ดีเอสไอ ทลายแก๊งรีดหัวคิวแรงงานกัมพูชา เงินสะพัด 700 ล้าน

ดีเอสไอบุกค้น 4 จุดกลางกรุง ทลายขบวนการรีดหัวคิวแรงงานกัมพูชาเรียกเก็บเพิ่มหัวละ 2,500 บาท เงินหมุนเวียนทะลุ 700 ล้านบาท พบโยงเจ้าหน้าที่กัมพูชาระดับสูงและบัญชีม้าไทย เร่งขยายผลเชื่อมโยงเจ้าหน้าที่ทั้งสองประเทศ

3 กรกฎาคม 2568 - พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อมคณะ นำกำลังบุกตรวจค้น 4 จุดในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมถึงบริษัท เอ เอ แอดวานซ์ เซอร์วิส จำกัด เขตคลองสามวา เพื่อรวบรวมหลักฐานขบวนการรีดเงินค่าหัวคิวแรงงานกัมพูชาและฟอกเงินข้ามชาติ

พ.ต.ต.ยุทธนาเผยว่า ขบวนการนี้เรียกเก็บเงินเพิ่มจากแรงงานกัมพูชาหัวละ 2,500 บาท นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายปกติ โดยอ้างเป็นค่าดำเนินการระบบออนไลน์ หากไม่จ่ายจะไม่ต่อใบอนุญาตให้ แรงงานซึ่งรับค่าแรงเพียงวันละ 300-400 บาทต้องแบกรับภาระเพิ่ม โดยพบว่ามีแรงงานต่อใบอนุญาตแล้วกว่า 180,000 ราย เงินหมุนเวียนกว่า 300-400 ล้านบาท และหากดำเนินการครบจะสูงถึง 700 ล้านบาท

เส้นทางการเงินพบมีการโอนเงินไปถึงเจ้าหน้าที่กัมพูชาระดับสูง 2-3 ราย และวนกลับมาบุคคลไทยราว 100 ล้านบาท ผ่านบัญชีม้า ทั้งคนไทยและต่างด้าว โดยพฤติการณ์เข้าข่ายฟอกเงิน เนื่องจากมีการปกปิดและโอนเงินข้ามประเทศ

การตรวจค้นพบเอกสารสำคัญเกี่ยวกับการต่อใบอนุญาตและหลักฐานการอนุมัติ เบื้องต้นสอบปากคำผู้เกี่ยวข้อง 2 ราย พบเครือข่ายโยงกว่า 10 รายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ขณะนี้ดีเอสไอกำลังขยายผลตรวจสอบการเชื่อมโยงกับเจ้าหน้าที่ไทย-กัมพูชา โดยคาดว่าหากรวมแรงงานทุกสัญชาติที่ถูกเรียกเก็บหัวละ 2,500 บาท อาจมีเงินหมุนเวียนสูงถึง 6,000 ล้านบาท.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดีเอสไอ ส่งสำนวนคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล ให้ ป.ป.ช. สอบต่อ

“ดีเอสไอ” ส่งสำนวนคดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัล Worldcoin โยงธุรกิจสีเทากัมพูชา ให้ ป.ป.ช. สอบต่อ หลังพบนักการเมืองและ จนท.รัฐ มีเอี่ยว

กระทุ้ง กกต. โชว์ฝีมือจับซื้อเสียง แนะ ธปท. เช็กย้อนหลังตั้งแต่ยุบสภา

นายเทพไท เสนพงศ์ อดีต สส.นครศรีธรรมราช โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ขอบคุณ ผู้ว่าฯแบงก์ชาติ ภายหลังจากนายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย

ออกหมายจับ 'นักการเมืองเทา' 2 ราย พัวพันสแกมเมอร์-เว็บพนัน เผ่นหนีนอกประเทศแล้ว

รมว.ยุติธรรม เผยคดีนักการเมืองพัวพันสแกมเมอร์-เว็บพนัน ล่าสุดออกหมายจับแล้ว 2 ราย "สจ.เนย์ เเห่งกาฬสินธุ์ และเมีย" ล่าสุดพบหลบหนีออกนอกประเทศเมื่อ 20 ม.ค.69 ส่วนอีก สจ. อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน ยังไม่สามารถเปิดเผยชื่อได้

'ทวี' ดีใจรอดคมดาบศาลรัฐธรรมนูญ ลั่นเป็นชัยชนะของหลักนิติธรรม

พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และหัวหน้าพรรคประชาชาติ ออกแถลงการณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยกคำร้องกรณีข้อกล่าวหาแทรกแซงการทำงานของ DSI ในคดีฮั้วเลือก สว. โดยศาลวินิจฉัยไม่พบพฤติการณ์สั่งการหรือข่มขู่ตามที่ถูกกล่าวหา

'ภูมิธรรม' ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนตั้งใจทำงาน หลังตัดสินไม่ได้แทรกแซงคดีฮั้ว สว.

นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว.

'ภูมิธรรม-ทวี' รอด! ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยไม่แทรกแซงคดีฮั้วเลือก สว.

ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้มีการอ่านคำวินิจฉัยกลาง ในคำร้องที่กลุ่มสมาชิกวุฒิสภา(สว.) ร่วมกันลงชื่อเพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม (ในขณะนั้น) และพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม (ในขณะนั้น) สิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่