ศูนย์ป่าไม้ภูเก็ตแจ้งจับต่างชาติ-คนไทยบุกรุกป่าสงวนฯเทือกเขากมลารุกป่าสร้างสนามเทรล-สนามยิงปืนพบรุกป่ากะทู้อีก 15 คดี
6 พฤศจิกายน 2569 - นายพรสรร กุณฑลสุรกานต์ ผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้ภูเก็ต ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เพื่อแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มเติมกับกลุ่มบุคคลที่นำรถแบ็กโฮเข้าไปปรับพื้นที่ ขุดไถ และแผ้วถางป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขากมลา อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต เพื่อก่อสร้างสนามวิ่งเทรลและสนามยิงปืน หลังเจ้าหน้าที่เข้าลงพื้นที่ตรวจสอบและจับพิกัดพื้นที่เสียหายทั้งหมดแล้ว
นายพรสรร เปิดเผยว่า การเข้าแจ้งความครั้งนี้สืบเนื่องจากกรณีการบุกรุกพื้นที่ป่าเทือกเขากมลา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กรมป่าไม้ได้ส่งมอบให้เทศบาลเมืองกะทู้ดูแล จากการลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่า จุดที่มีการบุกรุกแผ้วถางตกอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติเทือกเขากมลา จึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษผู้กระทำความผิดตามอำนาจหน้าที่ของเจ้าพนักงานควบคุมดูแลรักษาป่า
เบื้องต้น มีการแจ้งความดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดจำนวน 2 ราย ได้แก่ ชาวต่างชาติ 1 ราย และคนไทย 1 ราย ซึ่งเป็นคนขับรถแบ็กโฮ
ทั้งนี้ จากข้อมูลเดิมของพนักงานสอบสวนก่อนหน้านี้ พบว่ามีนายช่างรายหนึ่งได้เข้าพบตำรวจและรับสารภาพว่าเป็นผู้ว่าจ้างให้นำรถแบ็กโฮเข้าไปปรับปรุงพื้นที่ดังกล่าว
สำหรับการตรวจสอบความเสียหาย พบการแผ้วถางทำเป็นเส้นทางวิ่งเทรลความยาวหลายกิโลเมตรตัดข้ามฝั่งป่า และมีการปรับพื้นที่บางส่วนเป็นลานราบ ซึ่งคาดว่าจะใช้ก่อสร้างเป็นสนามยิงปืน รวมพื้นที่ป่าได้รับความเสียหายประมาณ 3 ไร่
ส่วนกรณีการขยายผลไปยังผู้ว่าจ้างนั้น นายพรสรร ระบุว่า ขึ้นอยู่กับพนักงานสอบสวนในการสอบสวนขยายผล หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงถึง บุคคลดังกล่าวจะต้องรับโทษในฐานะตัวการตามประมวลกฎหมายอาญา
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังตรวจพบการบุกรุกพื้นที่ป่าเทือกเขากมลาในส่วนที่เทศบาลเมืองกะทู้ดูแลเพิ่มเติมอีกถึง 15 คดี ซึ่งได้รับข้อมูลเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะนี้ได้ประสานไปยังสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 12 สาขากระบี่ เพื่อเร่งออกคำสั่งตามมาตรา 25 แห่งพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2527 ให้ผู้บุกรุกออกจากพื้นที่ หรือรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างโดยเร็ว ซึ่งทั้ง 15 รายนี้เป็นคนละกรณีกับการสร้างสนามวิ่งเทรลและสนามยิงปืน
ส่วนกรณีที่มีการอ้างเอกสาร ภ.บ.ท.5 นั้น นายพรสรร ชี้แจงว่า ตนยังไม่เห็นเอกสารดังกล่าว แต่ขอเน้นย้ำว่า ภ.บ.ท.5 เป็นเพียงหลักฐานการชำระภาษีบำรุงท้องที่ ไม่ใช่เอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองที่ดินแต่อย่างใด อีกทั้งเอกสารดังกล่าวระบุเพียงเนื้อที่ หมู่ และตำบล โดยไม่มีการระบุพิกัดที่แน่ชัด จึงไม่สามารถนำมาตรวจวัดพิกัดได้
ทางเจ้าหน้าที่จำต้องตรวจสอบอย่างละเอียดว่ามีการครอบครองต่อเนื่องหรือเปลี่ยนมือหรือไม่ ซึ่งโดยทั่วไปประชาชนทราบดีอยู่แล้วว่า ภ.บ.ท.5 ไม่ใช่เอกสารสิทธิ์ และการที่นำมาแสดงโดยระบุเนื้อที่มากถึง 290 ไร่นั้น ถือเป็นเรื่องที่พบได้ยากมาก โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ASW โตต่อเนื่องทำรายได้ 9 เดือน 8,512 ล้าน
ASW โตต่อเนื่อง ทำรายได้ 9 เดือน 8,512 ล้าน กำไรสุทธิ 1,080 ล้าน เพิ่มขึ้น 57% โฟกัสโอนโครงการพร้อมอยู่-สร้างเสร็จใหม่อีก 5 โครงการ หนุนรายได้เข้าเป้า
คดีรุกป่ากมลา 'ช่างเอ๋' ซัดทอดสามี 'บุ๋ม ปนัดดา' เป็นคนสั่งการ
คดีรุกป่ากมลา "ช่างเอ๋" พร้อมภรรยา เข้ารับทราบข้อกล่าวหาคดีสนามวิ่งเทรลและสนามยิงปืนเถื่อน ปฏิเสธทุกข้อหา พร้อมซัด "ก๊อต อธิป" เป็นคนสั่งการ
เทศบาลกะทู้ ลุยแจ้งจับ 15 ราย ปมรุกป่าสงวนเทือกเขากมลา ทำสนามวิ่งเทรล-ยิงปืน
เทศบาลเมืองกะทู้แจ้งความดำเนินคดี 15 ราย ลุยปราบแก๊งบุกรุกป่าสงวนฯเทือกเขากมลา เคลียพื้นที่ทำสนามวิ่งเทรล-ยิงปืน พบไร้ชื่อดาราดังตามกระแสข่าว
น้ำท่วมภูเก็ต แจ้งเคลมประกันภัยพิบัติแล้ว 236 เคส เตือน 4 จว.ใต้ เฝ้าระวังฝนตกหนัก
รัฐบาลเผย จ.ภูเก็ตแจ้งเคลมประกันภัยพิบัติแล้ว 236 เคส ระบุทั่วประเทศอนุมัติสินไหมแล้วกว่า 20 ล้านบาท แจ้งเตือน 4 จังหวัดภาคใต้ จ.เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี เฝ้าระวังฝนตกหนัก
ภูเก็ตประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ 'กะรน' หลังน้ำท่วมหนัก 7 วัน
ภูเก็ตประกาศเขตพื้นที่ประสบสาธารณภัย น้ำท่วมอำเภอเมือง หมู่ที่ 1-4 ตำบลกะรน หลังฝนตกหนักตั้งแต่ 23 ต.ค.

