใหญ่ของวงดนตรีเพื่อชีวิตระดับตำนาน..
“16 ปี แคมป์ไฟดนตรี มาลีฮวนน่า ตอน แผ่นดินนี้มีตำนาน” เพื่อปักหมุดหมายเฉลิมฉลองการเดินทางของเทศกาลดนตรีโต้รุ่ง..
ที่ยืนหยัดมาได้อย่างยาวนานและเปี่ยมสุนทรียภาพที่สุดงานหนึ่งของเมืองไทย ณ “ร้านกระเทียมพริกไทยดำ” (เลียบคลองสอง)!
ผมในฐานะสื่อมวลชนที่ได้ไปนั่งร่วมบรรยากาศแถลงข่าว ได้เห็นถึงมีความพิเศษ จะเรียกว่าเป็นการหลอมรวมจิตวิญญาณแห่งดนตรีและวัฒนธรรมเข้าไว้ด้วยกันก็เห็นจะไม่ผิดนัก
เพราะนอกจากจะมีศิลปินระดับครูบาอาจารย์หลากสาขา และคนดนตรีต่างรุ่นตบเท้าเข้าร่วมงาน ทั้งตำนานเพื่อชีวิตอย่างคุณแอ๊ด คาราบาว คุณอี๊ด ฟุตบาธ คุณบอม สินเจริญ
และศิลปินรุ่นใหม่ “ต้นข้าว สุปรียา” แล้ว ยังมีการแสดงสุดพิเศษ..การเชิด “หนังใหญ่วัดขนอม” มรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่ามาให้ได้ชมกันด้วย!
อย่ากระนั้นเลย พิธีกรดำเนินรายการ ยังได้สองกูรูกระบอกเสียงคนสำคัญของวงการดนตรีอย่างคุณมาโนช พุฒตาล และคุณพิณโญ รุ่งสมัย มาทำหน้าที่ให้ยิ่งดูแกรนด์เข้าไปอีก
ฟังจากอาจารย์ไข่ที่ถูกสัมภาษณ์เล่าถึงเสน่ห์ที่ทำให้แคมป์ไฟดนตรีก้าวย่างสู่ปีที่ 16 และยังคงมนตร์ขลังอย่างไม่เสื่อมคลาย
ว่า..เริ่มจากการปฏิเสธรูปแบบคอนเสิร์ตในฮอลล์ติดแอร์ หรือเวทีกลางเมืองหลวงอันวุ่นวาย เพื่อจะพาแฟนเพลงเดินทางมุ่งสู่ธรรมชาติ..
ไม่ว่าจะเป็นผืนดินประวัติศาสตร์อย่าง ศิลปะสถาน โฮมปาร์ค ไร่หุบกะพง อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ลานริมทะเลแสนอบอุ่น หรือแม้แต่พื้นที่วัฒนธรรมชายขอบอย่างสังขละบุรี
หวังเปลี่ยนผืนป่าและขุนเขาให้กลายเป็น “ลานกางเต็นท์” ขนาดใหญ่ที่ล้อมรอบกองไฟดนตรีร่วมกัน!
และเพียงก้าวแรก-เริ่มต้น ก็ได้รับกำลังใจจากแฟนเพลงอย่างท่วมท้น ก่อนมีก้าวต่อๆ มาจนถึงปีที่ 16 ปีนี้ “แคมป์ไฟดนตรี มาลีฮวนน่า” ก็จะยังคงเสน่ห์และมนตร์ขลังไว้ไม่เปลี่ยนแปลง!
หมายถึง..เป็นพื้นที่ให้คนรักเสียงเพลง-รักษ์ธรรมชาติ ได้ปล่อยใจไปกับศิลปะ กวี และความเรียบง่ายรอบกองไฟ ในบรรยากาศแห่งความอบอุ่นกลางไร่หุบกะพง!
และที่น่าประทับใจ นี่ไม่ใช่งานรื่นเริงเพื่อธุรกิจเพียงอย่างเดียว แต่เป็นพื้นที่แห่งการ “ให้” ด้วยรายได้และกิจกรรมภายในงานทุกๆ ปี..
ส่วนหนึ่งได้แบ่งปัน-ส่งต่อไปเป็นทุนการศึกษาและสนับสนุนกลุ่มชาติพันธุ์แบบไม่ต้องเป็นข่าว-ไม่ได้เอาแสง!
นี่..ก็บอกกล่าวให้รู้ไว้แต่เนิ่นๆ เพื่อคนที่สนใจ รักเสียงเพลง หลงใหลธรรมชาติ จะได้เตรียมเนื้อเตรียมตัว แม้คอนเสิร์ตจะมีขึ้นในวันที่ 5 ธันวา.โน้น..
แต่ก็อย่าได้ชะล่าใจ เพราะอาจารย์ไข่ย้ำว่า บัตรมีจำนวนจำกัด ฉะนั้นก็ต้องรีบจองบัตรเสียแต่บัดนี้ ก่อนที่จะพลาดโอกาส!
จองได้ที่ไหนนั่นเหรอ? กดดูที่ FB : Maleehuana Official ได้เลย..
กำบัตรเอาไว้เพื่อความชัวร์!.
สันต์ สะตอแมน
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
วิบากกรรมที่ไม่ได้ก่อ?
มันเรื่องอะไรของเรา? นี่..ไม่ใช่หัวข้อเริ่มต้นการสนทนา หากแต่เป็นการพูดคุยบนโต๊ะเหล้า-โต๊ะข้าวหลังหลายจอกผ่าน ซึ่งประโยคลอยๆ ที่หลุดจากเพื่อนคนหนึ่งนั้น..
รอพิสูจน์ด้วยตาตัวเอง!
“เหลือจะเชื่อ! เตรียมจับพระดัง! ดังกว่า #ทิดโชติ ก็วัดนี้แหละ สายมูต้องเคยไป!! กังวลกลัวพระที่เก็บไว้จะขายไม่ออก คนซื้อไปแล้วจะแห่คืน!”
‘ภิกษุมหาโจร’?
7 กรกฎาคม 2556 ณ สวนสันติธรรม ศรีราชา.. “หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชโช” ได้เทศนาธรรมประดับปัญญาให้กับพุทธศาสนิกชน ตามความที่ผมใคร่ขออนุญาตคัดลอกจากเพจ “ข่าวสารงานพระพุทธศาสนา” ดังนี้..
คำไหน-คำนั้น แค่ลมปาก!
“เนื่องจากผมไม่ได้เล่นการเมือง และไม่เคยคิดจะลงสมัครรับเลือกตั้ง สจ. สส.อะไร ผมคิดว่ามันเป็นทุกข์ครับ มันเป็นทุกข์นะฮะ เป็นทุกข์
ปกป้องด้วยการทำผิด?
“ด้วยปรากฏว่า.. นายเควิน ดิมิโน สัญชาติฝรั่งเศส มีพฤติกรรมข่มขู่ คุกคาม ทำร้ายร่างกาย ก่อความเดือดร้อนรำคาญแก่ผู้อื่น สร้างความแตกแยกทางเชื้อชาติและศาสนา
มอบกำลังใจให้ ‘กุลสตรี’
ผมเห็นด้วยกับ “บทสรุป”.. ที่ว่า.. “ระหว่างการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ประเทศไทยจึงควรเดินสองทางไปพร้อมกัน คือ “สร้างรัฐธรรมนูญใหม่” ควบคู่กับ “ซ่อมกลไกเดิมที่มีปัญหา”

