เปิดพฤติการณ์ 'จอนนี่มือปราบ' สร้างรีสอร์ตรุกนิคม จนท.รัฐเอี่ยวปลอมเอกสาร

เปิดพฤติการณ์ "จอนนี่ มือปราบ" โดนทีมบิ๊กเต่าบุกจับ คดีสร้างรีสอร์ตรุกที่นิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย จ.อุบลฯ พบร่วมมือกับเจ้าหน้าที่รัฐในท้องถิ่น ตั้งแต่ผู้ใหญ่บ้าน, อดีตผู้อำนวยการกองช่าง และนายก อบต. ร่วมปลอมแปลงเอกสารและรับรองเอกสารเท็จ

14 สิงหาคม 2568 - พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก , พล.ต.ต.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ ผบก.ปทส. ,พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. , พ.ต.อ.ธณัชชนม์ เก่งกสิกิจ ผกก.3 บก.ปทส. ,พ.ต.อ.วิศิษฐ์ พลบม่วง ผกก.3 บก.ปปป. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนกลาง ร่วมกับสำนักงาน ป.ป.ช. ภายใต้การอำนวยการของ นายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.,นายสุขสันต์ ประสาระเอ ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและกิจการพิเศษ และเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ท. ภายใต้การอำนวยการของ นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท., พ.ต.ท.สิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้ช่วยเลขาธิการฯ รักษาราชการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ท. จับกุมนายยุทธพล ศรีสมพงษ์ หรือ "จอนนี่มือปราบ" และภรรยา หนึ่งในผู้ต้องหา 5 ราย ที่ถูกออกหมายจับในคดีก่อสร้างและประกอบกิจการรีสอร์ตโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

ผู้ต้องหาทั้งหมดประกอบด้วย 1. นายมิตรชัย อายุ 54 ปี 2. นายศุภชัย อายุ 50 ปี 3. นายสมาน อายุ 71 ปี “เป็นเจ้าพนักงาน ร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต,เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารรับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร ร่วมกันรับรองเป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ รับรองเป็นหลักฐานว่าได้มีการแจ้งซึ่งข้อความอันมิได้มีการแจ้ง ละเว้นไม่จดข้อความซึ่งตนมีหน้าที่ต้องรับจด หรือ จดเปลี่ยนแปลงข้อความเช่นว่านั้น หรือ รับรองเป็นหลักฐาน ซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จและเป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ร่วมกันปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่ง หรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่ง หรือหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือร่วมกันปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต”

4.นายยุทธพล ศรีสมพงษ์ อายุ 44 ปี หรือ จอนนี่ มือปราบ และ 5.นางสาวจิราพร อายุ 45 ปี ภรรยาจอนนี่ มือปราบ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ฐาน "เป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต, เป็นผู้สนับสนุน เจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสารรับเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสาร รับรอง เป็นหลักฐานว่าตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ รับรองเป็นหลักฐานว่าได้มีการแจ้งซึ่งข้อความอันมิได้มีการแจ้ง ละเว้นไม่จดข้อความ ซึ่งตนมีหน้าที่ต้องรับจด หรือ จดเปลี่ยนแปลงข้อความเช่นว่านั้น หรือ รับรองเป็นหลักฐาน ซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้นมุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ และเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐ ปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่ง หรือหน้าที่ หรือใช้อํานาจในตําแหน่ง หรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต" จับกุมและแจ้งข้อกล่าวหา อบต.คำเขื่อนแก้ว อ.สิรินธร จว.อุบลราชธานี

ในการจับกุมครั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุ กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ได้รับการร้องเรียนให้ตรวจสอบการกระทำของ นายยุทธพล หรือ “จอนนี่” ว่ามีการบุกรุกพื้นที่ซึ่งถูกกันไว้เป็นป่าส่วนกลาง เพื่อนำไปประกอบกิจการรีสอร์ท และมีความเชื่อมโยงกับธุรกิจสีเทา

ต่อมานายอำเภอสิรินธร ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษต่อ กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เพื่อดำเนินคดีกับ นายมิตรชัย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 6 ตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอสิรินธร และพวก รวม 5 คน ที่ได้ร่วมกันกระทำความผิด โดยแบ่งหน้าที่กันทำเพื่อให้ได้เลขที่บ้าน และนำไปใช้ขอการใช้ไฟฟ้า ประปา และจดทะเบียนพาณิชย์ เพื่อประกอบกิจการ “รีสอร์ทจอนนี่มือปราบ” ทั้งนี้ ได้มีการร่วมกันรับรองเอกสารอันเป็นเท็จและยื่นต่อนายทะเบียนอำเภอสิรินธร เพื่อขอเลขที่บ้านใหม่

จากการตรวจสอบพบว่า ก่อนเกิดเหตุ นายยุทธพลฯ และ น.ส.จิราพร ได้ซื้อที่ดินในพื้นที่ป่าส่วนกลางของนิคมสร้างตนเองลำโดมน้อย โดยมีนายมิตรชัย ผู้ใหญ่บ้าน ลงนามเป็นพยานการซื้อขาย ต่อมา น.ส.จิราพร ได้ยื่นขอใบรับรองสิ่งปลูกสร้างจากนายมิตรชัย ซึ่งได้ลงนามรับรองว่า น.ส.จิราพรฯ และ นายยุทธพล ได้ปลูกบ้านใหม่ในที่ดินว่างเปล่า ไม่มีเอกสารสิทธิ และไม่ได้อยู่ในเขตป่าสงวน อุทยานแห่งชาติ หรือพื้นที่ของรัฐ

นอกจากนี้ นายศุภชัย ผู้อำนวยการกองช่าง อบต.คำเขื่อนแก้ว ได้มีการรับรองการก่อสร้างในพื้นที่ดังกล่าว แม้ตามกฎหมาย อบต.คำเขื่อนแก้ว ไม่มีอำนาจออกหนังสือรับรอง แต่กลับเสนอความเห็นต่อนายสมาน นายก อบต.คำเขื่อนแก้ว ว่าเห็นควรออกหนังสือรับรองว่ามีสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งนายสมานฯ ในฐานะนายทะเบียน มีหน้าที่ตรวจสอบและทราบข้อกฎหมาย แต่ยังได้ทำการรับรอง อันถือเป็นการรับรองเอกสารเท็จ

ต่อมา น.ส.จิราพร ได้มอบหมายให้ นายยุทธพล นำเอกสารที่ได้จากการรับรองอันเป็นเท็จของ อบต.คำเขื่อนแก้ว ไปขอเลขที่บ้านจากนายทะเบียนอำเภอสิรินธร การกระทำทั้งหมดจึงแสดงให้เห็นถึงการร่วมกันกระทำความผิดอย่างเป็นระบบ ซึ่งทุกขั้นตอนต้องดำเนินไปครบถ้วนจึงจะนำไปสู่เป้าหมายสูงสุด คือ การเปิดกิจการรีสอร์ทโดยมิชอบ อันเป็นการละเมิดต่อทรัพยากรธรรมชาติ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ และสร้างประโยชน์โดยผิดกฎหมายและได้ประโยชน์โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ผู้กล่าวหาจึงมาร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับบุคคลที่เกี่ยวข้อง

พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปปป. จึงรวบรวมพยานหลักฐานและขออนุมัติศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 3 ออกหมายจับผู้ต้องหา จำนวน 5 ราย กระทั่งวันนี้ (14 ส.ค.68) บก.ปปป. ร่วมกับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช., ป.ป.ท. วางแผนเข้าจับกุมผู้ต้องหา ในเขตพื้นที่ จ.อุบลราชธานี และนำมาดำเนินคดี ตามกฎหมายต่อไป

สอบถามปากคำเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'บิ๊กเต่า' ฟาดเดือด 'โทน บางแค' แค่โจรกระจอก

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. เปิดเผยถึงกรณีที่ น.ส.ดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ หรือ "มาดามเก่ง"แจ้งความดำเนินคดีนายโทนทอง สุขแก่น หรือ"โทน บางแค"เซียนพระชื่อดัง ว่าหลังต่างฝ่ายต่างออกมาให้สัมภาษณ์

ผบช.ก. ไม่ทราบ เซียนพระถูกดำเนินคดีทั้ง 9 คน ยังอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) เปิดเผยความคืบหน้าคดีของมาดามเก่งถูกเซียนพระเบี้ยวหนี้หลายร้อยล้านบาทว่า คดีนี้ตนเองทราบเรื่องมาตั้งแต่ช่วงที่เป็นรองผู้บัญชาการตำรวจ

'โทน บางแค' ปัดร้อนตัว โร่พบกองปราบ ลือหึ่งถูกออกหมายจับคดีฉ้อโกงมาดามเก่ง

นายโทนทอง สุขแก่น หรือ โทน บางแค พร้อมนายเฉลิมชัย ศรียุภักดิ์ ทนายความ เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อนำเอกสารและหลักฐานมาแสดงความบริสุทธิ์ใจ หลังมีกระแสข่าวเตรียมออกหมายจับเซียนพระชื่อดัง ที่ร่วมกันฉ้อโกงผู้เสียหาย มูลค่าความเสียหายกว่า 5,000 ล้านบาท

'คณะผู้ตรวจการแผ่นดิน' ยังตะลึง! นายทุนรุกป่าอนุรักษ์ สร้างอาณาจักรใหญ่ หลังชาวบ้านร้องจนท.ละเลย

คณะผู้ตรวจการแผ่นดินลงพื้นที่ อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช หลังได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีนายทุนบุกรุกพื้นที่สาธารณะ “พรุมัด” และพื้นที่ป่าสงวนจำนวนมาก พร้อมเนรมิตอาณาจักรขนาดใหญ่กลางช่องเขา จนเจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึงกับสภาพความเสียหายและการรุกล้ำทรัพยากรธรรมชาติอย่างมโหฬาร

'มาดามเก่ง' เปิดไทม์ไลน์เล่าหมดเปลือก คดีทวงหนี้เซียนพระดัง ร่ำไห้ขอโทษ ลาก 'บิ๊กเต่า' เดือดร้อน

น.ส.ดรณ์ เทียนถาวรวงษ์ หรือ มาดามเก่ง พร้อมด้วยทนายความ ออกมาชี้แจงกรณีที่นายโทนทอง สุขแก่น หรือ โทน บางแค ออกมาระบุ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก.บังคับข่มขู่ให้จ่ายหนี้

โฆษก ตร. ยันให้ความเป็นธรรมทุกฝ่าย ปม 'โทน บางแค' ร้องบิ๊กตำรวจใช้อำนาจข่มขู่ทวงหนี้

พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผย กรณี โทน บางแค ร้องขอความเป็นธรรมโดยอ้างว่านายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ใช้อำนาจบังคับทวงหนี้ ว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้รับทราบรายงานเบื้องต้นแล้ว ทั้งกรณีที่ร้องทุกข์วันนี้ และคดีอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง