ผู้ว่าฯกระบี่ สั่งช่วยเหลือครอบครัวนักท่องเที่ยวมาเลเซีย หลังประสบเหตุคลื่นซัดเรือล่มดับ 2

26 ม.ค.2566 - ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าจากกรณีเกิดเหตุคลื่นซัดเรือหางยาวนำเที่ยวล่มบริเวณแหลมหางนาค ม.2 ต.หนองทะเล อ.เมือง จ.กระบี่ ทำให้นักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย 3 คน พ่อแม่ลูก พร้อมกับกัปตันเรือ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย

ผู้เป็นแม่ ทราบชื่อ นาง TAN CHEN WOON อายุ 36 ปีและลูกเด็กหญิง GAN XIN YU อายุ 6 ปีได้เสียชีวิตจากการสำลักน้ำเข้าไปในปอดมากจนเกินไป ส่วนพ่อ ทราบชื่อ นาย GAN KAH SENG อายุ 38 ปี และนายสาล๊า บุตรสา คนขับเรือ อายุ 45 ปี ปลอดภัยแต่ต้องนอนรักษาตัวอยู่ในความดูแลของแพทย์โรงพยาบาลกระบี่อย่างใกล้ชิด

นายภาสกร บุญญลักษม์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ เปิดเผยว่า หลังได้รับรายงานได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้าช่วยเหลือดูแลครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียอย่างเต็มที่
 
เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 15.30 น วันที่ 25 มกราคมที่ผ่านมา นายสาล๊า บุตรสา อายุ 45 ปี  คนขับเรือหางยาวที่รอดชีวิตเล่าให้ฟังว่า ตนได้ขับเรือหัวโทงเพลาใบจักรยาว ชื่อ ไซน่าทัวร์ ได้รับนักท่องเที่ยวเป็นครอบครัวชาวมาเลเซีย จากโรงแรมอัญยาวี ทับแขก เพื่อเดินทางไปเที่ยวเกาะห้อง ระหว่างเดินทางกลับ ได้ประสบอุบัติเหตุถูกคลื่นลมแรงพัดล่มกลางทะเลบริเวณแหลมหางนาค หมู่ 3 ตำบลอ่าวนาง อ.เมืองกระบี่ ทำให้ครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย พ่อแม่ลูกสาว วัย 6 ขวบ และคนขับเรือลอยคอกลางทะเล
 
หลังจากชาวประมงพื้นบ้าน ผ่านมาประสบเหตุขณะทั้ง 4 คน ลอยคอกลางทะเลได้เข้าให้การช่วยเหลือ พบว่า นักท่องเที่ยวสาวชาวมาเลเซีย อายุ 36 ปี และ ลูกสาว อายุประมาณ 6 ขวบ หมดสติ นอนคว่ำหน้าอยู่ในน้ำ จึงให้การช่วยเหลือ นำทั้งหมดกลับเข้าฝั่ง และประสานเจ้าหน้าที่เร่งนำตัวครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียและคนขับเรือส่งโรงพยาบาลกระบี่
 
พบว่า นักท่องเที่ยวสาว อายุ 36 ปี ชื่อง นาง tan chen woon และ ลูกสาว อายุ 6 ขวบ เสียชีวิต ส่วนคนขับเรือนำเที่ยว และ นักท่องเที่ยวชาย อายุ 37 ปี ชื่อ mr gan kah seng    ได้รับบาดเจ็บขณะนี้รักษาตัวในโรงพยาบาลกระบี่ 
 
โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขากระบี่ และ เจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรอ่าวนาง จะสอบปากคำคนขับเรือหางยาวนำเที่ยว หลังจากออกจากโรงพยาบาลแล้ว
 
ด้าน พ.ต.อ.อภิชาติ จินาเพ็ญ ผกก.สภ.อ่าวนาง จ.กระบี่  ได้ลงพื้นที่ไปพบกับนายแจ้ง ช้างน้ำ และ นายวริศ ช้างน้ำ สองพ่อลูกชาวประมงพื้นบ้าน ที่ให้การช่วยเหลือครอบครัวนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย และ คนขับเรือหางยาว นำเที่ยวดังกล่าวถึงเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นโดยนายวริศ เล่าเหตุการณ์ให้ฟังอย่างละเอียดว่าขณะเกิดเหตุตนกำลังเก็บลอบไซหมึก กับพ่ออยู่ที่บริเวณทะเลด้านนอกของแหลมหางนาคในตอนนั้นเกิดลมพายุพัดแรงทะเลมืดไปหมด ตนกับพ่อรอจนฟ้าเปิด ก็ได้แล่นเรือกลับ มองไปเห็น คนทั้ง 4 ลอยคออยู่กลางทะเล สภาพอิดโรย โดยมีผู้ชายสวมชูชีพ อยู่ 1 คน เป็นนักท่องเที่ยวกำลังพยุงร่างของลูกสาว ส่วนผู้ชายที่เป็นกัปตันเรือ ได้พยุงร่างของนักท่องเที่ยวสาวมือข้างหนึ่งของกัปตันจับชูชีพ ก่อนที่จะช่วยเหลือขึ้นเรือได้ทั้งหมด รีบนำกลับเข้าฝั่ง และแจ้งเจ้าหน้าที่บนฝั่งเพื่อนำตัวทั้ง 4 คนส่งโรงพยาบาล

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศรชล.ภาค 3 สรุปแผนทำความสะอาดคราบน้ำมันเรืออับปาง เกาะเฮ ภูเก็ต

ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 3 เปิดเผยว่า   จากเหตุการณ์เรือสินค้าอับปางจมลงใต้ทะเล พื้นที่ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เมื่อ 7 ก.พ.69 และได้รับแจ้ง เมื่อ 25 ก.พ.69 มีคราบน้ำมันเกิดขึ้นบนชายหาดเกาะเฮ  ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

รัฐบาล สั่ง คพ. เฝ้าระวังสิ่งแวดล้อม สนับสนุนกู้เรืออับปางภูเก็ต

นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์เรือบรรทุกสินค้า SEALLOYD ARC อับปางบริเวณจังหวัดภูเก็ต

พบตู้คอนเทนเนอร์กลางทะเลอันดามัน จากเรือสินค้าล่ม จนท.เร่งค้นหาเก็บกู้

ศูนย์บัญชาการแก้ไขสถานการณ์ กรณีเรือ SEALLOYD ARC อับปาง" เรือบรรทุกสินค้า สัญชาติปานามา อับปาง บริเวณเกาะแก้วน้อย ตำบลเกาะแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ลูกเรือ 16 คนได้รับการช่วยเหลือปลอดภัย เหตุเกิดเมื่อ 7 ก.พ 69

กองทัพเรือ ช่วยเรือสินค้าเสี่ยงจมทะเล นำลูกเรือ 16 คนขึ้นฝั่งปลอดภัย

พลเรือตรี ปารัช รัตนไชยพันธ์ โฆษกกองทัพเรือ เปิดเผยว่า ตามที่ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 3 (ศรชล.ภาค 3) ได้รับแจ้งเหตุเรือสินค้า SEALLOYD ARC สัญชาติปานามา ขนาดระวางขับน้ำ 4,339 ตัน ประสบเหตุอยู่ในสภาพเสี่ยงต่อการจม บริเวณเกาะแก้วน้อย ห่างจากฝั่ง

'อนุทิน' อ้อนชาวกระบี่ 'ไม่ทิ้งแลนด์บริดจ์-ไม่เปิดด่านเขมร' แน่

'อนุทิน' อ้อนชาวกระบี่ เลือกโกขุนอย่าให้ตกใต้ถุน แถมเบอร์ 37 ส่งตัวเองกลับเก้าอี้นายกฯ อีกรอบ ชม 'ศศิธร' ตัวเรียกทรัพย์ หวังทำกระบี่เจริญขึ้น สัญญาไม่มีเปิดด่านสบายใจได้ ไทยไม่เสียเปรียบใครแน่นอน