เนรมิต 'สวนสาธารณะหนองบวกหาด' รับนักท่องเที่ยว งานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ ครั้งที่ 46

เทศบาลนครเชียงใหม่ เนรมิตสวนสาธารณะหนองบวกหาดเต็มด้วยดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์พร้อมการประดับไฟตกแต่งอย่างสวยงาม เตรียมรับนักท่องเที่ยวในงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ ครั้งที่ 46 นักท่องเที่ยวสุดประทับใจเก็บภาพกันคึกคัก

3 ก.พ.2566 - เมื่อช่วงค่ำวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมาที่สวนสาธารณะหนองบวกหาด กลางเมืองเชียงใหม่ นายอัศนี บูรณปกรณ์ นายกเทศมนตรีนครเชียงใหม่ เป็นประธานเปิดสวนสาธารณะหนองบวกหาด ภายใต้ชื่องาน “พฤกษามหัศจรรย์ สรวงสวรรค์แห่งนครเชียงใหม่” (Flora Wonderlust 2023)ที่เทศบาลนครเชียงใหม่ได้ปรับปรุงภูมิทัศน์รวมถึงตกแต่งสวนสาธารณะหนองบวกหาดให้เกิดความสวยงามเต็มไปด้วยดอกไม้เมืองหนาวหลายสายพันธุ์ เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวช่วงงานเทศกาลไม้ดอกไม้ประดับจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 46 ประจำปี 2566 ระหว่าง 2-5 ก.พ.นี้ เพื่อเป็นการเชิดชูและคงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมของจังหวัดเชียงใหม่ ตลอดจนเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้สู่ประเทศและจังหวัดเชียงใหม่

ซึ่งในปีนี้เทศบาลนครเชียงใหม่ ได้จัดงานเข้ากับปีกระต่าย คือ “Bunny Wonderland” หรือ “กระต่ายหรรษากับสวนพฤกษามหัศจรรย์” โดยจะเปิดให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้มาร่วมสัมผัสกับความสวยงามของสวนดอกไม้เมืองหนาวนานาพันธุ์พร้อมการประดับไฟตกแต่งสวยงามอลังการ ช่วงมหกรรมงานไม้ดอก - ไม้ประดับ ครั้งที่ 46 โดยเปิดให้เข้าชมสวนแห่งนี้ ระหว่างวันที่ 3 – 15 กุมภาพันธ์ 2566 ตั้งแต่เวลา 08.30 – 22.00 น. โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ซึ่งพิธีเปิดสวนก่อนเริ่มงานมหกรรมไม้ดอกฯ มีกงสุลใหญ่ประเทศต่างๆ หัวหน้าส่วนราชการ และภาคีเครือข่าย ตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมในพิธีเปิดพร้อมกับบรรดานักท่องเที่ยวทั้งคนไทยและต่างชาติจำนวนมาก

สำหรับการจัดสวนสาธารณะหนองบวกหาด เพื่อต้อนรับงานมหกรรมไม้ดอกไม้ประดับ ครั้งที่ 46 ประจำปี 2566 ครั้งนี้ เทศบาลนครเชียงใหม่ได้จัดรูปแบบการประดับตกแต่งด้วยดอกไม้เมืองหนาวขึ้นชื่อนานาพันธุ์และประดับไฟตกแต่งเป็น 7 โซน ได้แก่ 1.Queen of Flora : ซุ้มดอกไม้ยักษ์ ราชินีแห่งดอกไม้ผู้งดงาม ตั้งเด่นตระการตาท่ามกลางทุ่งสวนดอกทิวลิปหลากสีสัน ต้อนรับผู้มาเยือนยังนครบุปผาแห่งนี้ 2.Tower of Seasons : หอนาฬิกาแห่งฤดูกาลที่ประดับด้วยทางเดินและร่มจากไม้ไผ่ ทอดยาวผ่านสวนดอกไม้หลากฤดู เสมือนการเดินทางข้ามผ่านฤดูกาลบนถนนดอกไม้แห่งความฝัน 3.Bromeliad Tuk Tuk : รถตุ๊กตุ๊กสุดเท่จากสับปะรดสี ที่จะพาคุณท่องเที่ยวสัมผัสมนต์เสน่ห์ของสวนพฤกษามหัศจรรย์แห่งนี้

4.Bunny Family : ประติมากรรมครอบครัวกระต่ายพ่อแม่ลูกสุดน่ารัก พร้อมบ้านเห็ดสุดเก๋ ที่ออกมาต้อนรับผู้มาเยือนจากทั่วทุกมุมโลกด้วยรอยยิ้มอันแสนอบอุ่น 5.Fairy Garden : ประติมากรรมภูติดอกไม้ผู้คอยปกป้องดูแลสวนพฤกษามหัศจรรย์ ให้ดอกไม้นานาพันธุ์สามารถชูช่อออกดอกสวยได้ตลอดปี 6.Train of Happiness : ขบวนรถไฟแห่งความสุข ที่ขนมวลดอกไม้เมืองหนาวหลากสายพันธุ์ ที่เบ่งบานมอบความสุขให้กับผู้ที่มาเยี่ยมชม และ 7.Starlight Fields : ทุ่งดอกหญ้าเรืองแสงหลากสีสันสวยงามอลังการ งดงามเสมือนแสงดาวระยิบระยับบนฟากฟ้ายามราตรีในดินแดนมหัศจรรย์ เป็นต้น

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

นักท่องเที่ยวต่างชาติแห่เข้าไทย 12.4 ล้านคน จีนแตะ 2 ล้านคน

‘สุรศักดิ์’เผยสถานการณ์ท่องเที่ยวช่วงวันที่ 1 ม.ค. – 10 พ.ค. 2569 นักท่องเที่ยวต่างชาติสะสมกว่า 12.4 ล้านคน สร้างรายได้แล้วกว่า 607,206 ล้านบาท ขณะที่ตลาดหลักยังเป็นจีน มาเลเซีย อินเดีย รัสเซีย และเกาหลีใต้

สุดปัง! 'อ่าวเกือก' สิมิลัน ติดอันดับ 10 ชายหาดดีที่สุดในโลก

“อ่าวเกือก” หรือ Donald Duck Bay แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในพื้นที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน จังหวัดพังงา สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยอีกครั้ง หลังได้รับการจัดอันดับให้เป็นชายหาดที่ดีที่สุดอันดับ 10 ของโลก

'กสิกรไทย'อวดกำไร Q1 แตะ 1.46 หมื่นล้าน

'กสิกรไทย'เปิดกำไรไตรมาสแรกพุ่ง 1.4 หมื่นล้าน โต 6.35% จากรายได้ค่าธรรมเนียม ธุรกิจประกันภัยและบริการ ชี้พิษตะวันออกกลางฉุดเศรษฐกิจไทยสะดุดคาดทั้งปีโตเพียง 0.8–1.2%

สาวจีนตกท่อระบายน้ำ! ขณะถ่ายรูปจุดเช็กอิน 'ช้างเอราวัณ'

20 เม.ย. 2569 - ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงบ่ายวันที่ 19 เม.ย. ที่ผ่านมา ศูนย์กู้ชีพปราการ รับแจ้งมีผู้บาดเจ็บขาตกท่อระบายน้ำ เหตุเกิดภายในซอยบางด้วน เข้าจากปากซอยประมาณ 50 เมตร ตำบลบางด้วน อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสาน เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู เดินทางไปตรวจสอบและช่วยเหลือ ที่เกิดเหตุ เป็นท่อระบายน้ำในพื้นที่ส่วนบุคคลริมถนนภายในซอย เจ้าหน้าที่พบนักท่องเที่ยวสาวชาวจีน ขาซ้ายตกลงไปในท่อระบายน้ำ โดยขายังคาติดอยู่ในตระแกรงฝาท่อระบายน้ำ เจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู จึงใช้อุปกรณ์เครื่องตัดถ่าง ถ่างตระแกรงฝาท่อระบายน้ำออก ใช้เวลาไม่นานสามารถนำขานักท่องเที่ยงหญิงชาวจีนออกมาได้ ซึ่งจากการตรวจสอบ พบรอยแดงที่ขาซ้าย แต่ไม่มีอาการผิดรูปที่ขาหรือบาดแผลใดๆ นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนไม่ประสงค์ที่จะไปโรงพยาบาล และได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญูที่เข้ามาช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว จากการสอบถาม นายธัญเทพ กอบธัญกิจ อาสามูลนิธิร่วมกตัญญู จุดสำโรงใต้ 28 เล่าว่า ได้รับแจ้งเหตุขอความช่วยเหลือจากศูนย์วิทยุกู้ชีพปราการว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติประสบอุบัติเหตุขาติดอยู่ในท่อระบายน้ำ เมื่อเจ้าหน้าที่ซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงไปถึงจุดเกิดเหตุ พบว่าผู้บาดเจ็บอยู่ในสภาพขาติดอยู่กับแผ่นเหล็กฝาท่อ โดยลักษณะของอุบัติเหตุเกิดจากผู้บาดเจ็บได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กที่ชำรุดจนแผ่นเหล็กเกิดการบิดตัวและดีดกลับมาอัดเข้าที่บริเวณช่วงหัวเข่าอย่างแรง ทำให้ไม่สามารถขยับหรือดึงขาออกมาได้ด้วยตนเอง ในการช่วยเหลือช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้รีบประสานงานทีมสนับสนุนเพื่อขออุปกรณ์ตัดถ่างเข้ามาดำเนินการ โดยใช้เวลาในการง้างแผ่นเหล็กออกประมาณ 10 นาที ก็สามารถนำขาของผู้บาดเจ็บออกมาได้เป็นผลสำเร็จ จากการตรวจสอบอาการบาดเจ็บเบื้องต้นพบว่าผู้บาดเจ็บมีเพียงรอยฟกช้ำและแผลถลอกจากการที่พลัดตกลงไปกระแทกเท่านั้น ไม่พบอาการผิดรูปของกระดูกหรือกระดูกหักแต่อย่างใด ก่อนจะดำเนินการปฐมพยาบาลและให้ความช่วยเหลือตามขั้นตอน ด้าน เพื่อนของผู้บาดเจ็บซึ่งเป็นคนไทย ได้เล่าถึงวินาทีเกิดเหตุว่า ขณะกำลังเดินเท้าจากพิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณเพื่อไปถ่ายรูปบริเวณจุดเช็กอินยอดฮิตฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นจุดที่นักท่องเที่ยวชาวจีนนิยมมาถ่ายภาพในระหว่างที่กำลังเดินข้ามมานั้น นักท่องเที่ยวสาวชาวจีนได้เหยียบลงบนแผ่นเหล็กฝาท่อระบายน้ำที่ชำรุดอยู่แล้ว ส่งผลให้แผ่นเหล็กหักและทรุดตัวลงทันทีจนขาข้างหนึ่งตกลงไปติดอยู่ด้านใน ในตอนนั้นตนพยายามช่วยพยุงและสั่งไม่ให้ผู้บาดเจ็บลุกขึ้นหรือขยับตัว เพราะเกรงว่าหัวเข่าจะหักหรือถูกเศษเหล็กที่หักคารูท่อแทงซ้ำ จึงรีบประสานขอความช่วยเหลือทันที และแม้จะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น แต่นักท่องเที่ยวสาวรายนี้กล่าวว่าตนเองไม่ได้รู้สึกตกใจหรือขวัญเสีย และยังรู้สึกขอบคุณที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็วมาก โดยหลังจากได้รับการช่วยเหลือเสร็จสิ้น เธอยังสามารถสื่อสารและยิ้มแย้มได้ พร้อมกับยืนยันว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่กับการมาเที่ยวเมืองไทยแต่อย่างใด และยังคงมีความตั้งใจที่จะกลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยอีกครั้งในอนาคตแน่นอน เพราะประทับใจในการดูแลและความปลอดภัยภาพรวมที่ได้รับในครั้งนี้ ส่วน นางสาวจินจุภา ทองสุข ชาวบ้านในพื้นที่ได้แสดงความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับความปลอดภัยบริเวณจุดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นแลนด์มาร์คสำคัญที่มีนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะชาวต่างชาติ เดินทางมาถ่ายรูปและเซลฟี่ กันเป็นจำนวนมากตลอดทั้งวัน ตั้งแต่เช้าจนถึงค่ำ โดยเฉลี่ยมีผู้มาเยือนสูงถึงวันละ 40-50 คน ซึ่งจุดดังกล่าวนั้นสภาพถนนเป็นแบบ 2 เลนสวนกัน และรถที่สัญจรไปมามักจะใช้ความเร็วสูง หากเป็นคนในพื้นที่จะทราบดีและช่วยชะลอความเร็วให้ แต่สำหรับรถจากที่อื่นที่ไม่ชำนาญทางมักจะขับผ่านด้วยความเร็ว ซึ่งเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุกับนักท่องเที่ยวที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ริมถนนเป็นอย่างมาก ทั้งนี้ ชาวบ้านจึงอยากเรียกร้องให้หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการติดตั้งสัญลักษณ์หรือป้ายเตือนให้รถที่สัญจรไปมาทราบว่าพื้นที่บริเวณนี้มีคนพลุกพล่านและควรชะลอความเร็ว แม้ว่าปัจจุบันจะมีแสงสว่างที่เพียงพอแล้ว แต่การขาดป้ายเตือนที่ชัดเจนยังคงเป็นช่องว่างที่อาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ จึงอยากให้มีการจัดระเบียบพื้นที่และทำเครื่องหมายบอกทางให้ชัดเจน เพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยวและลดความเสี่ยงในการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต.