'ศาลอุทธรณ์' ยืนยกฟ้อง 'หลงจู๊สมชาย' คดีลักลอบเปิดบ่อน-ฟอกเงิน เหตุพยานหลักฐานไม่พอ

ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนยกฟ้อง หลงจู๊สมชาย กับพวกคดีลักลอบเปิดบ่อน-ฟอกเงิน ชลบุรี ระยอง เหตุพยานหลักฐานไม่พอ ยกประโยชน์เเห่งความสงสัย

16 มี.ค.2569-ที่ศาลอาญา ศาลอ่านคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ยืนยกฟ้อง นายสมชาย จุติกิติ์เดชา หรือหลงจู๊สมชาย ผู้กว้างขวางย่านภาคตะวันออก กับพวกรวม 4 รายประกอบด้วย น.ส.จุฑามาศ วงษ์นิยม,น.ส.อุไรวรรณ วงษ์นิยม และ นายยุทธนากร มะลิชื่น ไม่มีความผิด ตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478, พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ .2542,พ.ร.บ.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548

เป็นคดีหมายเลขดำ อ1421/2564 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พฤติการณ์สรุปว่า เมื่อระหว่างเดือนกรกฎาคม 2563 – เดือนพฤศจิกายน 2563 พวกจำเลยสมคบกันร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันกำถั่ว ไฮโล บาคารา ไพ่ เสือ มังกร เพื่อเอาทรัพย์สินโดยผิดกฎหมาย รวมทั้งพวกจำเลยยังได้ร่วมกันสมคบกันฟอกเงินโดยโอนเงินผ่านบัญชีธนาคารพาณิชย์หลายครั้งหลายหนเพื่อเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำผิดเพื่อซุกซ่อน หรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สิน

เหตุเกิดที่ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ,ต.เชิงเนิน อ.เมือง จ.ระยอง และที่อื่นเกี่ยวพันกัน จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธ

คดีนี้ศาลอาญาพิเคราะห์พยานหลักฐานทั้งสองฝ่ายที่นำสืบหักล้างแล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมายังมีข้อน่าเคลือบแคลง สงสัย หลายประการ ยังไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้ว่า พวกจำเลยได้ร่วมกันกระทำความผิดตามฟ้องโจทก์ พิพากษายกฟ้อง

อัยการโจทก์ยื่นอุทธรณ์ขอให้ลงโทษพวกจำเลยด้วย

โดยช่วงเช้าวันนี้มีจำเลยที่ 1-3 เข้าฟังคำพิพากษาพร้อมบุคคลใกล้ชิดที่เข้าให้กำลังใจ ส่วนจำเลยที่ 4 ถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำ

ศาลอุทธรณ์ตรวจสำนวนปรึกษากันแล้วแล้วเห็นว่า คดีนี้พยานโจทก์ไม่ได้ยืนยันว่าเห็นจำเลยที่ 1 จำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 4 อยู่ในบ่อนการพนันในวันเวลาที่เกิดเหตุตามฟ้อง และไม่ได้พาดพิงว่าเป็นผู้จัดให้มีการเล่นการพนันดังกล่าว ส่วนข้อหาฟอกเงินนั้นพยานโจทก์ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังได้เช่นกัน ส่วนจำเลยที่ 3 ศาลเห็นว่ามีหลักฐานเพียงว่ามีการโอนเงินเข้าบัญชีของจำเลยที่ 3 เพียงครั้งเดียว ซึ่งผิดวิสัยไปจากการโอนเงินของคนร้ายที่ถ่ายเททรัพย์สินหลายครั้งเป็นจำนวนมาก

นอกจากนี้จากหลักฐานโจทก์ พบว่ามีการโอนเงินไปยังบัญชีของบุคคลอื่นในจำนวนที่มากกว่าที่โอนให้กับจำเลยที่ 3 แต่บุคคลดังกล่าวไม่ได้ถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีนี้ด้วยพยานหลักฐานโจทก์ที่นำสืบมาจึงยังน่าเคลือบแคลงสงสัยตามสมควรไม่เพียงพอที่จะลงโทษจำเลยได้ จึงยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย ที่ศาลชั้นต้นวินิจฉัยมานั้นชอบแล้วศาลอุทธรณ์เห็นพ้องด้วย

พิพากษายืนยกฟ้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากฟังคำพิพากษานายสมชายและครอบครัวมีสีหน้ายิ้มแย้ม โดยนายสมชายกล่าวสั้นๆว่าวันนี้ศาลอุทธรณ์ยืนยกฟ้อง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทนายยื่นหลักฐานเพิ่ม คดีพระคึกฤทธิ์ พบเส้นเงิน 42.9 ล้าน วัดนาป่าพงโอนไปต่างประเทศ

"อัยการวัชรินทร์" รับหลักฐานเพิ่มเติมคดี "พระคึกฤทธิ์" ปมเงินวัดนาปาพง โผล่ต่างประเทศ ยืนยันสอบสวนทุกฝ่ายเท่าเทียม ก่อนเสนอ อสส.สั่งคดี

'กรณ์' บี้ 'เอกนิติ' สั่ง กลต. สอบคนไทยสมคบคิด 'สแกมเมอร์' ฟอกเงินผ่านตลาดหลักทรัพย์

"กรณ์" จี้ รมว.คลัง สั่ง กลต. สอบสวนคนไทยเอี่ยวเครือข่าย "เบน สมิธ-ยิมเลียก" ฟอกเงินผ่านตลาดหลักทรัพย์

อดีตผู้พิพากษากระเทาะระบบยุติธรรมกรณียกฟ้อง 'กกต.' คดีฮั้วสว.

นายวัส ติงสมิตร นักวิชาการอิสระ และอดีตผู้พิพากษาอาวุโสในศาลฎีกา โพสต์ข้อความระบุว่า  “ยกฟ้องเพราะไม่มีอำนาจฟ้อง”: เมื่อกระบวนการยุติธรรมปิดประตูตั้งแต่หน้าศาล — บทเรียนจากคดีฟ้อง กกต. กรณีฮั้วเลือก สว.

เผย ปปง. จ่อเปิดรับคำร้องนำทรัพย์สินกว่า 2 หมื่นล้าน จากเครือข่ายสแกมเมอร์ ชดใช้ผู้เสียหาย

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากกรณีที่สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สามารถยึดและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายสแกมเมอร์ข้ามชาติ รายคดี นางสาวแตงไทยฯ กรณี MR.LEAK YIM นางวิรินยาฯ MR.SMITH BEN และนางสาวแคทรียาฯ กับพวก มูลค่าทั้งสิ้นกว่า 2 หมื่นล้านบาทนั้น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี