
12 ม.ค. 2569 – เมื่อเวลา 05.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถติดตามจับกุม นายเอกลักษณ์ หรือ “ตู่” เดชผลิต ผู้ต้องหาคดียาเสพติด ซึ่งหลบหนีออกจากห้องควบคุมผู้ต้องขัง สภ.ทุ่งใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แล้ว หลังระดมกำลังไล่ล่าอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เกิดเหตุ โดยจับกุมได้ภายในกระท่อมกลางสวนยางพารา พื้นที่หมู่ 5 ตำบลกุแหระ อำเภอทุ่งใหญ่ พร้อมควบคุมตัวญาติที่ให้การช่วยเหลือหลบหนีมาดำเนินคดีตามกฎหมาย
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อเวลาประมาณ 01.24 น. วันที่ 10 ม.ค. ที่ผ่านมา นายเอกลักษณ์ ซึ่งถูกควบคุมตัวในคดียาเสพติด ได้หลบหนีออกจากห้องขังของ สภ.ทุ่งใหญ่ ต่อมาจากการสอบสวนและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่า จ.ส.ต.ธีรวัฒน์ (สิบเวร) ตำรวจผู้มีหน้าที่ควบคุมผู้ต้องขัง ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของผู้ต้องหา ได้ใช้กุญแจไขเปิดประตูห้องขัง และพานายเอกลักษณ์ออกจากโรงพัก ก่อนขับรถไปส่งยังบ้านพักในพื้นที่ ต.กุแหระ แล้วปล่อยให้หลบหนี
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรวบรวมพยานหลักฐานเสนอศาลจังหวัดทุ่งสง ขออนุมัติหมายจับ จ.ส.ต.ธีรวัฒน์ ตามหมายจับเลขที่ 15/2569 ลงวันที่ 10 มกราคม 2569 และสามารถจับกุมตัวได้โดยละม่อมภายในโรงพัก พร้อมให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา ตามที่ได้มีการรายงานข่าวไปก่อนหน้านี้
ต่อมาเหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากสังคมอย่างกว้างขวาง และถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก สร้างความเสื่อมเสียต่อภาพลักษณ์ขององค์กรตำรวจ ผู้บังคับบัญชาระดับสูงในสังกัดตำรวจภูธรภาค 8 จึงมีคำสั่งกำชับให้ดำเนินคดีอย่างเคร่งครัด โปร่งใส และไม่ให้มีการช่วยเหลือปกป้องผู้กระทำผิดโดยเด็ดขาด
พ.ต.อ.พงศ์พิชาญ ชยานนท์พิริย ผู้กำกับการ สภ.ทุ่งใหญ่ เปิดเผยว่า ได้มีคำสั่งให้ จ.ส.ต.ธีรวัฒน์ ออกจากราชการไว้ก่อนทันที ควบคู่ไปกับการดำเนินคดีอาญาอย่างเด็ดขาด เพื่อแสดงความจริงใจในการเรียกคืนความเชื่อมั่นและศรัทธาจากประชาชน พร้อมยืนยันว่าจะไม่มีการเข้าข้างหรือช่วยเหลือลูกน้องที่กระทำผิด
ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัว จ.ส.ต.ธีรวัฒน์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพอย่างละเอียด ตั้งแต่ขั้นตอนการเปิดประตูห้องขัง การนำตัวผู้ต้องหาออกจากโรงพัก ไปจนถึงการพาไปส่งยังบ้านพัก ซึ่งผู้ต้องหาให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี
สำหรับนายเอกลักษณ์ ผู้ต้องหาที่เพิ่งถูกจับกุมได้นั้น เดิมถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ทุ่งใหญ่ จับกุมเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 พร้อมพวกอีก 1 คน พร้อมของกลางยาบ้า จำนวน 1,373 เม็ด และในวันเดียวกันยังมีการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดเพิ่มเติมอีก 2 ราย รวมเป็น 4 ราย ก่อนถูกควบคุมตัวไว้ในห้องขัง จนกระทั่งเกิดเหตุหลบหนีดังกล่าว
ล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายเอกลักษณ์ พร้อมผู้ที่ให้การช่วยเหลือ ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายทุกข้อหาอย่างเข้มงวด โดยตำรวจยืนยันจะขยายผลถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง และสร้างความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรมในสายตาประชาชนต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไม่มีละเว้น! ผู้การฯชลบุรี เซ็นให้ออกจากราชการ 'ร.ต.ต.' สายสืบเมืองพัทยา เมากร่างยิงคนเสียชีวิต
โฆษกบช.ภ.2 ลั่น ร.ต.ต.สายสืบเมือพัทยา เมากร่างยิงคนเสียชีวิต จะดำเนินการอย่างโปร่งใส เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่ปกป้องผู้กระทำผิด
ดร.นพดล แพร่บทความ 'สแกมเมอร์ยุคใหม่' เมื่อเด็กถูกบังคับให้เป็นคนร้าย
เมื่อเด็กจำนวนมากกำลังถูกบังคับให้เป็นคนร้าย ผู้ใหญ่จะปกป้องพวกเขา หรือจะผลักพวกเขาออกไปจากอนาคต เราอาจกำลังเห็นเด็กและเยาวชนจำนวนมาก ยืนอยู่ในฐานะผู้ต้องหา
'พ.ต.อ.ภาคภูมิ' อดีตลูกน้องบิ๊กโจ๊ก จี้ ผบ.ตร. แถลงคืบหน้าคดีสินบนทอง 246 บาท
พ.ต.อ.ภาคภูมิ พิศมัย อดีตรองผู้บังคับการกองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 (รอง ผบก.สส.ภ.4) พยานปากสำคัญในคดีสินบนทองน้ำหนัก 246 บาท และอดีตลูกน้องคนสนิทของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล หรือ "บิ๊กโจ๊ก"
โฆษก ตร. เตือนคุกคามทางเพศ โทษหนักสุด คุก 5 ปี ปรับ 1 แสน
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวถึงภาพรวมการดูแลความปลอดภัยช่วงเทศกาลสงกรานต์ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะจุดจัดงานขนาดใหญ่ อาทิ ถนนสีลม ถนนข้าวสาร สยามสแควร์ และงาน S2O Festival พบว่าระหว่างวันที่ 10-15 เม.ย.2569 มียอดรับแจ้งคดีอนาจารรวมทั้งสิ้น 6 คดี
รอง ผบ.ตร. ลงพื้นที่งานสงกรานต์สีลม-ข้าวสาร ภาพรวมเรียบร้อย
พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รอง ผบ.ตร.) ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดูแลรักษาความปลอดภัยพื้นที่จัดงานเทศกาลสงกรานต์ บริเวณถนนข้าวสารและถนนสีลม กรุงเทพมหานคร
ตร. คุมเข้มสงกรานต์ บินโดรนจับตา 7 จุดแลนด์มาร์กกลางกรุง
ตำรวจ สน.ปทุมวัน และกองกำกับการควบคุมฝูงชน (กก.คฝ.) ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุดรับเทศกาลสงกรานต์ นำอากาศยานไร้คนขับ (โดรน)

