'สีหศักดิ์' ไม่กังวล 'กัมพูชา' ยื่นยูเอ็นรับรอง MOU 2543-แผนที่ 1 ต่อ 200,000 ชี้ไม่มีอะไรใหม่ ยอมรับไทยต้องเดินหน้า UNCLOS หลัง 'กัมพูชา' เมินเจรจาทวิภาคี เตือนกรรมการสิทธิฯระวังตกเป็นเครื่องมือเขมร
05 ส.ค.2569 - นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงกรณีกัมพูชาเตรียมร้องยูเอ็นให้รับรอง MOU 2543 และแผนที่ 1 ต่อ 200,000 มีผลกระทบอะไรต่อไทยหรือไม่ ว่า เอกสารหรือ MOU ต่างๆเป็นที่รับรองของยูเอ็น อยู่แล้ว ไม่ได้มีอะไรใหม่ และไม่ได้มีอะไรที่ต้องเป็นห่วงกังวล ซึ่ง MOU 2543 ไม่ใช่ต้องมีเฉพาะแผนที่ 1 ต่อ 200,000 แต่ยังมีเรื่องที่เขียนไว้ในสนธิสัญญา เช่นสันปั่นน้ำ รวมถึงแผนที่ที่ไทยมีอยู่ คือ 1 ต่อ 50,000 ซึ่งทางใครก็ยืนยันไปด้วย ดังนั้นการดำเนินการของกัมพูชาจึงไม่ได้ส่งผลอะไรกับใคร เพราะเป็นหลักฐานที่มีอยู่ที่ยูเอ็น
เมื่อถามถึงความคืบหน้าที่กัมพูชาดึงไทยเข้าสู่การประนอมภาคบังคับ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างให้ทั้ง 2 ฝ่าย มีส่วนร่วมในการเสนอชื่อ มีการส่งชื่อมาแล้ว 6-7 คน จากนั้นแต่ละฝ่ายจะต้องเลือกมา 3 ชื่อ จึงอยู่ในขั้นตอนระหว่างการรวบรวมรายชื่อจากทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งเป็นการตัดสินใจของคณะผู้ประนอม ที่ขณะนี้มีอยู่ 4 คน
เมื่อถามว่านายกรัฐมนตรียืนยันว่าทางกัมพูชาไม่สามารถมาบังคับประเทศไทยได้ สรุปแล้วไทยจะเข้าร่วมการประนอมภาคบังคับหรือไม่ นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า การประนอมภาคบังคับถือเป็นกระบวนการภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) ซึ่งต้องเดินตามกติกา หากใครไม่เดินตามกระบวนการ กระบวนการก็จะเดินหน้าด้วยตัวของมันเองอยู่ดี โดยยูเอ็นจะมีการแต่งตั้งผู้ประนอมให้กับฝ่ายไทย ดังนั้น ไทยจึงต้องเดินตามกระบวนการนี้ แต่มั่นใจว่าจะสามารถดูแลผลประโยชน์ของประเทศได้อย่างเต็มที่
นายสีหศักดิ์ กล่าวอีกว่า ความจริงแล้วไทยยืนยันมาตลอดว่าขั้นตอนยังไม่ถึงเรื่องของการประนอมภาคบังคับ ต้องเกิดการเจรจาทวิภาคีก่อน ภายใต้ UNCLOS แต่ฟากฝั่งของกัมพูชาก็อ้างว่าไทยยกเลิก MOU 2544 จึงต้องเข้าการประนอมภาคบังคับ ซึ่งไทยก็เคยยืนยันไปแล้วว่าที่ยกเลิกเพราะ MOU 2544 ไม่มีความคืบหน้ามา 20 ปีแล้ว และการยกเลิก MOU 2544 เพื่อให้เริ่มสู่กระบวนการเจรจาใหม่ภายใต้ UNCLOS ซึ่งกัมพูชาเพิ่งเข้ามาเป็นภาคี เมื่อเดือนมีนาคม จึงตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดกัมพูชาจึงไม่ลองเข้ามาร่วมเจรจาทวิภาคีก่อน ซึ่งอาจจะสร้างบรรยากาศที่ดีเพื่อให้ 2 ฝ่ายได้เริ่มต้นพูดคุยปัญหาชายแดนทางบกได้บ้าง
"ผู้นำทั้ง 2 ได้พูดคุยกันในการประชุมสุดยอดอาเซียนที่ฟิลิปปินส์ พูดคุยทวิภาคีทุกเรื่อง สร้างความไว้เนื้อเชื่อใจ หยุดการโจมตีซึ่งกันและกันในเวทีระหว่างประเทศ บนพื้นฐานนี้น่าจะมีการเปิดช่องให้มีการพูดคุยกันเรื่องดินแดนทางทะเลก่อน ไทยจะได้มีการขยับบ้างในเรื่องของทางบก แต่พอทางกัมพูชาไม่เอาอะไรเลย และเข้าสู่กลไกประนอมภาคบังคับ เท่ากับว่าการพูดคุยเรื่องชายแดนทางบก กัมพูชาเองนั่นแหละ ที่เป็นคนปิดประตูและยังไม่ละเว้นใช้ทุกโอกาสโจมตีไทยบนเวทีโลก" นายสีหศักดิ์ กล่าว
นายสีหศักดิ์ กล่าวย้ำถึงกรณีรายงานพิเศษของทอม แอนดรูว์ ที่กล่าวเรื่องสิทธิมนุษยชนในกัมพูชาว่า เป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ของนายแอน แต่การที่จะบอกว่าใครรุกล้ำใครอยู่นอกเหนืออาณัติของยูเอ็น และต้องคำนึงด้วยว่าสถานการณ์ไทย-กัมพูชาอยู่ในช่วงละเอียดอ่อน การแถลงใดๆที่พาดพิงประเทศไทย ก็จะถูกกัมพูชานำมาใช้ ทั้งนี้การปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน จะต้องคำนึงถึงความละเอียดอ่อนทางการเมืองด้วย สิ่งที่เป็นห่วงคือไม่อยากให้เขา ตกเป็นเครื่องมือของฝ่ายกัมพูชา
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'สีหศักดิ์' เปิดวาระถก 'มิน อ่อง หล่าย' ชู 'ปราบสแกมเมอร์-ยาเสพติด-มลพิษ'
'สีหศักดิ์' เผยวาระถก 'มิน อ่อง หล่าย' ชูปราบสแกมเมอร์-ยาเสพติด-มลพิษแม่น้ำกก หนุนสันติภาพเมียนมา ยินดี ICRC พบ 'ซูจี' มองเป็นสัญญาณดีต่อบรรยากาศการเมือง
11 ส.ค.'สีหศักดิ์' นัดคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาลสุมหัว!
'สีหศักดิ์' เตรียมเรียกประชุมคณะผู้แทนพิเศษรัฐบาล 11 ส.ค.นี้ ขับเคลื่อนความเป็นเอกภาพทุกด้าน บอกมาเลเซีย อย่าให้มีก็แล้วกัน
รมว.กต.บอกรอทางการจอร์เจียสรุปสาเหตุ 'ฮลุน โซโล่' เสียชีวิต
'สีหศักดิ์' แสดงความเสียใจ 'ฮลุน โซโล่' เสียชีวิต เผยเจ้าหน้าที่สถานทูตไทยในตุรกี เดินทางไปจอร์เจียแล้ว เพื่อติดตามความคืบหน้า ส่วนสาเหตุขอรอการสืบสวน
'สีหศักดิ์' รับเป็นเรื่องใหญ่ร้ายแรง! พูดคุยสันติสุขต้องชะลอก่อน
'สีหศักดิ์' ชี้ เลื่อนพูดคุยสันติสุขใต้ เพื่อประเมินสถานการณ์ใหม่ เผยมาเลเซียร่วมมือดี ยันมาตรการปลอดภัย-มั่นคง ต้องเข้มขึ้น เผยเหตุรุนแรงไม่เกี่ยวต่างชาติ

