จับแก๊งยานรก ขับรถหรูเคลียร์ทาง ขนไอซ์ 200 กิโล

6 มี.ค. 2569 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดนครพนมรายงานว่า เมื่อวันที่ 5 มี.ค. ที่ผ่านมา ที่หน้าก้องร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 237 (ร้อย ตชด.237) ต.ไชยบุรี อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม พ.ต.อ.ธีรศักดิ์ โพธิ์ศรีมา ผกก.ตชด.23 พ.ต.ท.บุญเลิศ วิเศษชาติ รอง ผกก.ตชด.23 พ.ต.ท.เรวัฒ จำปาน ผบ.ร้อย ตชด.237 แถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ตรวจยึดยาไอซ์จำนวน 200 กิโลกรัม และรถยนต์ 2 คัน เหตุเกิดที่บ้านสุขเกษม ต.โพธิ์ตาก อ.เมือง จ.นครพนม ซึ่งเป็นถนนเชื่อมระหว่างหมู่บ้าน สายบ้านเหล่าภูมี-บ้านโพนสวาง เมื่อเวลาเกือบเที่ยงคืน วันที่ 4 มี.ค. 69

ร.ต.อ.จรณ์ แก้วคำแสน หัวหน้าชุดปฏิบัติการข่าว ร้อย ตชด.237 เปิดเผยว่า จากคำให้ปากคำของผู้ต้องหายาเสพติดที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้ ให้รายละเอียดที่เป็นประโยชน์ว่า นายพงษ์ดนัย (สงวนนามสกุล) หรือนายต้อม อายุ 36 ปี ชาวบ้านสุขเกษม ต.โพธิ์ตาก เป็นผู้ติดต่อประสานงาน ในการสั่งการลำเลียงยาเสพติดจากริมแม่น้ำโขง ลำเลียงเข้าพื้นที่ตอนในของประเทศ

เจ้าหน้าที่ชุดการข่าว ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบในเชิงลึก พบว่านายต้อมไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง แต่ใช้ชีวิตอย่างหรูหรา มีรถยนต์เก๋งยี่ห้อ BMW ขับโฉบเฉี่ยวไปมา ทั้งยังมีรถเก๋งฮอนด้า รุ่นซีวิค ให้เมียใช้อีกคันด้วย ซึ่งการสืบสวนพบว่านายต้อมมักจะนัดเจอกับนายวายุ (สงวนนามสกุล) หรือไทเกอร์ อายุ 24 ปี ชาวบ้าน ต.กุรุคุ อ.เมืองนครพนม ตามสถานบันเทิงต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดนครพนมเป็นประจำ โดยนายไทเกอร์จะใช้รถยนต์กระบะโตโยต้า สีบรอนซ์ทอง เป็นพาหนะ จึงเดินหน้าสืบสวนสอบสวน รวมทั้งสะกดรอยตามเป็นเวลานานถึง 2 เดือนเศษ ทำให้ทราบว่าทั้งสองคนทำงานร่วมกัน โดยมีผลงานล่าสุดเมื่อเดือนกว่าๆ หาญกล้าท้าทายเจ้าหน้าที่รัฐ ด้วยการลำเลียงยาเสพติดผ่านทางรถทัวร์โดยสารประจำทางสายนครพนม-กรุงเทพฯ และสามารถเล็ดลอดการตรวจค้นได้ เจ้าหน้าที่จึงจับตาบุคคลทั้งสองอย่างไม่ละสายตา

กระทั่งวันที่ 4 มีค.69 ช่วงบ่ายๆ สายสืบแจ้งว่านายไทเกอร์ได้ขับรถกระบะคู่ชีพ ออกจากบ้าน ต.กุรุคุ มุ่งหน้าเข้าไปในเมืองนครพนม ชุดการข่าวร้อย ตชด.237 จึงประสานร้อย ตชด.236 อ.เมืองนครพนม ร่วมสะกดรอยตามรถนายไทเกอร์จาก ต.หนองญาติ อ.เมืองนครพนม ไปจนถึงปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง อยู่ในพื้นที่บ้านต้อง ต.ฝั่งแดง อ.ธาตุพนม จ.นครพนม และจอดอยู่ในนั้นจนพลบค่ำ นายไทเกอร์ก็สตาร์ทเครื่องขับไปถนนที่อยู่ข้างปั๊มน้ำมัน ซึ่งเป็นทางแคบๆ เจ้าหน้าที่กลัวไก่ตื่นจึงไม่ตามเข้าไป อดทนรอประมาณ 2 ชั่วโมงนายไทเกอร์ก็ขับออกมา และมุ่งหน้าไปในเส้นทางถนนหลวงแผ่นดินหมายเลข 2033 สายนาแก-หนองญาติ แล่นมาถึงบ้านเหล่าภูมี ต.หนองญาติ พบรถยนต์เก๋ง BMW ของนายต้อมจอดรออยู่ปากทางถนนสายบ้านเหล่าภูมี-โพนสวาง และขับนำหน้ารถนายไทเกอร์เข้าไปในถนนสายดังกล่าว

โดยมีรถฝ่ายเจ้าหน้าที่ได้ขับตามไปห่างๆ แต่แสงไฟหน้ารถที่ส่อง ทำให้รถผู้ต้องสงสัยทั้งสองคันเริ่มสงสัย ก่อนจะเร่งทำความเร็วเพื่อหลบหนีการจับกุม ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติงาน มีแผนสองสำรองไว้ก่อนแล้ว จึงส่งสัญญาณชุดสืบสวนอีกชุดที่อยู่ถนนสายนั้น ใช้รถยนต์จอดขวางดักหน้า แต่รถกระบะปลิ้นออกข้างทางหลบหนีต่อ เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามไป ส่วนรถเก๋ง BMW ถูกสกัดไว้ได้ ภายในรถพบตัวนายต้อมเป็นคนขับ ขณะที่รถกระบะก็ถูกไล่สกัดไว้ได้ ตรวจสอบในรถพบกระสอบใส่ยาไอซ์ 4 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 200 กิโลกรัม จึงนำไปสอบสวนเพิ่มเติม นายต้อมอ้างว่าไม่รู้จักนายทุนผู้ว่าจ้าง พูดคุยกันทางโทรศัพท์เท่านั้น และเพิ่งทำเป็นครั้งที่สอง ได้ค่าจ้างครั้งละ 20,000 บาท ส่วนนายไทเกอร์ก็อ้างแบบเดียวกับนายต้อมราวนัดกันมา

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสอบสวน ไม่เชื่อคำให้การของผู้ต้องหาทั้งสอง เพราะใช้ชีวิตสุขสบาย ทั้งที่ไม่มีอาชีพอะไร โดยเฉพาะนายต้อมถือเป็นหัวโจกในการหาทีมงานลำเลียงยาเสพติด และรับงานมาแล้วหลายครั้ง ได้ค่าจ้างไม่น้อยกว่าครั้งละ 1 แสนขึ้นไป ซึ่งจะสืบสวนหาความเชื่อมโยงเกี่ยวกับทรัพย์สิน เพื่อใช้ในการยึดทรัพย์หรืออายัดทรัพย์ไว้ตรวจสอบ

ในขณะที่เจ้าหน้าที่กำลังลงบันทึกจับกุม ได้มีแม่ของนายไทเกอร์โทรเข้ามือถือของลูกชาย พอรู้ว่าลูกถูกจับกุมก็ร้องไห้โฮ ส่วนนายต้อมหัวหน้าทีมก็มีเมียขับรถเก๋งซีวิคมาเยี่ยม ทั้งคู่ได้มีการสั่งเสียกัน โดยฝ่ายหญิงใช้แมสก์ปิดบังใบหน้าตลอดเวลา

ซึ่งยาไอซ์จำนวน 200 กิโลกรัม ราคาซื้อขายหน้าโรงงานตกกิโลกรัมละ 150,000 – 200,000 บาท ถ้าเล็ดลอดเข้าถึงพื้นที่ชั้นใน จะมีราคากิโลกรัมละ 300,000 บาทขึ้นไป แต่ถ้าลำเลียงไปถึงประเทศที่สาม ก็จะมีราคาเพิ่มเกือบ 10 เท่าตัว นอกจากนี้การบรรจุหีบห่อยาไอซ์ล็อตนี้ บนห่อเป็นรูปตราไก่ พร้อมภาษาอังกฤษ FRENCH (ฝรั่งเศส) และดาว 5 ดวงอยู่ด้านบน ซึ่งอาจเป็นการบอกใบ้ถึงปลายทางของยาไอซ์จำนวนดังกล่าวนี้

โดยเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาว่า จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายอันเป็นการกระทำเพื่อการค้าก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนและส่งผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐและความปลอดภัยของประชาชนทั่วไป จากนั้นนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครพนม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สืบนครบาล 7 จับ 'ยาไอซ์' ล็อตใหญ่ 1,110 กก. ลำเลียงเข้ากรุงเทพฯ

กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) แถลงข่าวร่วมกันจับกุมขบวนการ ลักลอบขนยาไอซ์น้ำหนัก 1,110 กก. ภายในปั๊มน้ำมัน ปตท. สาขามัญจาคีรี ต.กุดเค้า อ.มัญจาคีรี จ.ขอนแก่น

'สมช.' สั่ง ตร.-หน่วยข่าว คุมเข้มสถานทูตสหรัฐ-อิหร่าน-อิสราเอล สกัดเฟกนิวส์

'สมช.' มอบ ‘ตำรวจ-หน่วยการข่าว’ คุมเข้มสถานทูตอเมริกา-อิหร่าน-อิสราเอล พร้อมบุคคลสุ่มเสี่ยงที่เข้าออกประเทศ จัดการโซเชียลบิดเบือนสร้างความแตกแยก

'ผญบ.' คลั่ง! ยิงเพื่อนบ้านดับ ก่อนรัวปืนใส่นายกเทศมนตรี

เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ได้รับแจ้งเหตุคนร้ายพกอาวุธ ปืนพกสั้นและปืนลูกซองยาว ขับรถจักรยานยนต์บุกเข้าไปในบริเวณบ้านของนายพยงค์ สงวนถ้อย

'แรงงานเมียนมา' เปิดศึกเพื่อนร่วมชาติ แทงคออาการสาหัส

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงใต้ รับแจ้งมีคนถูกทำร้ายร่างกาย ได้รับบาดเจ็บอาการสาหัส กลางซอยระหว่างซอยร่วมพัฒนากับซอยบาบูเต็ก

ตร.แนะนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางในไทย ติดต่อตำรวจท่องเที่ยว ประสานดูแลความปลอดภัย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โพสต์แจ้งเตือนคนไทยในตะวันออกกลาง โปรดเดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็ว