ข่าวดีนักท่องเที่ยว! เตรียมพบ 'เกาะกระดาน' ปรับโฉมใหม่

ข่าวดีนักท่องเที่ยว ! อุทยานหาดเจ้าไหม เร่งพลิกโฉมเกาะกระดานให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวอันซีน หลังผ่านวิกฤตโควิด

27 พ.ย.2565 –  อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมจังหวัดตรัง เปิดการท่องเที่ยวแบบเต็มรูปแบบ พร้อมพลิกโฉมเกาะกระดาน โดยร่วมกับผู้ประกอบการบนเกาะ สร้างความสวยงามเป็นจุดเช็กอินอันซีน อีกแห่งของการท่องเที่ยวจังหวัดตรัง เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาท่องเที่ยว หลังจากผ่านพ้นช่วงโควิดมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น 3 เท่าตัว ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช และนโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง

 นายพริษฐ์   นราสฤษฏ์กุล  หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม  จังหวัดตรัง  กล่าวว่าอุทยานแห่งชาติหาดจ้าไหม  ได้เปิดการท่องเที่ยวเต็มรูปแบบทั้งทางบกและทางทะเล  ซึ่งแหล่งท่องเที่ยวทางบกี่นักท่องเที่ยวนิยมมาท่องเที่ยวก็จะเป็นชายหาดปากเมง อำเภอสิเกา ชายหาดหยงหลิง อำเภอกันตัง ส่วนแหล่งท่งเที่ยวทางทะเลก็จะเป็นตามเกาะต่างๆ เช่น เกาะมุก เกาะเชือก เกาะม้า เกาะกระดาน  การเปิดแหล่งท่องเที่ยวเต็มรูปแบบนั้นเป็นไปตามนยาบาลของ  นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา  อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช  ที่ให้จังหวัดที่มีแหล่งท่องเที่ยวติดทะเลเปิดการท่องเที่ยว ให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวชมความงามของท้องทะเล หรือการดำน้ำดูปะการัง ที่สวยงามใต้ท้องทะเล ซึ่งอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมก็เป็นอีกแห่งหนึ่งที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงาน ไม่แพ้จังหวัดอื่นเช่นกัน และช่วงที่ผ่านมานั้นการแพร่ระบาดของโควิด -19 ทำให้นักท่องเที่ยวลดลง แต่หลังจากผ่อนคลายมาตรการทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหมเพิ่มขึ้นกว่า 3 เท่าตัว

นายพริษฐ์ กล่าวว่า นอกจากนี้นายขจรศักดิ์   เจริญโสภา  ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ได้ให้นโยบายในการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวของอุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม โดยให้ร่วมกับผู้ประกอบการบนเกาะกระดาน ในการปรับปรุงสถานที่พัก รีสอร์ต  และการก่อสร้างหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม 3 (เกาะกระดาน) ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว  ป้องกันการเกิดอันตรายกับนักท่องเที่ยว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมาท่องเที่ยวบนเกาะกระดาน อีกทั้งผู้ประกอบการก็มีการปรับภูมิทัศน์ให้สวยงาม เหมาะที่จะเป็นอันซีนหรือจุดเช็กอินอีกแห่งหนึ่ง นอกเหนือจากถ้ำมรกต ซึ่งเป็นอันซีนไทยแลนด์  คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวที่จังหวัดตรังจำนวนมากอย่างแน่นอน.     

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'กสิกรไทย'อวดกำไร Q1 แตะ 1.46 หมื่นล้าน

'กสิกรไทย'เปิดกำไรไตรมาสแรกพุ่ง 1.4 หมื่นล้าน โต 6.35% จากรายได้ค่าธรรมเนียม ธุรกิจประกันภัยและบริการ ชี้พิษตะวันออกกลางฉุดเศรษฐกิจไทยสะดุดคาดทั้งปีโตเพียง 0.8–1.2%

สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'

20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.