
21 ส.ค. 2566 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า เมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 20 สิงหาคมที่ผ่านมา ร.ต.ท.พงศ์เมธา ชาโรจน์ รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางบ่อ รับแจ้งว่ามีเหตุเพลิงไหม้รถแท็กซี่ มีผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายใน ที่บริเวณสถานที่ก่อสร้างสะพานข้ามคลองปีกนก ถนนรัตนโกสินทร์ 200 ปี หมู่ 6 ตำบลบางบ่อ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสานรถดับเพลิง อบต.บางบ่อ จำนวน 2 คัน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เดินทางไปตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุกำลังมีการก่อสร้างสะพานข้ามคลอง บริเวณเสาตอม่อ พบเพลิงกำลังลุกไหม้รถแท็กซี่ มีคนติดอยู่ภายในรถ เจ้าหน้าที่ช่วยกันระดมฉีดน้ำอยู่ประมาณ 15 นาที เพลิงจึงสงบ พบว่าคนขับถูกไฟคลอกเสียชีวิตคาพวงมาลัย เจ้าหน้าที่มูลนิธิจึงใช้วินซ์ของรถกู้ภัยทำการดึงซากรถแท็กซี่คันดังกล่าวขึ้น ก่อนนำร่างผู้เสียชีวิตออกมาจากซากรถ พร้อมประสานแพทย์เวรโรงพยาบาลบางบ่อ เข้าร่วมตรวจสอบและชันสูตรพลิกศพ

จากการตรวจสอบ ผู้เสียชีวิตถูกไฟคลอก จนไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นใคร เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าเป็นเพศชาย ไม่พบเอกสารใดๆ เนื่องจากถูกไฟไหม้เสียหายทั้งหมด มีเพียงนาฬิกาสายเหล็กที่ใส่อยู่ที่ข้อมือขวาเพียงเท่านั้น ที่เกิดเหตุพบรอยล้อรถของรถแท็กซี่คันดังกล่าวขับเข้ามาจากฝั่งถนนเทพรัตน ก่อนจะหลุดแนวขอบถนนพุ่งตกลงไปชนเหล็กข้ออ้อยหลายเส้นที่ผู้รับเหมาเตรียมไว้หล่อเสาตอม่อสะพาน ก่อนจะไปกระแทกกับเสาปูนจนทำให้เกิดไฟลุกไหม้ขึ้นอย่างรวดเร็ว และจากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบค่อนข้างมืด และไม่มีป้ายสัญญาณเตือนการก่อสร้าง
จากการสอบถาม นายเกรียงศักดิ์ ศรีรุ่งเรือง อาสาสมัครตำรวจชุมชน ซึ่งออกตรวจพื้นที่กับสายตรวจ เดินทางมาถึงในขณะที่เพลิงกำลังลุกไหม้ เล่าให้ฟังว่า พอเดินทางมาถึงก็พบว่าเพลิงกำลังลุกไหม้รุนแรงอยู่ที่ตัวรถแต่ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือได้ ซึ่งถึงขณะนี้ก็ยังไม่ทราบว่าผู้ตายเป็นใคร ไม่ทราบทะเบียนรถไม่ทราบสีรถ มีระบุข้างรถแค่เพียงสหกรณ์เจริญเมืองแท็กซี่ ที่ยังพอเหลือให้อ่านเท่านั้น ส่วนสาเหตุคาดว่าผู้ขับขี่ไม่ใช่คนในพื้นที่จึงไม่ชินเส้นทาง อีกทั้งการก่อสร้างทางและสะพานแห่งนี้ไม่มีป้ายเตือนหรือไฟเตือนไม่มีแสงสว่างแต่อย่างใด จึงอาจให้คนขับมองไม่เห็นทางพุ่งตกลงไปชนตอม่อจนเกิดเหตุสลดในครั้งนี้
นายชาญชัย ปองสันเที้ย ชาวบ้านที่พักอาศัยไม่ไกลจากที่เกิดเหตุ เล่าว่า ได้ยินเสียงดังเหมือนกันแต่ตอนแรกคิดว่าเป็นเรื่องเครื่องปั่นไฟหรือเสียงคนงานกำลังก่อสร้างสะพานแห่งนี้ กระทั่งได้ยินเสียงคล้ายมีอะไรระเบิด จึงออกมาดูพบว่าไฟกำลังโหมลุกไหม้อย่างรุนแรงและเห็นคนขับกำลังถูกไฟคลอกในรถแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จนมีรถผ่านมาทางช่วยโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ ซึ่งคาดว่ากว่าจะมีคนมาเห็นก็คาดว่านานพอสมควร ส่วนเส้นทางนี้มีการก่อสร้างและมืดมากไม่มีป้ายหรือไฟเตือนแต่อย่างใด จนชาวบ้านในพื้นพอตกค่ำคืนก็ไม่มีใครอยากออกจากบ้านไปไหนมาไหนเพราะอันตรายจากความมืดของการก่อสร้าง
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพ ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน ก่อนจะเคลื่อนย้ายซากรถแท็กซี่คันดังกล่าวไปเก็บรักษาไว้ในที่เก็บของกลาง พร้อมประสานกองพิสูจน์หลักฐานเข้าตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อติดตามหาผู้ครอบครองรถแท็กซี่คันนี้ เพื่อตรวจสอบว่าผู้ตายเป็นใครและติดตามหาญาติของผู้เสียชีวิตต่อไป.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
คนบุรีรัมย์เสียงแตก! นโยบายปิดไฟถนน
ชาวบุรีรัมย์เสียงแตกนโยบายปิดไฟถนน ดีเดย์ 1 พ.ค.69 ชาวบ้านบางส่วนหวั่นเสี่ยงอุบัติเหตุ และช่องว่างก่ออาชญากรรม แต่บางกลุ่มเห็นด้วย เผยไม่กระทบการดำรงชีวิต อุบัติเหตุเกิดจากความประมาทมากกว่า
ตำรวจภูเก็ต วางมาตรการลดความหนาแน่นจราจรช่วงเปิดเทอม ปรับจุดกลับรถลดอุบัติเหตุ
ตำรวจภูเก็ตเผยปัญหาภาพรวม ขณะนี้เป็นช่วงปิดเทอม การจราจรไม่หนาแน่น แต่ต้นเดือนพฤษภาคม 2569 เป็นช่วงเปิดเทอม และถ้ามีฝนตกร่วมด้วยจะเจอสิ่งที่คุ้นเคยกัน คือ ประสบปัญหาการจราจร
6 แรงงานเมียนมา รุมกระทืบคนไทย แค่ต่อว่าเคาะห้องผิด
เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือ รับแจ้งว่ามีเหตุทำร้ายร่างกายกัน หอพักแห่งหนึ่งภายในซอยเทพารักษ์ 90 ตำบลเทพารักษ์
สงกรานต์พระประแดงเดือด! โจ๋เมายิงสามีดับ เมียเจ็บ
พ.ต.อ.อภิชาติ ทองแพ ผกก.สภ.พระประแดง รับรายงานมีเหตุทำร้ายร่างกายด้วยอาวุธปืน มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย
วิโรจน์ โวย 'ทางหลวงชนบท' ลดไฟบนถนนเสี่ยงอุบัติเหตุ ข้องใจหรือติดโคมไฟถี่กว่ามาตรฐานสากล
วิโรจน์ จี้กรมทางหลวงชนบทแจง มีถนนเส้นไหนต้องลดไฟถนน ข้องใจที่ผ่านมาหรือมีความถี่มากเกินไปเกินมาตรฐานสากล

