บึ้มปัตตานี! 2 จุดกลางเมือง แม่ค้าตลาดโต้รุ่งเจ็บ

9 มิ.ย. 2568 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดปัตตานีรายงานว่า เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 8 มิ.ย. ที่ผ่านมา พ.ต.อ.เจฟฟรีย์ ไศลมานกุล ผกก. สภ.เมืองปัตตานี ได้รับแจ้งมีเหตุระเบิดเกิดขึ้น 2 จุด บริเวณตลาดโต้รุ่ง ถ.พิพิธ ต.อาเนาะรู ภายในเขตเทศบาลเมืองปัตตานี หลังได้รับแจ้งจึงสั่งการให้หน่วยกำลังในพื้นที่ปิดกั้นบริเวณที่เกิดเหตุเพื่อความปลอดภัย

โดยจุดแรกอยู่บริเวณถังขยะใกล้ป้ายชุมชนโต้รุ่ง หน้าห้างทองอินเตอร์เนชั่นแนล ทางเข้าตลาดโต้รุ่ง แรงระเบิดทำให้ถังขยะซึ่งเป็นพลาสติกแตกละเอียด นอกจากนี้แรงระเบิดทำให้รถจักรยานยนต์ จำนวน 2 คัน ได้รับความเสียหาย สะเก็ดระเบิดเจาะทะลุตู้สัญญาณไฟ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย ถูกนำส่งโรงพยาบาล (รพ.) ปัตตานี ทราบชื่อ นางอินทิรา นวพรนิมิต อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นแม่ค้าขายน้ำเต้าหู้รถเข็นใกล้จุดระเบิด ทำให้หูดับ แพทย์ได้ช่วยเหลือปลอดภัย จากการตรวจสอบบริเวณที่เกิดเหตุ พบชิ้นส่วนแผ่นเหล็กอยู่บริเวณที่เกิดเหตุ เชื่อว่าน่าจะเป็นชิ้นส่วนกล่องเหล็กที่คนร้ายใช้บรรจุดินระเบิด เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

ขณะที่เวลาไล่เลี่ยกัน ประมาณ 3 นาที ได้เกิดระเบิดขึ้นอีก 1 จุด บริเวณหน้าโรงแรมแห่งหนึ่งซึ่งอยู่บริเวณปากทางเข้าตลาดโต้รุ่งอีกทาง แต่การระเบิดจุดที่สองไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ มีเพียงถังขยะที่คนร้านนำระเบิดในซุกไว้ถูกแรงระเบิดแตกละเอียด

จากการสอบสวนก่อนเกิดเหตุทราบว่า ขณะที่ประชาชนกำลังเดินจับจ่ายซื้อของภายในตลาดโต้รุ่งตามปกติที่เปิดขายทุกคืนตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงเที่ยงคืน ปรากฏว่าเกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จำนวน 2 ลูก แรงระเบิดทำให้กระจกอาคารบริเวณที่เกิดเหตุแตกตกลงมาบนถนนเกิดเสียงดัง จนทำให้ทั้งพ่อค้าแม่ค้ารวมไปถึงประชาชนต่างตกใจวิ่งหนีเข้าตัวรอด เมื่อสถานการณ์เข้าสู่สภาวะปกติ ก็ทำให้พ่อค้าแม่ค้าต่างเก็บร้านแล้วรีบกลับบ้านทันที จึงทำให้บริเวณในเขตเทศบาลเงียบเหงาทันที

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าคนร้ายน่าจะมีจำนวน 2 ชุดใช้รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะในการก่อเหตุ โดยขับมาจอดที่ถังขยะทั้งสองจุด ก่อนจะหย่อนระเบิดแสวงเครื่องใส่ในถังขยะแล้วขับรถหลบหนีไป ก่อนจะเกิดระเบิดขึ้น ซึ่งหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐาน รวมไปถึงภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุ เชื่อว่าน่าจะรู้ตัวคนร้ายกลุ่มนี้ เนื่องจากก่อนหน้าที่ได้รับแจ้งเตือนว่าจะมีการก่อเหตุลอบวางระเบิดในเขตเมืองปัตตานี จำนวน 4 ลูก เพื่อสร้างสถานการณ์ความไม่สงบ

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดล้อมพื้นที่ทั้งสองจุดที่เกิดเหตุ และได้ตั้งจุดตรวจ-จุดสกัดตามเส้นทางเข้าออกเมืองปัตตานีอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้คนร้ายหลบหนีออกจากพื้นที่ รวมถึงเพื่อป้องกันเหตุซ้ำซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้ในระยะเวลาใกล้เคียงกัน

แม่ค้ารายหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่เกิดเหตุเพียง 5 เมตร เล่าว่า เกิดระเบิดขึ้นจำนวน 2 ลูก ลูกแรกหน้าตลาด และลูกสองหลังตลาด ตอนนี้กังวล เพราะปกติจะมีเด็กๆ เดินไปเดินมาแถวนี้เป็นจำนวนมาก โดยก่อเกิดเหตุได้นั่งอยู่ จากนั้นเกิดระเบิดขึ้น ตนก็ยืนงง ก่อนตั้งสติได้ พบว่าเป็นระเบิดแน่ สักพักก็เกิดระเบิดลูกที่ 2 เสียงดังมากจนหูอื้อ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

รองผบ.ตร. รับตกใจ มีชื่อบริษัทไชน่าเรลเวย์ รับงาน สน.สุทธิสาร ก่อสร้างล่าช้า 2 ปี

พล.ต.อ.กรไชย คล้ายคลึง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะผู้รับผิดชอบงานด้านบริหาร ชี้แจงกรณีที่สื่อสังคมออนไลน์เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับภาพการก่อสร้างบันไดทางขึ้นชั้น 2 ของอาคาร สน.สุทธิสาร แห่งใหม่ ที่มีลักษณะถูกปิดทึบด้วยฝ้าเพดานและหลอดไฟจนไม่สามารถใช้งานได้จริงนั้น

ผงะ! ศูนย์ต่อต้านฉ้อโกงออนไลน์ เผยสัปดาห์เดียวสูญเฉียด 500 ล้าน วัยรุ่น 21-30 ปีเหยื่ออันดับหนึ่ง

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เผยสัปดาห์เดียวสูญเฉียด 500 ล้าน รวบขบวนการแก๊งสแกมเมอร์รวม 17 ราย ขณะที่กลุ่มอายุ 21-30 ปี ตกเป็นเหยื่ออันดับหนึ่ง แซงหน้าวัยทำงาน

ทบ. แจงเยียวยาทหารเสียชีวิตสู้รบไทย-กัมพูชา เงินรัฐบาล 10 ล้าน อยู่สำนักงบฯ รออนุมัติ

ทบ. แจงเงินเยียวยาทหารเสียชีวิตจากการเหตุสู้รบไทย-กัมพูชา ในส่วนรัฐบาล 10 ล้านบาท เรื่องอยู่ที่สำนักงบประมาณ ขณะที่เงินพระราชทาน สินไหมทดแทนภัยสงคราม และบำนาญพิเศษ มอบให้ครอบครัวผู้สูญเสียแล้ว

ทำเนียบฯระทึก! แท็กซี่เจ้าเก่าแว๊นมอเตอร์ไซค์ ประชิดบันไดตึกไทยคู่ฟ้า เรียกหา 'อนุทิน' ขอความเป็นธรรม

ชายสูงวัย ได้ขับมอเตอร์ไซค์เข้ามาทางประตูสะพานชมัยมรุเชฐ และขับเข้ามาหน้าตึกไทยคู่ฟ้า บีบแตรตะโกนเรียกหานายกรัฐมนตรี เรียกร้องเงินเยียวยา

'นครบาล' แจงโรงพักสุทธิสารแห่งใหม่ ทำตามขั้นตอนกม. ยังไม่เปิดทำการรอขั้นตอน TOR ระบบไฟฟ้าลงดิน

กองบัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่าได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจและอำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชน