บุกทลายรังสแกมเมอร์ 'ช่องจอม- โอร์เสม็ด' เจอหลักฐานอื้อ

บุกรังสแกมเมอร์ ‘ช่องจอม- โอร์เสม็ด’ พบหลักฐานอื้อ เรียกสอบเอกชนปล่อยสัญญาณเนตข้ามไปปอยเปต ‘ทบ.’ ยกระดับคุมเข้มชายแดน ลุยกวาดล้าง

23 ม.ค. 2569 – ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก (จก.ขว.ทบ.) และกำลังเจ้าหน้าที่ทหาร ร่วมกับ พล.ต.ต.วิทยา ศรีประเสริฐภาพ ผู้บังคับการกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ผบก.ปอท.) และเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบัญชาการสอบสวนกลาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (บช.ก.ตร.) เข้าตรวจสอบพื้นที่ต้องสงสัย แหล่งประกอบอาชญากรรมทางเทคโนโลยี สแกมเมอร์ (Scammer) บริเวณด่านพรมแดนถาวร ช่องจอม–โอร์เสม็ด อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ในพื้นที่รับผิดชอบของ กองกำลังสุรนารี (กกล.สุรนารี)

จากการเข้าตรวจสอบ พบพยานหลักฐานจำนวนมาก โดยเฉพาะห้องที่จัดทำคล้ายกับสำนักงานตำรวจ และหน่วยงานราชการของประเทศนั้นๆสะท้อนการจัดการพื้นที่และกระบวนการหลอกลวง ที่มีการวางแผน บริหาร และควบคุมอย่างเป็นระบบเชื่อมโยงเป็นเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเร่งขยายผลสกัดกั้น และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

ทางด้าน กองทัพบก ได้ออกมาย้ำว่า เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 69 ที่ผ่านมา กองกำลังบูรพา ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดสระแก้ว และ กสทช. ลงพื้นที่ตรวจสอบการลักลอบส่งสัญญาณโทรคมนาคมข้ามแดนผ่านสายสื่อสารในพื้นที่ ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นผลจากการสืบสวนขยายผลของกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) และศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC)

จากการตรวจสอบพบตู้จุดส่งต่อสัญญาณบริเวณบ้านเลขที่ 142/2 ม.1 ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ซึ่งมีคนไทยในพื้นที่เป็นเจ้าของ และให้บริษัทเอกชนเป็นผู้เช่าพื้นที่ติดตั้งตู้เซิร์ฟเวอร์ส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตปล่อยสัญญาณไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งปัจจุบันเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติม รวมทั้งได้ประสานงานให้บริษัทเอกชนเจ้าของเครือข่ายเข้าชี้แจงสาเหตุและที่มาของสัญญาณดังกล่าว เนื่องจากมีหลักฐานเชื่อมโยงการใช้โครงข่ายนี้หลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า การป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายในพื้นที่ชายแดน เป็นอีกหนึ่งภารกิจสำคัญของกองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบกนอกจากการป้องกันอธิปไตย ทั้งในด้านการปราบปรามยาเสพติด การจับกุมการลักลอบเข้าเมือง และที่สำคัญขณะนี้ก็คือการบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนในการปราบปราม Cyber Scam ซึ่งกองทัพบกดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสืบสวนขยายผลทางเทคนิค และการสกัดกั้นกลุ่มขบวนการที่มักใช้ช่องทางชายแดนเป็นเส้นทางผ่าน

สำหรับในกรณีดังกล่าวที่พบการส่งสัญญาณอินเทอร์เน็ตไปยังประเทศกัมพูชานั้น เรามีกฎหมายที่ควบคุมและบังคับใช้อยู่แล้ว รวมถึงมีมติของ กสทช. ซึ่งมีคำสั่งห้ามส่งสัญญาณในลักษณะที่สุ่มเสี่ยงต่อการนำไปใช้ในทางผิดกฎหมาย และถ้าพบว่าเป็นการลักลอบดำเนินการก็จะเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) การประกอบกิจการโทรคมนาคม ฐานประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต

ทั้งนี้ ปัจจุบันกองกำลังบูรพาได้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานความมั่นคงกำลังเร่งสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง เพื่อจับกุมเครือข่ายขบวนการที่อาจยังหลงเหลืออยู่ในพื้นที่ให้หมดสิ้นไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ร้อนฉ่า! เปิดคำให้การ 'ประเสริฐ' ต่อดีเอสไอ คดี 'สแกนม่านตา' ระบุ 'ธรรมนัส' เป็นคนแนะนำกลุ่มทุนจากสิงคโปร์ให้ทำ MOU

จากกรณี กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้รับเป็นคดีพิเศษที่ 148/2568 เพื่อตรวจสอบกรณีธุรกิจสแกนม่านตาแลกเหรียญคริปโตเคอร์เรนซี ภายใต้โคร

'โจรไซเบอร์' อาละวาดหนัก สัปดาห์เดียวพุ่ง 7,290 คดี เสียหาย 481 ล้าน

ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวงภายใต้ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ตั้งแต่วันที่ 8-14 ก.พ.69 มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline

ตร. เร่งไล่ล่าคนร้ายปล้นทองกลางมืองขอนแก่น น้ำหนักกว่า 26 บาท มูลค่า 2 ล้านบาท

คดีคนร้ายปล้นทองขอนแก่น ได้ทองน้ำหนัก 26 บาท มูลค่าเฉียด 2 ล้านบาท พบก่อเหตุคนเดียวก่อนขับ จยย.หลบหนีไปตามเส้นทางหมู่บ้าน

ซัด 'กสม.' ลอยตัวตรวจสอบละเมิดสิทธิมนุษยชน ปลุกแฮทสปีชปมเขมร

“อังคณา” ซัด กสม.ไม่รับหนังสืออุทธรณ์ขบวนเคลื่อนไหวผู้หญิงนักปกป้องสิทธิฯ–PI ปมคุกคามข่มขู่จากการวิจารณ์เรื่องเขมร  ชี้สะท้อนการปัดความรับผิดชอบ และปิดช่องทางการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน