"มีชัย ฤชุพันธุ์" แนะช่องช่วยเหลือคนเฒ่าไร้สัญชาติ หลายฝ่ายหวั่นผู้สูงอายุทนรอไม่ไหว กระบวนการล่าช้าค้างเติ่งอยู่ส่วนกลาง ยุคโควิดยิ่งลำบากเข้าไม่ถึงมาตรการช่วยเหลือเยียวยา
29 พ.ย.2564 - นางเตือนใจ ดีเทศน์ หรือ “ครูแดง” กรรมการและผู้ก่อตั้งมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) อดีตวุฒิสมาชิก จ.เชียงราย เปิดเผยว่าได้ติดตามการแก้ปัญหาสถานะบุคคลของผู้เฒ่าไร้สัญชาติ กรณีแปลงสัญชาติชาวเขาและชนกลุ่มน้อย กรณีศึกษาบ้านป่าคาสุขใจ อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย จำนวน 15 ราย เป็นชาติพันธุ์อาข่า ซึ่งได้ผ่านการสอบสัมภาษณ์จากคณะทำงานระดับจังหวัดตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 ถึงกรมการปกครอง และมีการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองสัญชาติ กระทรวงมหาดไทย ตามมาตรา 25 ของพระราชบัญญัติสัญชาติ เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2564 ขณะนี้เป็นเวลา 3 เดือนแล้วแต่ยังไม่ทราบความคืบหน้า ว่ามีการเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาอนุมัติการแปลงสัญชาติตามมาตรา 12 ของพรบ.สัญชาติแล้วหรือไม่ ซึ่งข้อกังวลคือผู้เฒ่ากลุ่มนี้มีอายุเกิน 70 ปี มีภูมิลำเนาบนแผ่นดินไทยไม่ต่ำกว่า 40 ปี มีความกลมกลืนกับสังคมไทย ลูกหลานล้วนเป็นประชาชนไทย ผู้เฒ่าเหล่านี้ป็นกลุ่มเปราะบาง หลายสิบปีที่ผ่านมาได้ร่วมกันสร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศไทย ด้วยการร่วมฟื้นฟูป่าต้นน้ำแม่จัน-แม่สลอง เป็นพื้นที่ป่ากว่า 3,500 ไร่ ในขณะที่เวลานี้แก่ตัวลงกลับยังไม่สามารถเข้าถึงสิทธิความเป็นพลเมืองไทยที่สมบูรณ์ เนื่องจากการแปลงสัญชาติยังไม่สำเร็จ
นางเตือนใจกล่าวว่าจากข้อมูลของสำนักทะเบียนกลาง พบว่ามีผู้สูงอายุที่เป็นชาวเขาและชนกลุ่มน้อย อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป อีกกว่า 110,000 คน ทั่วประเทศไทย ที่มีสิทธิเข้าสู่กระบวนการแปลงสัญชาติ ซึ่งหากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เห็นชอบปรับแนวทางประกอบการใช้ดุลยพินิจ เรื่องหลักฐานการมีภูมิลำเนาอยู่ในประเทศไทย โดยใช้หลักฐานการสำรวจทะเบียนราษฎรอย่างใดอย่างหนึ่งที่ทางการออกได้ เช่น ทร.13 และแก้ไขขั้นตอนในกระบวนการแปลงสัญชาติที่ล่าช้า หลายกรณียื่นเรื่องไปมากกว่า 10 ปี ยังไม่รู้ผล จะสามารถทำให้กลุ่มคนเปราะบางเหล่านี้เข้าถึงสิทธิในการมีสัญชาติ ตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ และไม่ถูกทอดทิ้งไว้ข้างหลัง
“ในกลุ่มกรณีศึกษานี้ ระหว่างการดำเนินการขอแปลงสัญชาติ มีผู้เฒ่าเสียชีวิตไปแล้ว 2 ราย หลายรายมีอาการเจ็บป่วย แก่ชราลงเรื่อยๆ ความล่าช้าในแต่ละวันหมายถึงโอกาสที่จะสูญเสียไป” นางเตือนใจ กล่าว
อดีตสมาชิกวุฒิสภากล่าวว่า อีกกลุ่มกรณีศึกษา คือผู้เฒ่าไร้สัญชาติ ชาวกะเหรี่ยง บ้านกะเบอะดิน อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ อายุ 70-80 ปี เช่นกัน เป็นกลุ่มชาวเขาดั้งเดิม อยู่ในหมู่บ้านห่างไกล การคมนาคมยากลำบาก ซึ่งที่ผ่านมาไม่มีหลักฐานว่าได้รับการสำรวจจากทางราชการ แม้ว่าจะเป็นชาวเขาดั้งเดิม เกิดและมีภูมิลำเนาอยู่ใน อ.อมก๋อย มาโดยตลอด เมื่อสอบถามไปยังศูนย์พัฒนาราษฎรบนพื้นที่สูง (เดิม คือ ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา) จ.เชียงใหม่ ทราบมาว่าเอกสารทะเบียนสำรวจบัญชีบุคคลในบ้าน ของกรมประชาสงเคราะห์ ช่วงปี 2528-2530 สูญหายไปทั้งหมดเนื่องจากไฟไหม้และการย้ายสำนักงาน จึงทำให้ผู้เฒ่ากลุ่มนี้ ไม่ได้เข้าสู่กระบวนการลงรายการสัญชาติไทยในทะเบียนราษฎร ตามระเบียบสำนักทะเบียนกลาง พศ.2543
“ได้วางแผนว่าจะประสานงานกับผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดยจะขอให้มีการตรวจ DNA กับพี่ ซึ่งมีบัตรประชาชนไทยแล้ว น่าจะเป็นแนวทางที่ดีและใช้เวลาสั้นที่สุด เพราะเวลาของผู้เฒ่าเหล่านี้เหลือไม่มากแล้ว” นางเตือนใจกล่าว
ขณะที่ รศ.พันธุ์ทิพย์ กาญจนจิตรา สายสุนทร นักวิชาการคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ตนพร้อมด้วยนางเตือนใจและ ดร.ศิวนุช สร้อยทอง แห่งคลินิกกฎหมาย ได้เดินทางเข้าไปขอคำปรึกษาจากนายมีชัย ฤชุพันธุ์ อดีตประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ โดย 1 ในหัวข้อที่ได้ปรึกษาคือปัญหาเรื่องคนเฒ่าไร้สัญชาติที่กระบวนการในการแปลงสัญชาติให้คนกลุ่มนี้มีความล่าช้ามาก และนายมีชัยได้ให้คำแนะนำในหลายประเด็น เช่นให้ติดตามดูว่ามีขั้นตอนใดบ้างที่ใช้เวลามากเกินสมควร
“ท่านเข้าใจปัญหาของผู้เฒ่ากลุ่มนี้มาก เพราะเป็นกลุ่มคนที่เปราะบาง ท่านถามถึงความล่าช้าเกิดจากอะไร และบอกให้เราทำจดหมายถึงอธิบดีกรมการปกครองหรือส่วนราชการ หากมีข้อติดขัดเป็นปัญหาที่กฎหมายก็ให้หารือคณะกรรมการกฤษฎีกา” รศ.พันธุ์ทิพย์ กล่าว
นายอาเจอะ หม่อโปกู่ ผู้ใหญ่บ้านป่าคาสุขใจ กล่าวว่า ปัจจุบันผู้เฒ่าไร้สัญชาติกลุ่มนี้ยังคงรอฟังความคืบหน้าจากกรมการปกครองและกระทรวงมหาดไทย เพราะทุกวันนี้ต่างไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ จากภาครัฐเพราะไม่มีบัตรประชาชนโดยเฉพาะในช่วงการแพร่ระบาดของโควิดที่ทำให้สภาพความเป็นอยู่ยิ่งยากลำบากมากขึ้นเพราะข้าวของราคาแพงและลูกหลานก็ตกงานทำให้มีรายได้มาจุนเจือคนเฒ่า ถ้าเป็นไปได้อยากวิงวอนให้กระทรวงมหาดไทยเร่งช่วยพิจารณาให้บัตรประชาชนกับคนเฒ่าไร้สัญชาติกลุ่มนี้เพื่อให้สามารถเข้าถึงมาตรการความช่วยเหลือจากภาครัฐ


ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พชภ. หวั่นสถานการณ์น้ำกกปนเปื้อนสารโลหะหนัก รุนแรงขยายวงกว้างเกินรับมือ
มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) ได้นำคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และคณะกรรมการกำกับทิศด้านสิ่งแวดล้อมกับสุขภาพ ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จำนวน 18 คน ลงพื้นที่หมู่บ้านแควัวดำ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นชุมชนริมแม่น้ำกกที่กำลังเผชิญสถาน
วันเด็กบนดอยแม่สลอง หนูน้อยชาติพันธุ์ร่วมกิจกรรมคึกคัก ท่ามกลางอากาศหนาวเย็น
ที่ศูนย์การเรียนรู้บนดอยแม่สลอง ต.แม่สลองนอก อ.แม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย มูลนิธิพัฒนาชุนชนและเขตภูเขา (พชภ.) ได้จัดกิจกรรมงานวันเด็ก ซึ่งเด็ก ๆ ชาติพันธุ์
'ครูแดง' ชี้มติ ครม. ลดขั้นตอนให้สัญชาติ 4.8 แสนคน ปฏิรูประบบสถานะบุคคลครั้งสำคัญ
"ครูแดง" ชี้มติ ครม.ลดขั้นตอนให้สัญชาติ 4.8 แสนคน ถือว่าปฎิรูประบบพัฒนาสถานะบุคคล จี้ "สมช.-มท." ออกกฎหมายเร่งช่วยคนเฒ่าไร้สัญชาตินับแสนคนที่กำลังเปราะบาง
'ชาวไทลื้อเชียงราย' วอน มท.1 เร่งช่วยให้สัญชาติไทย ครูแดงแนะตั้งหน่วยเฉพาะกิจดูแล
มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) ได้นำสื่อมวลชนจากส่วนกลางกว่า 10 คนลงพื้นที่ชุมชนชาวไทลื้อบ้านร่มโพธิ์ทอง จังหวัดเชียงราย เพื่อขับเคลื่อนประเด็นผู้เฒ่าไร้สัญชาติภายหลังจากที่ผู้เฒ่ากลุ่มใหญ่ได้ร้องเรียน
ผู้เฒ่าไร้สัญชาติสุดเศร้า ตายก่อนได้บัตรประชาชนนับสิบราย เหตุกระบวนการยังล่าช้า
นางเตือนใจ ดีเทศน์ กรรมการผู้ก่อตั้งมูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ เลขาธิการ พชภ.และคณะเจ้าหน้าที่ด้านสิทธิ พชภ. ได้จัดเวทีกระบวนการเพื่อสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมส่งเสริมสุขภาพของผู้เฒ่าไร้สัญชา
ไทย-ลาว ร่วมปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา
มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา(พชภ.) พร้อมเครือข่ายเด็กกายดี ร่วมกิจกรรมการปลูกป่าเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 72 พรรษา ในวันที่ 28 กรกฎาคม พ.ศ. 2567

