รวบแก๊งนักฟุตบอลเดินสาย ใช้เงินรางวัลทำทุนรับแทงหวยออนไลน์

ตำรวจไซเบอร์รวบแก๊งนักฟุตบอลเดินสายดาวรุ่งใช้เงินรางวัลทำทุนเปิดห้องหวยออนไลน์

13 พฤศจิกายน 2568 - พ.ต.ท.อนุสรณ์ ธีรนุชพงศ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท.3 พร้อมด้วย พ.ต.ท.นราภพ นวลเท่า สว.กก.วิเคราะห์ข่าวฯ บก.สอท 3. นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมหมายค้นศาลจังหวัดมหาสารคาม ที่ ค.421/2568 ลง 11 พ.ย.68 เข้าตรวจค้นบ้านเช่าหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.ท่าขอนยาง อ.กันทรวิชัย จ.มหาสารคาม

สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 ได้สืบสวนพบการลักลอบเล่นการพนันหวยออนไลน์โดยใช้ช่องทาง Line Official Account ชื่อบัญชี “บ้านโชคนำพา” จากการตรวจสอบพบว่ามีสมาชิกในกลุ่มกว่า 2 พันคน โดยกลุ่มดังกล่าวมีไว้สำหรับรับแทงหวยใต้ดินประเภทต่างๆ อาทิ รัฐบาลไทย, ลาวสตาร์, ฮานอยพิเศษ, ฮานอยปกติ, ฮานาย VIP, หุ้น/รายวัน เป็นต้น โดยผู้ใช้ทั่วไปสามารถเข้าใช้บริการได้เนื่องจากไม่มีระบบป้องกันเฉพาะตัวบุคคล และผู้ใช้ทั่วไปสามารถเข้าแทงพนันหวยได้โดยไม่ต้องสมัครสมาชิก เพียงแค่แอดเพื่อนไลน์ พร้อมกับส่งหมายเลขโพยหวยที่ต้องการแทง พร้อมจำนวนเงิน ก็สามารถเล่นพนันเพื่อเดิมพันเอาทรัพย์สินกันได้

จากการเข้าตรวจค้นพบนายพิศุทธิ์ หรือ บิ๊ก อายุ 26 ปี ซึ่งเช่าบ้านเพื่อพักอาศัยร่วมกันกับเพื่อนอีกหลายคน เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบถามจนนายบิ๊กยอมรับว่า ตนเองทำหน้าที่ตอบแชทลูกค้าที่เข้ามาติดต่อซื้อหวย และทำหน้าที่รับหรือโอนเงินให้ลูกค้าที่ถูกรางวัล โดยได้ค่าตอบแทนจากนายจ้างประมาณเดือนละ 10,000 บาท

โดยในระหว่างการตรวจค้นบ้านเช่าดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบถามบุคคลอื่นๆ อีก 3 คน ที่พักอาศัยรวมกันอยู่ในบ้านได้แก่ นายจักรพรรดิ หรือ หน่อย อายุ 29 ปี เมื่อตรวจสอบในโทรศัพท์มือถือ พบข้อมูลว่าเป็นแอดมินห้องหวย ชื่อ “อ.ทิศธรรม มงคลเจริญ” จากนั้นได้ตรวจสอบในโทรศัพท์มือถือของ นายชนาธิป หรือ เบียร์ อายุ 26 ปี พบข้อมูลว่าเป็นแอดมินห้องหวยชื่อ “บ้านแมว” และได้ตรวจสอบในโทรศัพท์มือถือของนายชัยณรงค์ หรือ จุ้ย อายุ 28 ปี ก็พบข้อมูลว่าเป็นแอดมินห้องหวยชื่อ “บัดดี้” เช่นกัน

เบื้องต้นทั้งหมดยอมรับทราบว่าเป็นเพื่อนกับนายบิ๊ก และเป็นเจ้าของห้องหวยดังกล่าวที่ตรวจพบ โดยต่างคนต่างใช้สื่อ Social Media และกลุ่ม Line ที่ตนเองสร้างหาลูกค้าเอง รับกินรับใช้เอง โดยแบ่งปันเทคนิกและวิธีการกัน ซึ่งเพิ่งเริ่มหัดทำเพียงไม่นาน โดยพวกตนเป็นนักฟุตบอล ทำอาชีพเดินสายเตะฟุตบอลเพื่อชิงเงินรางวัลและเคยได้รับถ้วยรางวัลมากมาย จึงอาศัยทุนจากเงินรางวัลที่ได้จากการเดินสายแข่งขันฟุตบอลมาลองเป็นเจ้ามือเอง

แต่จากผลประกอบการแล้ว พบว่า แต่ละเดือนจะเหลือเงินหลังจากหักยอดเงินรางวัลที่ลูกค้าแทงถูกแล้ว เพียงประมาณหมื่นกว่าบาทต่อเดือน และบางงวดก็ขาดทุน จึงชวนกันว่าจะเลิกทำอาชีพเจ้ามือหวยแล้ว เพราะไม่คุ้มค่ากับการที่ต้องมาเสียเวลาตอบแชทลูกค้า หรือคอยรับและโอนเงินลูกค้า อีกทั้งยังกระทบกับเวลาฝึกซ้อมฟุตบอล แต่สุดท้ายกลับถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมเสียก่อน

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจับกุมดำเนินคดีตาม พรบ.การพนัน พ.ศ.2478 และควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลเพื่อติดตามตัวผู้ร่วมเครือข่าย และผู้เกี่ยวข้องรายอื่นๆ เพื่อนำตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตร.ไซเบอร์ ออกหมายจับ นักการเมืองดังภาคอีสาน พบเป็นนายทุนใหญ่เว็บพนัน

มีรายงานจากกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แจ้งว่า ตร.ไซเบอร์ออกหมายจับนักการเมืองดังภาคอีสาน พบเป็นนายทุนใหญ่หลังขยายผลเครือข่ายเว็บพนัน เตรียมแถลงพรุ่งนี้ 11.30 น.

บุกจับร้านทำฟันปลอมเถื่อนกลางเมืองขอนแก่น สภาพร้านสกปรกเสี่ยงปนเปื้อนเชื้อโรค

ตำรวจไซเบอร์ร่วม สสจ.ขอนแก่น บุกจับร้านฟันปลอมเถื่อนกลางเมืองขอนแก่น พบหญิงวัย 62 ปี เปิดรับทำฟันปลอมราคาถูกมานานกว่า 20 ปี โดยไม่ได้รับอนุญาต สภาพร้านสกปรก เสี่ยงปนเปื้อนเชื้อโรค 

บุกทลายรังสแกมเมอร์ 'ช่องจอม- โอร์เสม็ด' เจอหลักฐานอื้อ

บุกรังสแกมเมอร์ 'ช่องจอม- โอร์เสม็ด' พบหลักฐานอื้อ เรียกสอบเอกชนปล่อยสัญญาณเนตข้ามไปปอยเปต 'ทบ.' ยกระดับคุมเข้มชายแดน ลุยกวาดล้าง

บุกจับโปรโมเตอร์มวยชื่อดัง ไลฟ์สดโฆษณาเว็บพนัน

พ.ต.อ.ณัฐพงษ์ พรมไพร ผกก.4 บก.สอท.3 , พ.ต.ต.เอกชัย ดวงเกษ สว.กก.4 บก.สอท.3 พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ จับกุมนายเจริญโชค หรือ “อู๊ด เอกบางไทร” อายุ 52 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดสกลนคร ที่ จ.15/2569 ลงวันที่ 15 ก.ค.69 โดยกล่าวหาว่า ทำอุบายล่อประกาศโฆษณาหรือชักชวน

ผงะ! สัปดาห์เดียวศูนย์ต่อต้านฉ้อโกงออนไลน์ ช่วยเหยื่อสแกมเมอร์ 34 ราย สกัดโอนเงิน 12.8 ล้าน

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง

'เรืองไกร' ร้อง ป.ป.ช. สอบบัญชี 'รัชต์พงศ์' เข้าข่ายผิดกฎหมาย ตาม ม.114 ม.116 หรือไม่

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ เปิดเผยว่า วันนี้ได้ส่งหนังสือทางไปรษณีย์ EMS เพื่อขอให้ ป.ป.ช. ตรวจสอบบัญชีทรัพย์สินของนายรัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ว่ามีการยื่นโดยจงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินหรือหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ