ผบ.ตร.กำชับเข้ม 3 มาตรการ กวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ

6 พฤษภาคม 2569 - พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รองจเรตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  (ผบ.ตร.) กำชับการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทุกประเภท และอาชญากรรมข้ามชาติ รวมทั้งบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้กระทำผิด โดยเฉพาะชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักในประเทศไทยในลักษณะที่ไม่ถูกต้อง หรือมีพฤติการณ์เกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมาย ดังที่กรณีที่ปรากฏเป็นข่าวและกระแสในสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งรัฐบาลให้ความสำคัญทั้งในมิติด้านความมั่นคง ความปลอดภัยของประชาชน และความเชื่อมั่นของประเทศ โดย ผบ.ตร.กำชับสั่งการ 3 มาตรการเข้ม ทั้งบังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมาไม่เลือกปฏิบัติโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐที่เอื้อประโยชน์ เฝ้าระวังสกัดกั้นอย่างเข้มงวด และพร้อมชี้แจงกับสังคมอย่างตรงไปตรงมา ยืนยันไม่ยอมให้อาชญากรต่างชาติเข้ามาพักพิง หลบซ่อนในประเทศไทย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีการดำเนินการอย่างเข้มงวดและเป็นรูปธรรมใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่ 1. ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อสังคมอย่างตรงไปตรงมา เพื่อป้องกันความสับสน ข่าวบิดเบือน และลดความตื่นตระหนกของประชาชน โดยยืนยันว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนอยู่ภายใต้ข้อเท็จจริงและกฎหมาย 2. บูรณาการความร่วมมือทุกภาคส่วนด้านความมั่นคง  ทั้งสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.)กองทัพหน่วยงานฝ่ายปกครองตำรวจกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเฝ้าระวัง ป้องกัน และสกัดกั้นภัยคุกคามที่อาจส่งผลกระทบต่อประเทศ ทั้งในด้านอาชญากรรมข้ามชาติ การจารกรรม การบ่อนทำลาย และเครือข่ายผิดกฎหมายทุกรูปแบบ

3. บังคับใช้กฎหมายอย่างตรงไปตรงมาและไม่เลือกปฏิบัติ  โดยเฉพาะกรณีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต คอร์รัปชัน หรือเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเอื้อประโยชน์ให้มีการกระทำผิดกฎหมาย ซึ่งถือเป็นต้นตอสำคัญที่บั่นทอนความเชื่อมั่นของประเทศ

โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ภายใต้มาตรการเข้ม สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าประเทศไทยเปิดกว้างและยินดีต้อนรับชาวต่างชาติที่เข้ามาอย่างถูกต้อง เคารพกฎหมาย และอยู่ร่วมกับสังคมไทยอย่างสร้างสรรค์ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติพร้อมดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวก แต่ขณะเดียวกันจะไม่ยอมให้ผู้ใดการกระทำผิดกฎหมายในประเทศไทย หรือกระทบต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยของประเทศเป็นอันขาด

ทั้งนี้ ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ หากพบเบาะแสหรือพฤติการณ์ผิดปกติ สามารถแจ้งข้อมูลมายังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมง ทางสายด่วน 191 หรือ 1599

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทลาย 6 เครือข่ายขายข้อมูลส่วนบุคคล ยึดกว่า 9 ล้านรายชื่อ เสียหายทะลุ 2 พันล้าน

ตำรวจสอบสวนกลางร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

ตร.ไซเบอร์รวบสาวลาว ขับรถปล่อย SMS ลิงก์ปลอมกลางกรุง

ตำรวจไซเบอร์ประสาน AIS แกะรอยขบวนการใช้รถยนต์ติดตั้งสถานีฐานจำลอง ตระเวนปล่อยสัญญาณส่ง SMS หลอกประชาชนตามย่านชุมชนและพื้นที่คนพลุกพล่าน สุดท้ายตามสกัดรถต้องสงสัยในพื้นที่บางขุนเทียน ห

รัฐบาลโชว์ผลงานปราบบัญชีม้า ลดฮวบทุกประเภท คดีออนไลน์วูบกว่าครึ่ง

โฆษกรัฐบาล โวผลงานปราบบัญชีม้าและอาชญากรรมออนไลน์อย่างเข้มข้นตั้งแต่ “รัฐบาลอนุทิน 1” พบจำนวนบัญชีม้าบุคคลลดลง 76.9% นิติบุคคลลด 88.4%

เปิดปฏิบัติการ ’The Red Line‘ ล่าแก๊งนายร้อยปอยเปต กดเงิน 123 ล้าน

กองปราบเปิดปฏิบัติการ “The Red Line เส้นตายสายกดเงิน” ทลายเครือข่ายสแกมเมอร์ “นายร้อยปอยเปต” หลอกหมอเหยื่อคดีฟอกเงิน บังคับวิดีโอคอลเปิดฉากหลังเป็นโรงพัก พร้อมใช้หมายศาลปลอมกดดันให้โอนเงิน พบเครือข่ายพัวพัน 76 คดี ความเสียหายรวมกว่า 123 ล้านบาท

นายกฯ เรียกบิ๊ก ตร. ถกปราบนอมินีต่างชาติ ลั่นกวาดให้สิ้นซาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ได้เรียก พล.ต.อกิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์