
6 ก.พ. 2569 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 ก.พ. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ รับแจ้งเหตุวัยรุ่นยิงกัน เหตุเกิดบนสะพานข้ามคลองจรเข้ใหญ่ ถนนบางนาตราด ขาเข้า กม 22 ตำบลศีรษะจรเข้ใหญ่ อำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วย เจ้าหน้าที่กู้ภัยป่อเต็กตึ๊ง เดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุ มีกลุ่มวัยรุ่นเยาวชน และผู้ปกครองยืนจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่ โดยจากการตรวจสอบพบเยาวชน ชาย อายุ 15 ปี นักเรียนมัธยมศึกษาปี 3 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอบางเสาธง มีบาดแผลถูกยิงที่ก้นฝั่งซ้ายกระสุนฝังใน เจ้าหน้าที่ให้การช่วยเหลือปฐมพยาลบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาลบางบ่อ ที่เกิดเหตุยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด .380 ตกอยู่บนพื้นถนน จำนวน 1 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงทำการเก็บไว้เป็นหลักฐาน
จากการสอบถาม เยาวชนชาย อายุ 15 ปี ที่ได้รับบาดเจ็บ เล่าว่า ตนเองและเพื่อนพากันขี่รถจักรยายนต์ออกมาจากบ้านที่อยู่ริมคลองใกล้กับจุดเกิดเหตุ พอขับรถขึ้นมาบนสะพานก็พบเจอฝั่งผู้ก่อเหตุ ที่ขับขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มากันรวม 3 คน โดยใช้รถจักรยานยนต์ PCX สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน พอมาเจอกับตนเองและเพื่อน ตอนนั้นตนเองจึงหันไปถามเพื่อนว่าใช่พวกนี้หรือไม่ที่จะเล่นเรา ซึ่งเพื่อนบอกว่าเป็นกลุ่มเดียวกันที่เคยมาก่อเหตุไล่ยิงเมื่อสองถึงสามวันก่อน ตนเองยืนยันไม่รู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุและไม่ทราบว่าพวกเขาคือใครมาไล่ยิงตนเองทำไม
ขณะที่เพื่อนของผู้บาดเจ็บ ให้ข้อมูลสอดคล้องตรงกับผู้บาดเจ็บ แต่ก็ยอมรับว่าฝั่งตนเองก็กลับไปเอามีดย้อนกลับขึ้นมาเช่นกัน เพื่อป้องกันตัว หลังจากที่จำได้ว่าก่อนหน้านี้ฝั่งผู้ก่อเหตุเคยมาไล่ทำร้ายแล้วครั้งหนึ่ง ยืนยันไม่เคยมีเรื่องมีราวกับใครที่ไหน
ทางด้านมารดาของผู้บาดเจ็บ บอกว่า ลูกชายออกมาร้านค้า ซึ่งออกจากบ้านได้ไม่นาน หลังจากนั้นก็ทราบว่าลูกชายถูกยิงจึงออกมาดู ส่วนก่อนหน้านี้ที่เคยถูกไล่ยิงมาก่อนตนเองยังไม่ทราบเพิ่งมาทราบเรื่องในครั้งนี้
ด้านนายไพรวัลย์ บัวเอี่ยม พ่อค้าร้านอาหารในละแวกที่เกิดเหตุ เล่าว่า ตอนแรกเห็นตัวผู้บาดเจ็บวิ่งถือมีดผ่านหน้าร้านไป โดยมีกลุ่มผู้ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ไล่ติดตามและวนดู ไม่นานก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้น และผู้บาดเจ็บจึงวิ่งเข้ามาในร้านเพื่อหนีตายและขอความช่วยเหลือ จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบ
เบื้องต้นทางด้านตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางเสาธง ลงพื้นที่ตรวจสอบและหาเบาะแสของกลุ่มผู้ก่อเหตุ โดยจะไล่กล้องวงจรปิดตามเส้นทางที่มาก่อเหตุเพื่อเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนสาเหตุยังไม่ฟันธงว่ามาจากเรื่องส่วนตัวหรือความขัดแย้งประเด็นใด จะต้องรอสอบพยานและปากคำของผู้บาดเจ็บอีกครั้ง ตามขั้นตอนของพ.ร.บ.คุ้มครองเยาวชน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตร. เตือนร้านทองในพื้นที่เสี่ยงกว่า 100 แห่งทั่วกรุง ร่วมมือจัดทำแผนเผชิญเหตุปล้นทรัพย์
พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังร่วมประชุมกำหนดมาตรการป้องกันเหตุชิงทรัพย์ร้านทอง ถึงความคืบหน้าคดีคนร้ายบุกเดี่ยวชิงทองคำหนัก 198 บาท พร้อมเงินสด 170,000 บาท จากร้านทองออโรร่า ภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง
208เยาวชนภาคตะวันตก-ออก ร่วมโครงการค้นป่าหาช้างเผือก ของ'FIFA'ที่ นครปฐม-ชลบุรี
เมื่อวันที่ 31 มกราคม และ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ร่วมกับ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือฟีฟ่า จัดกิจกรรม ค้นป่าหาช้างเผือก เลกแรก ในโซนภาคตะวันตก และ ภาคตะวันออก เพื่อเฟ้นหานักกีฬาที่มีคุณสมบัติ เพื่อใส่ในฐานข้อมูล สู่การเป็นช้างเผือกสำหรับทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ในรุ่นต่อไป
แนะโหลดแอป 'POLICE CARE' เช็กบัญชี-เบอร์โทรแก๊งคอลฯ
รัฐบาลแนะประชาชนโหลดแอป 'POLICE CARE' เผย 2 ฟีเจอร์ใหม่ เช็กบัญชี-เบอร์โทรมิจฉาชีพ ไม่ต้องรอให้เกิดเหตุ อุ่นใจเหมือนมีตำรวจอยู่ใกล้
ตร.สรุปเลือกตั้งล่วงหน้าเรียบร้อยทุกพื้นที่ ห้ามใช้อำนาจเอื้อทุกฝั่งการเมือง
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เผยเกาะติดสถานการณ์เลือกตั้งล่วงหน้าทั่วประเทศ ทุกพื้นที่เรียบร้อย ไม่ได้รับรายงานเหตุขัดข้องหรือปัญหาอุปสรรค
หนีที่ไหน! 'โจ๊ก' ปรากฏตัว ยันต่อสู้คดีถึงที่สุด จะได้กลับ สตช. หรือไม่แล้วแต่บุญวาสนา
"บิ๊กโจ๊ก" ปรากฎตัว ยันไม่หนีต่อสู้คดีถึงที่สุด ที่ไม่พูดเพราะเจ้าหน้าที่บิดเบือนกระบวนการยุติธรรม ฝากอย่าพยายามสร้างกระแสยังใช้ชีวิตปกติในกรุงเทพฯ มาเจอได้ที่คอร์ดเทนนิสฝึกซ้อมลงแข่งขันประเทศไทยรุ่น 55 ปี ส่วนจะได้กลับ สตช.หรือไม่เป็นเรื่องของบุญวาสนา

