กก.ดส. บุกจับคู่รักขายหัวจ่าย 'พอตซอมบี้' ยึดของกลางเพียบ

28 พ.ย. 2568 – ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) , พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น., พ.ต.อ.ศานติ กรเกษม ผกก.ดส., พ.ต.ท.วรปรัชญ์ วุฑฒิรักษ์ รอง ผกก.ดส., พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล รอง ผกก.ดส. และภายใต้การอำนวยการของ นายปฤณ เมฆานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกรุงเทพมหานคร (ปปส.กทม.)

ชุดปราบปรามยาเสพติด กองกำกับการสวัสดิภาพเด็กและสตรี (กก.ดส.) นำโดย พ.ต.ต.ยศชนินทร์ ประเสริฐโสภา สว.กก.ดส.บช.น. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ชปส.ดส. ร่วมกับ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.กทม. นำโดย นายอดิเรก อ่อนละมูล ผอ.ส่วนบังคับใช้กฎหมาย และ และเจ้าหน้าที่ส่วน บก. ป.ป.ส.กทม. ได้ร่วมทำการจับกุมตัว ผู้ต้องหาที่ 1 นายศุภณัฐ หรือฟิว ตั้งอนันตพัฒน์ อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาที่ 2 นางสาวศิริประภา หรือเนย เพ็ชรน้อย อายุ 24 ปี

โดยกล่าวหาว่า 1.ร่วมกันจำหน่ายวัตถุออกฤทธิ์ในประเภท ๒ (เอโทมิเดท) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย โดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน และ 2.ร่วมกันจำหน่าย โดยช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาไปเอาเสีย รับจำนำหรือรับไว้ประการใดซึ่งของตนพึ่งรู้ว่าเป็นของอันเนี่องด้วยความผิดตามมาตรา 242 แห่งพระราชบัญญัติศุลการกร พ.ศ.2560

พร้อมด้วยของกลาง 1.หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีส่วนผสมของสารเอโทมิเดท จำนวนประมาณ 3,347 หัว 2.โทรศัพท์มือถือ จำนวน 3 เครื่อง 3.อุปกรณ์ที่ใช้ในการแพ็คบรรจุหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีส่วนผสมของเอโทมิเดท ฯลฯ ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด 1.รถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คันรวมมูลค่าของกลางและทรัพย์สินที่ตรวจยึดประมาณ 3,500,000 บาท

สถานที่จับกุมบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 134/191 หมู่ที่ 5 ซอยคู้บอน 27 ถนนรามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ ต่อเนื่อง ภายในห้องนอนชั้น 2 ของบ้านเลขที่ 134/191 หมู่ที่ 5 ซอยคู้บอน 27 ถนนรามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพฯ

จากการสอบถามผู้ต้องหาทั้งสอง ให้การรับว่า มีหน้าที่ในการแพ็ก/ส่งสินค้า ตามคำสั่งนายจ้าง แล้วไปส่งให้กับลูกค้าโดยการนำหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าฯ ไปวางตามสถานที่ต่าง ๆ และได้รับค่าจ้างเป็นเงินเดือน ๆ ละ 25,000 บาท โดยค่าจ้างรับเป็นเงินสด มีคนนำมาส่งให้พร้อมกับหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า ในการติดต่อกับนายจ้าง นายจ้างจะสั่งการผ่านทางแอพพลิเคชั่นเทเลแกรม โดยจะไม่มีการติดต่อกับลูกค้าโดยตรง

โดยคดีดังกล่าว สืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 กก.ดส.บช.น. และ ปปส.กทม. ร่วมกันสืบสวนจับกุมผู้ต้องหา จำนวน 4 คน เป็นชาวไทย 3 คน และชาวสิงคโปร์ จำนวน 1 คน พร้อมของกลางหัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้าที่มีส่วนผสมของเอโทมิเดตจำนวนมากและจากการสืบสวนขยายผลทราบว่า กลุ่มผู้ต้องหารับยาเสพติดมาจากนายศุภณัฐฯ ผู้ต้องหาที่ 1 จึงได้เฝ้าสืบสวนติดตาม จนกระทั่งทราบความเคลื่อนไหวและที่พักอาศัย จนนำมาสู่การตรวจค้นและจับกุมได้ในครั้งนี้

ทั้งนี้ กก.ดส. อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผล จากนั้น จะนำตัวผู้ถูกจับพร้อมด้วยของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สน.คันนายาว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เตือนหยุดแชร์ข่าวปลอม ตร.ทั่วประเทศตั้งด่านตรวจสำเนาทะเบียนรถ ไม่มีโดนปรับ 2 พัน

พล.ต.ท.ชัยต์พจน สูวรรณรักษ์ ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล และรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีข่าวปรากฏในสื่อโซเชียลเกี่ยวกับเรื่อง “พรุ่งนี้ ตำรวจจราจรทั่วประเทศจะเริ่มตั้งด่านเพื่อตรวจสำเนาทะเบียนรถ

อดีตตำรวจบ้าน 'บิ๊กโจ๊ก' 10 นาย ตบเท้าให้ปากคำคดีซ้อม-ข่มขู่

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รองผบช.ก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ และ พ.ต.อ.อาริศ คูประสิทธิ์รัตน์ ลูกน้องคนสนิท พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล

บุกทลายรังสแกมเมอร์ 'ช่องจอม- โอร์เสม็ด' เจอหลักฐานอื้อ

บุกรังสแกมเมอร์ 'ช่องจอม- โอร์เสม็ด' พบหลักฐานอื้อ เรียกสอบเอกชนปล่อยสัญญาณเนตข้ามไปปอยเปต 'ทบ.' ยกระดับคุมเข้มชายแดน ลุยกวาดล้าง

สลด! หนุ่มเมียนมาเมาทะเลาะเมีย ดิ่งตึกชั้น 6 ดับ

เมื่อเวลา 00.45 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งมีคนพลัดตกจากที่สูงลงมาเสียชีวิต บริเวณอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ภายในซอยพุฒสี ตำบลแพรกษา

'ชัยชนะ' แจงที่มานามสกุล 'เดชเดโช' ยืนยันไม่เกี่ยวข้องผู้ต้องหาค้ายา ตร.บุกค้นบ้านไม่จริง

นายชัยชนะ เดชเดโช เปิดเผยต่อสื่อมวลชนโดยชี้แจงกรณีที่เพจดังเผยแพร่ข่าวว่า ตำรวจจะเข้าตรวจค้นบ้านรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากพัวพันกับคดียาเสพติด ว่า เป็นการนำเสนอข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง สร้างความเข้าใจผิดแก่ประชาชน และส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของตนและพรรคการเมือง

ผนึกภาคีเครือข่าย สร้างสังคมปลอดภัยไร้ควัน

แม้สังคมไทยจะพูดถึงพิษภัยของบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้ามาอย่างต่อเนื่อง แต่ความจริงที่ยังคงปรากฏชัดคือ ควันบุหรี่ยังไม่เคยหายไปจากชีวิตประจำวันของผู้คน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ต้องเติบโตท่ามกลางสภาพแวดล้อมซึ่งพวกเขาไม่มีอำนาจต่อรอง