มูลนิธิกระจกเงายื่นหนังสือถึง “ศปอศ.ตร.” หลังพบตลอดปีมีคนไทยถูกหลอกไปทำงานแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้านกว่า 100 ราย บางรายถูกกักขัง บังคับใช้แรงงานในรูปแบบค้ามนุษย์ยุคใหม่ ล่าสุดเด็กหญิงวัย 16 ถูกเรียกค่าไถ่ 6 หมื่นบาทแลกอิสรภาพ
27 ตุลาคม 2568 - ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มูลนิธิกระจกเงาเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ และประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์ป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อขอให้ช่วยเหลือกรณีเด็กหญิงอายุ 16 ปี ถูกหลอกไปทำงานกับแก๊งสแกมเมอร์ในประเทศกัมพูชา
การยื่นหนังสือครั้งนี้ มีขึ้นหลังจากรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้แต่งตั้งคณะกรรมการอำนวยการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี โดยมี พล.ต.อ.กิตตี้รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เป็นกรรมการ และมี พล.ต.อ.ธนา ชวงศ์ รอง ผบ.ตร. ผอ.ศปอส.ตร. และ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผอ.ศปอส.ตร. ร่วมขับเคลื่อนการทำงาน
รศ.ดร.อัจฉรา ชลายนนาวิน คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ระบุว่า ปัญหาคนหายที่ถูกล่อลวงข้ามแดนเพื่อตกเป็นเหยื่ออาชญากรรมออนไลน์ กำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ระดับภูมิภาค โดยเฉพาะขบวนการสแกมเมอร์ บัญชีม้า และค้ามนุษย์ยุคใหม่
ข้อมูลจากมูลนิธิกระจกเงาระบุว่า ในปี 2568 มีผู้ถูกหลอกไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้านแล้วกว่า 119 ราย อายุเฉลี่ย 26 ปี ในจำนวนนี้เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีถึง 18 ราย อายุน้อยสุดเพียง 15 ปี และผู้สูงอายุอายุมากสุด 65 ปี
น.ส.กนกวรรณ พูลเพิ่ม รองหัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่า แม้ทางการจะมีมาตรการปิดชายแดน แต่ขบวนการหลอกลวงยังดำเนินอยู่ต่อเนื่อง เหยื่อจำนวนมากถูกชักชวนไปทำงานในต่างแดน ก่อนถูกกักขังในสถานที่ปิดและถูกบังคับให้ทำงานหลอกลวงผู้อื่น หากขัดขืนจะถูกทำร้ายหรือส่งขายต่อ
“นี่คือรูปแบบการค้ามนุษย์ยุคใหม่ ที่ไม่ต้องล่ามโซ่หรือเฆี่ยนตี แต่ใช้วิธีบังคับด้วยความกลัวและการควบคุมเสรีภาพทางเทคโนโลยี” น.ส.กนกวรรณกล่าว พร้อมเผยว่าขณะนี้ยังมีคนหายอีก 25 รายที่ยังไม่สามารถกลับประเทศไทยได้
ด้าน น.ส.ศิริพร ติวสร้อย หัวหน้าเวรรับแจ้งเหตุคนหาย มูลนิธิกระจกเงา เปิดเผยว่า มูลนิธิได้รับแจ้งจากมารดาของ “น้องฟ้า” (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี ซึ่งถูกหลอกไปทำงานในกัมพูชา หลังสมัครงานออนไลน์ที่อ้างว่าเป็นงานแพ็กสินค้าใน จ.สระแก้ว โดยมีแฟนหนุ่มวัย 22 ปีเดินทางไปด้วยกัน
ต่อมาเด็กหญิงโทรกลับมาขอความช่วยเหลือ บอกว่าถูกหลอกไปอยู่ต่างประเทศและถูกบังคับให้ทำงานในแก๊งสแกมเมอร์ พร้อมเรียกค่าไถ่ 60,000 บาท หากต้องการกลับไทย มารดาจึงแจ้งความที่ สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี และประสานมายังมูลนิธิกระจกเงาเพื่อขอความช่วยเหลือ
พล.ต.ท.ไตรรงค์ เปิดเผยว่า ตำรวจไทยได้หารือร่วมกับตำรวจประเทศกัมพูชาเพื่อหาทางช่วยเหลือและปราบปรามขบวนการดังกล่าว โดยเบื้องต้นทางการไทยได้ส่งข้อมูลเป้าหมายให้ตรวจสอบกว่า 62 จุด แต่ทางกัมพูชายังสามารถเข้าตรวจสอบได้เพียงบางส่วน
“อยากเตือนประชาชนว่าหากมีรถมารับไปทำงานตามแนวชายแดน ให้สงสัยไว้ก่อนว่าถูกหลอกไปเป็นแก๊งสแกมเมอร์แน่นอน เพราะหลายรายถูกทำร้าย กักขัง หรือบางคนถึงขั้นเสียชีวิต” พล.ต.ท.ไตรรงค์กล่าว
พร้อมย้ำว่า หลังนายกรัฐมนตรีไทยและกัมพูชาได้ลงนามความร่วมมือในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เชื่อว่าสถานการณ์จะค่อย ๆ ดีขึ้น และอาเซียนจะสามารถเดินหน้าปราบแก๊งสแกมเมอร์ได้อย่างจริงจังในระดับภูมิภาค.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คุก 4 ปี 3 จำเลยแก๊งสแกมเมอร์ หลอกแม่ 'อัยการดาว'
ศาลธัญบุรีลงโทษ 3 จำเลยคดีฟอกเงิน จากขบวนการหลอกโอนเงินกว่า 7 แสนบาท ขณะที่บางข้อหาและบางจำเลยศาลยกฟ้อง
ใสกริ๊บ! สื่อเขมรตีข่าว จ้าหน้าที่ไม่พบอะไรเลยหลังจากการบุกตรวจค้นคดีฉ้อโกงที่ปอยเปต
ขแมร์ไทม์ส สื่อยักษ์ใหญของกัมพูชารายงานว่า ตำรวจจังหวัดบันเตียเมียนชัยได้ทำการบุกตรวจค้นหลายจุด แต่ไม่พบหลักฐานการหลอกลวงทางออนไลน์
ไทยตอกเขมรหน้าหงาย 'เขตแดน-สแกมเมอร์' คนละเรื่อง อย่าใช้ดินแดนเป็นเกราะกำบังอาชญากรรมข้ามชาติ
พล.อ.อ.ประภาส สอนใจดี ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสารสถานการณ์ไทย-กัมพูชา (JIC) กล่าวถึงกรณีที่
ล้วงคองูเห่า! รมว.ดีอี รับเคยโดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โทรถึงห้องทำงาน
นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้สัมภาษณ์กรณีการแก้ไขปัญหาแก๊งคอลเซนเตอร์ และสแกมเมอร์ ตัวรัฐมนตรีเคยถูกหลอกลวงหรือไม่ นายไชยชนก กล่าวยอมรับว่า เคยถูกแก๊งคอลเซนเตอร์
ดีอี เตือน เพจปลอม 'Anti-Electronic Fraud Center' สวมรอย ตม. เปิดให้ติดตามรับเงินคืนจาก 'สแกมเมอร์' ระวังสูญเงิน-ข้อมูลส่วนบุคคล
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) เปิดเผยถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน

