ลูกสาว 'นายเฮียง' เผยพ่อมีเจตนาสร้างวัด แต่ไม่ได้ยกที่ดินให้ อ้างมีขบวนการฮุบที่ดินอยู่เบื้องหลัง

ลูกสาวนายเฮียงยืนยัน พ่อมีเจตนาสร้างวัดให้จริง แต่ไม่ได้ยกที่ให้ โดยรุ่นลูกยอมแพ้แล้วส่งต่อรุ่นหลานดำเนินการต่อ

13 สิงหาคม 2569 - กรณีข้อพิพาทที่ดินวัดป่าอดุลยาราม เขตเทศบาลนครขอนแก่น ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปบ้านของนางบัวเรียน พิมพ์ศรี หรือแม่ตุ๋ย ลูกสาวคนที่ 3 ของนายเฮียง และนางนาง หรือนางน้อย และเป็นคนที่ยื่นฟ้องร่วมกับภรรยานายเฮียง โดยก่อนที่ผู้สื่อข่าวจะได้เข้าไปพูดคุยนั้น ลูกเขยของนายเฮียง ได้ขอความร่วมมือกับผู้สื่อข่าวไม่ให้บันทึกภาพนิ่งภาพวิดีโอบันทึกเสียงคลิปสัมภาษณ์ใดๆทั้งสิ้นแต่สามารถให้เป็นข้อมูลได้

นางบัวเรียน กล่าวว่า พ่อเป็นผู้ใหญ่บ้านเนื้อที่ทั้งหมดจริงๆของพ่อมีทั้งหมด 42 ไร่ แบ่งให้มหาวิทยาลัยขอนแก่น 10 ไร่ ในส่วนที่ดินวัดนั้น 21 ไร่เศษพื้นที่หัวไร่ปลายนาอีก 5-6 ไร่ ซึ่งบริเวณนี้เป็นป่าหมดมีแม่ชีมาสร้างกุฎิตรงบริเวณพื้นที่ 5 ไร่และก็มีพระมาทำเตาฟืน พ่อจึงสงสารซื้อกุฎิมาตั้งหนึ่งหลังก่อนจะเกิดความเลื่อมใสศรัทธามาเรื่อยจนมีเจตนารมณ์จะสร้างวัดในพื้นที่แต่ไม่ได้เป็นการยกที่ดินให้ใครคนใดคนหนึ่ง จนกระทั่งพ่อสามารถดำเนินการเปลี่ยนเอกสารครอบครองสิทธิ์ ส.ค.1 เป็นโฉนดได้ และในวันที่ร่วมทอดถวายผ้าป่านั้นพ่อก็ได้นำเงินผ้าป่าไปถวาย อดีตเจ้าอาวาสซึ่งสมัยนั้นเรียกว่าเจ้าสำนัก พร้อมกับนำโฉนดที่ดินไปโชว์ เพื่อให้ชาวบ้านได้รู้ว่าพ่อเฮียงมีเจตนารมณ์จะสร้างวัด โดยใช้ที่ดินผืนในโฉนดที่นำมาโชว์นี้ แต่ไม่ได้ให้

"ปรากฏว่าทางวัดได้นำไปติดฝาผนังเอาไว้เพื่อเหมือนกับประกาศให้ชาวบ้านได้รู้ว่าที่แห่งนี้จะมีการสร้างวัดขึ้น จนกระทั่งมีขบวนการที่อยากได้ที่ดินผืนนี้เข้ามาอยู่เบื้องหลัง พยายามจะฮุบเอาที่ให้หมด จนกลายเป็นข้อพิพาทกันถึงปัจจุบันนี้จนตนเองในฐานะรุ่นลูกยอมแพ้ไปแล้วเพราะไม่มีเงินมีทองสู้ต่อ เราเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาจนๆ และต่อมาก็มีน้องดา ซึ่งเป็นหลานสาวตนเองเป็นหลานทางแม่น้อย หรือแม่ของตนเอง ซึ่งน้องดาไปอยู่ที่กรุงเทพฯและแต่งงานมีสามีอยู่ที่กรุงเทพฯเป็นนายหน้าอสังหาริมทรัพย์จึงมีความรู้ในเรื่องนี้อาสาเข้ามาดำเนินการต่อซึ่งตนเองก็ไม่มีกำลังจะสู้ต่อแล้วยอมแพ้แล้วจึงมอบทั้งหมดให้น้องดาเป็นผู้ดำเนินการเพียงผู้เดียว เพราะมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอย่างดีญาติพี่น้องทุกคนจึงไว้ใจให้น้องดาซึ่งเป็นหลานดำเนินการต่อเป็นรุ่นต่อไป"

นางบัวเรียน กล่าวต่อว่า ภายหลังคุณพ่อเสียชีวิตทุกคนก็เข้าใจว่าทุกอย่างถือเป็นโมฆะ เพราะไม่ได้มีการสร้างวัดไม่ได้มีการสร้างเสนาสนะใดๆ จึงเกิดเป็นข้อพิพาทเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาล เดิมทีครอบครัวคุยกันเอาไว้ว่า พ่อเสียชีวิตไปแล้ว ที่ดินตรงนี้อยากแบ่งกันในบรรดาพี่น้อง9คน ส่วนพื้นที่วัดก็เป็นพื้นที่ 6 ไร่ ตรงที่มีข้อพิพาทกันทั้งวัด เทศบาล และที่ดิน เพราะแต่ละคนก็ไม่ได้มีฐานะร่ำรวย และจะได้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของพ่อด้วย ซึ่งตนเองพยายามสู้เรื่องนี้มาแต่สุดท้ายก็ต้องขอยอมแพ้เพราะสู้ไม่ไหวไม่มีเงินทองไปสู้กับขบวนการที่อยากได้ที่ดินผืนนี้

ตอนนี้ทุกอย่างน้องดาเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมดและรายละเอียดต่างๆให้น้องดาเป็นคนให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนแทน ยืนยันว่าที่ดินตรงนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของนายเฮียง ซึ่งก็เหมือนที่น้องดาพูดถ้าสามารถสร้างวัดได้จริงทำไมชื่อในโฉนดยังเป็นกรรมสิทธิ์ของนายเฮียงพ่อตนเองอยู่ ถ้าชื่อในโฉนดเป็นชื่อวัดก็คงจะไม่เกิดข้อพิพาท แต่เมื่อนายเฮียงเสียชีวิตไปแล้วการสร้างวัดก็ต้องเป็นโมฆะเป็นปกติอยู่แล้ว และยังไม่ได้มีการสร้างอะไร อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ต้องให้น้องดาเป็นคนดำเนินการแทนเเพราะมีความรู้เรื่องนี้ดี

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เจ้าวัดป่าอดุลยาราม พบที่ดินขอนแก่น โชว์โฉนดฉบับจริงแล้ว แก้ไขเป็นชื่อวัด ยื่นค้าน 'ป้าดา' ขอออกใบแทน

ที่สำนักงานที่ดิน จ.ขอนแก่น นายกฤศกร สนิทศักดิ์ดี ผู้ตรวจราชการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พร้อมด้วย ดร.ประยุทธ ประเทศเสนา รองประธานมูลนิธิกองทัพธรรม และนักกฎหมายผู้มีความเชี่ยวชาญด้านพระไตรปิฎก

กมธ.ศาสนาฯ จ่อลงพื้นที่ 'วัดป่าอดุลฯ' หย่าศึกวัด-ฆราวาส

ประธานกมธ.ศาสนาฯ จ่อหอบคณะลงพื้นที่วัดป่าอดุลยาราม 19 ส.ค. ดึงทุกฝ่ายเคลียร์ข้อเท็จจริง เร่งหาทางออก ก่อนศึกวัด-ฆราวาสบานปลายกระทบศรัทธาชาวพุทธ

'เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลฯ' ลั่นไม่กลัวตาย แต่ผวาแบล็กเมล์เรื่องผู้หญิง

'เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม' ลั่นไม่กลัวตาย แต่ผวาแบล็กเมล์เรื่องผู้หญิง เผยเคยมีสาวลึกลับมาเคาะประตูเรียกตอนตี 4 ยันจะไม่ย้ายไปไหนเด็ดขาด

'ป้าดา' งานเข้า อยู่ในเหตุปิดทางเข้า–ออกวัดป่าอดุลยาราม เรียกรับทราบข้อหาบุกรุก-ขอใบแทนโฉนดเข้าข่ายแจ้งเท็จ

ตำรวจขอนแก่นยืนยัน มีคลิปและพยานเห็น 'ป้าดา' อยู่ในเหตุปิดทางเข้า–ออกวัดป่าอดุลยาราม จึงออกหมายเรียกรับทราบข้อหาบุกรุก พร้อมเตรียมเรียกผู้ร่วมเหตุอีกประมาณ 5–6 คน ขณะที่เจ้าพนักงานที่ดินระบุ คำขอใบแทนโฉนดอาจเข้าข่ายแจ้งเท็จ หากพิสูจน์ได้ว่าผู้ยื่นรู้อยู่แล้วว่าโฉนดไม่ได้สูญหาย