พชภ. หวั่นสถานการณ์น้ำกกปนเปื้อนสารโลหะหนัก รุนแรงขยายวงกว้างเกินรับมือ

ห่วงสถานการณ์น้ำกกปนเปื้อนสารโลหะหนัก-สสส.ยกคณะใหญ่ลงพื้นที่-ผู้ใหญ่บ้านเผยปลาในแหล่งอนุรักษ์ป่วยเป็นโรค-เลขามูลนิธิพชภ.หวั่นความรุนแรงขยายวงกว้างเกินรับมือ

8 มีนาคม 2569 - มูลนิธิพัฒนาชุมชนและเขตภูเขา (พชภ.) ได้นำคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ และคณะกรรมการกำกับทิศด้านสิ่งแวดล้อมกับสุขภาพ ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) จำนวน 18 คน ลงพื้นที่หมู่บ้านแควัวดำ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นชุมชนริมแม่น้ำกกที่กำลังเผชิญสถานการณ์ผลกระทบจากการปนเปื้อนสารโลหะหนักเกินค่ามาตรฐาน โดยมีสาเหตุจากเหมืองแร่แรร์เอิร์ธและเหมืองทองคำบริเวณต้นน้ำในฝั่งรัฐฉาน ประเทศเมียนมา

ทั้งนี้คณะของ สสส.ได้รับฟังข้อมูลสถานการณ์มลพิษข้ามพรมแดน ความกังวล และการปรับตัวของชุมชน รวมถึงผลกระทบด้านสุขภาพที่ได้เกิดขึ้นในพื้นที่นับตั้งแต่ที่สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 (เชียงใหม่) กรมควบคุมมลพิษ ได้ตรวจพบสารโลหะหนักปนเปื้อนแม่น้ำกกเกินค่ามาตรฐานมาแล้วเกือบ 1 ปี

นายสมพงค์ พนาสง่าวงศ์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านแควัวดำ ชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยง กล่าวว่าชุมชนแคววัวดำได้อนุรักษ์ป่าต้นน้ำลำธารกว่า 3,000 ไร่ แต่ปัญหาการปนเปื้อนในแม่น้ำที่เกิดขึ้นปัจจุบันชุมชนไม่สามารถใช้น้ำจากแม่น้ำกกได้อีกเหมือนในอดีต จึงต้องหันไปใช้ระบบประปาภูเขาเป็นแหล่งน้ำหลักแทน แต่ก็ยังไม่เพียงพอโดยเฉพาะในฤดูแล้ง ที่ชุมชนกำลังจะต้องเผชิญปัญหาขาดแคลนน้ำ

“เมื่อก่อนเรามีการทำเกษตรริมกก ปลูกผักริมน้ำ มีนาริมน้ำ แต่ 1 ปีที่ผ่านมานี้ การทำเกษตรเหล่านั้นได้หายไปหมดแล้ว”นายสมพงค์ กล่าว และว่าที่ผ่านมาชุมชนยังมีพื้นที่อนุรักษ์พันธุ์ปลาในแม่น้ำกก แต่พบว่าปัจจุบันปลาหลายชนิดเริ่มป่วยเป็นโรค บางส่วนไม่สามารถนำมาบริโภคได้ เนื่องจากสารพิษที่ปนเปื้อนในแม่น้ำ

ผู้ใหญ่บ้านแคววัวดำกล่าวด้วยว่า ชาวบ้านที่อาศัยตลอดลำน้ำกกยังมีอีกจำนวนมากยังไม่ทราบถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นว่ามีการปนเปื้อนสารพิษจากเหมืองแร่ บางคนยังคงใช้ชีวิตตามปกติ เด็กๆ บางส่วนยังคงลงเล่นน้ำเหมือนเคย และเจ้าหน้าที่อนามัยแจ้งว่ามีชาวบ้านหลายรายมีอาการผื่นคันตามตัวอยู่เรื่อยๆ

ด้าน น.ส.เพียรพร ดีเทศน์ เลขาธิการ พชภ. กล่าวว่า ปัจจุบันเมืองแร่บริเวณต้นน้ำมีการขยายตัวอย่างรวดเร็ว โดยเป็นเหมืองต้นทุนต่ำและไม่ได้อยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมใดๆ ที่ต้นน้ำกก สาย รวก และแม่น้ำโขง มีทั้งเหมืองทอง แรร์เอิร์ธ ซึ่งใช้สารเคมีเข้มข้นและสร้างมลพิษสู่ลำน้ำที่ประชาชนนับล้านคนพึ่งพา

“ถ้าดูตัวอย่างในรัฐคะฉิ่น ติดชายแดนจีน จะเห็นว่าภายในเวลาเพียง 10 ปี มีเหมืองขนาดเล็กๆ เกิดขึ้นมาแล้วกว่า 400 เหมือง มีบ่อแร่เพิ่มขึ้นกว่า 6,000 หลุม ซึ่งเป็นการขยายตัวที่เร็วมาก และสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอย่างรุนแรง” น.ส.เพียรพรกล่าว

น.ส.เพียรพรยังระบุอีกว่า การตรวจสอบคุณภาพน้ำของหน่วยงานรัฐในปัจจุบันมุ่งเน้นไปที่โลหะหนักและสารหนูเป็นหลัก แต่ยังมีความเป็นไปได้ว่า การทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ทจะมีสารปนเปื้อนอื่นๆ โดยเฉพาะกัมมันตรังสี ที่อาจเข้าสู่สิ่งแวดล้อม ห่วงโซ่อาหาร และร่างกายของชาวบ้าน ซึ่งในอนาคตอาจกลายเป็นปัญหาที่เกินความสามารถที่จะรับมือได้

นางมัทนา ถนอมพันธุ์ หอมลออ กรรมการกำกับทิศทางด้านสิ่งแวดล้อม สสส. กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ทำให้เห็นถึงความน่าเป็นห่วงของสถานการณ์ ไม่เฉพาะพื้นที่นี้ แต่รวมถึงพื้นที่อื่นอื่นๆ ที่ได้รับผลกระทบเช่นกัน

“ขอบเขตอำนาจของเราในการแก้ไขปัญหาวิกฤตนี้ยังมีขีดจำกัด จำเป็นต้องอาศัยบทบาทของภาครัฐเป็นอย่างมาก เพราะปัญหานี้มีความซับซ้อนในเรื่องต้นตอของสารพิษจากเหมืองแร่ ซึ่งมีหลายฝ่ายเข้ามามีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกัน ภาครัฐควรมีนโยบายใหม่ในการจัดการปัญหามลพิษข้ามพรมแดน เพื่อไม่ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่แนวหน้าของปัญหาต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความหวาดระแวง” น.ส.มัทนา กล่าว

นอกจากนี้ น.ส.มัทนา ยังกล่าวถึงแนวคิดในการชดเชยหรือเยียวยาแก่ผู้ได้รับผลกระทบนี้ว่า ตนอยากเสนอแนวคิด PES (Payment for Ecosystem Services) ซึ่งเป็นหลักการที่ให้ค่าตอบแทนแก่ผู้ทำหน้าที่ดูแลและรักษาระบบนิเวศแก่ภาครัฐ

”พี่น้องชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงและช่วยดูแลธรรมชาติ ควรได้รับการสนับสนุนหรือค่าตอบแทนจากรัฐ เพื่อสะท้อนบทบาทของพวกเขาในฐานะด่านหน้า ของการดูแลทรัพยากรในประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่กำลังเผชิญปัญหาสารพิษจากแหล่งกำเนิดที่อยู่นอกประเทศ” กรรมการกำกับทิศด้านสิ่งแวดล้อมกับสุขภาพ กล่าว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

7 ชุมชนริมน้ำกก เตรียมรับมืออุทกภัย ร่วมซ้อมระบบเตือนภัยด้วยเสาวัดน้ำระดับน้ำ

7 ชุมชนริมน้ำกกเตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย-จัดประชุมซักซ้อมทำความเข้าใจเสาวัดระดับน้ำ-ชุมชนร่วมกันตัดสินใจในสถานการณ์วิกฤต-นักวิชาการ มูลนิธิพชภ.เป็นพี่เลี้ยงสนับสนุนข้อมูล

พบสารพิษในตะกอนดิน 'แม่น้ำสาละวิน' ยังพุ่งสูง ชี้อันตรายกว่าแม่น้ำกก

ผู้เชี่ยวชาญชี้ตะกอนดินพิษในแม่น้ำสาละวินสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หลังผลตรวจ คพ.ล่าสุดระบุสารหนูในพื้นดินใต้ท้องน้ำยังสูงลิ่ว-เผยอันตรายกว่าแม่น้ำกกอยู่ในรูปสารละลาย-คาดเหตุใช้สารเคมีในเหมืองต้นกำเนิดแตกต่างกัน

ผู้ว่าฯเชียงใหม่ ถกคืบหน้าแก้สารปนเปื้อนแม่น้ำกก สารหนูยังเกินค่ามาตรฐาน

นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในแม่น้ำกก อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 1/2569 เพื่อติดตามสถานการณ์คุณภาพน้ำและความคืบหน้าการดำเนินงาน

ต่างชาติร่วมขบวนธรรมยาตรา เตรียมทำสารคดีตีแผ่ผลกระทบเหมืองแร่เถื่อน ปล่อยสารพิษลงแม่น้ำ

วันที่ 4 ของขบวนธรรมยาตราเพื่อปกป้องแม่น้ำข้ามพรมแดนซึ่งเดินจากสะพานข้ามแม่น้ำกก ต.ท่าตอน จ.เชียงใหม่ไปยัง อ.เมือง จ.เชียงราย โดยเมื่อเวลา 8.00 บรรยากาศ ณ โรงเรียนผาขวางวิทยา จังหวัดเชียงรายซึ่งเป็นจุดแวะพักค้างแรม ก่อนเริ่มการเดินเท้า มุ่งสู่หมู่บ้านแคววัว ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย

วันที่สอง 'เดินธรรมยาตรา' คึกคัก สะท้อนปัญหาแม่น้ำปนเปื้อน ยื่นทูตจีนรับฟังข้อเท็จจริงพร้อมนายกฯ

บทเรียนจากเหมืองทองวังสะพุงสู่แม่น้ำกก-สาย-รวก-โขง-สาละวิน-ธรรมยาตราวันที่สองคึกคักกว่าเดิม-ชาวบ้านริมน้ำร่วมสะท้อนความเดือดร้อนแม่น้ำปนเปื้อน-ส่งหนังสือถึงทูตจีนชวนมารับฟังข้อเท็จจริงพร้อมนายกฯ