
9 ต.ค. 2566 – ความคืบหน้ากรณีกลุ่มฮามาสในปาเลสไตน์บุกจู่โจมประเทศอิสราเอล ทำให้แรงงานไทยส่วนใหญ่ไปทำงานสวนเกษตรในฉนวนกาซา อยู่ตอนใต้ของประเทศ ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตจากข้อมูลของสำนักงานจัดหางานนครพนม พบว่า มีแรงงานไทยชาวนครพนม ไปทำงานฟาร์มเกษตร สูญหายขาดการติดต่อจากญาติ จำนวน 3 ราย และในรายงานมีการยืนยันผู้เสียชีวิต 1 ราย คือ นายสมควร พันธ์สะอาด อายุ 39 ปี ชาว อ.เมืองกาฬสินธุ์ แต่มาเป็นเขยนครพนม ภรรยาชื่อ นางสาวรุ่งทิวา เรืองฤทธิ์ อายุ 31 ปี เป็นชาวบ้านดงยอ ต.นาถ่อน อ.ธาตุพนม จ.นครพนม ทั้งนี้ทางญาติ ครอบครัวผู้เสียชีวิต อยู่ระหว่างติดต่อทางกรมการจัดหางาน เพื่อประสานขอความช่วยเหลือ เพื่อนำศพกลับมาบำเพ็ญกุศล
นางสาวรุ่งทิวา เรืองฤทธิ์ อายุ 31 ปี ออกมาเปิดเผยยืนยันว่า นายสมควร พันธ์สะอาด อายุ 39 ปี สามีเสียชีวิตเมื่อช่วงเย็นวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา หลังจากขาดการติดต่อทางแชตเฟซบุ๊ก ปกติจะพูดคุยไถ่ถามความเป็นอยู่ทุกวัน โดยสามีเพิ่งไปทำงานยังไม่ถึงปี จะครบปีเดือนตุลาคมนี้ เป็นงานฟาร์มเกษตร
ก่อนเกิดเหตุตนได้วิดีโอคอลคุยกับสามีในตอนเช้า โดยไม่ได้วางสาย และสามียังได้เล่าให้ฟังว่า มีการสู้รบกันเกิดขึ้น แต่ตอนนั้นสามีก็ยังไม่มีท่าทีร้อนรนแต่อย่างใด ยังคงใช้ชีวิตปกติ และก่อนจะวางสายสามีบ่นว่าเหนื่อยอยากนอนพักผ่อน ตนเองจึงให้สามีไปนอนพักผ่อน แต่หลังจากที่วางสายจากสามีได้ไม่นาน เห็นข่าวด่วนในทีวีว่ามีการโจมตีในอิสราเอล จึงรีบส่งแชตไปบอกสามีให้ดูแลตนเอง และอย่าออกไปไหน สักพักมีเพื่อนของสามีทักแช็ตเฟซบุ๊กมาหา แจ้งข่าวร้ายว่าสามีถูกกลุ่มติดอาวุธหนักบุกเข้ามายิง ขณะที่สามีกำลังหลบหนีออกทางหน้าต่าง แต่หนีไม่ทันจึงถูกกลุ่มติดอาวุธจับตัวไป ก่อนจะรัวยิงจนเสียชีวิต ส่วนเพื่อนคนอื่นต่างวิ่งหนีตายกันจ้าละหวั่น
น.ส.รุ่งทิวา น้ำคลอเบ้าเล่าว่า ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุร้าย สามีมักบ่นว่าลำบากและเหนื่อย แต่เวลาวิดีโอคอลคุยกัน สามีจะไม่ค่อยให้เห็นสภาพความเป็นอยู่มากนัก ส่วนใหญ่จะเป็นการบ่นให้ฟังมากกว่าว่าเหนื่อย นอกจากนี้สามีได้สัญญากับตนเองว่าจะไปทำงานที่ประเทศอิสราเอล 5 ปี และจะพยายามเก็บเงินกลับมาอยู่กับครอบครัวที่จังหวัดนครพนม โดยนำไปเป็นเงินทุนสร้างอาชีพค้าขาย แต่สุดท้ายก็มาถูกยิงตายอย่างอนาถ นอกจากนี้นางสาวรุ่งทิวา ยังบอกอีกว่าตนเองไม่รู้ว่าจะติดต่อขอรับศพสามีได้อย่างไร คงต้องรอทางการไทยเป็นผู้ประสานมา และจะนำศพของสามีกลับมาจัดพิธีตามประเพณีที่บ้านเกิดจังหวัดกาฬสินธุ์หรือที่จังหวัดนครนพม ต้องรอปรึกษาญาติอีกครั้งก่อน.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สลด! กลางงานบุญ ต้นไม้ใหญ่โค่นทับเต็นท์พิธี ดับ 2 เจ็บระนาว
พ.ต.ท.นพรัตน์ มาเมือง รอง ผกก. (สอบสวน) สภ.หลังสวน จ.ชุมพร ได้รับแจ้งเหตุต้นไม้ล้มทับประชาชน มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายราเหตุเกิดบริเวณสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ หรือถ้ำเขาเงิน
'บิ๊กเล็ก' อำลาตำแหน่ง เปิดใจหมดเปลือกช่วงรบเขมร
'บิ๊กเล็ก' อำลาตำแหน่ง 'รมว.กลาโหม' เปิดใจหมดเปลือกช่วงสู้รบ ยอมโดนด่า เพราะบางเรื่องพูดไม่ได้ เผยวิธีคิด ไม่ได้อยากรบ แต่เมื่อรบต้องชนะ รับเสียใจกำลังพลสูญเสีย 42 นาย เชื่อมือ 'บิ๊กดุลย์' ทำงานได้
เจาะลึกความมั่นคงพลังงานไทยในวันที่โลกปั่นป่วนและต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น
ในวันที่สถานการณ์โลกตึงเครียดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และเหตุการณ์ช่องแคบฮอร์มุซได้รับผลกระทบจนการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซติดขัด ส่งผล
ทบ. แจงเยียวยาทหารเสียชีวิตสู้รบไทย-กัมพูชา เงินรัฐบาล 10 ล้าน อยู่สำนักงบฯ รออนุมัติ
ทบ. แจงเงินเยียวยาทหารเสียชีวิตจากการเหตุสู้รบไทย-กัมพูชา ในส่วนรัฐบาล 10 ล้านบาท เรื่องอยู่ที่สำนักงบประมาณ ขณะที่เงินพระราชทาน สินไหมทดแทนภัยสงคราม และบำนาญพิเศษ มอบให้ครอบครัวผู้สูญเสียแล้ว
สำนักข่าวกรองแห่งชาติ อัปเดต 5 สถานการณ์สำคัญประจำวัน ในภูมิภาคตะวันออกกลาง
เพจสำนักข่าวกรองแห่งชาติ : National Intelligence Agency โพสต์อัปเดตสถานการณ์ในภูมิภาคตะวันออกกลางประจำวัน
จับสึกยกวัด! 5 พระ-เณรมั่วสุมเสพยาบ้า ซ่อนอุปกรณ์ในบาตรเพียบ
จากกรณีมีชาวบ้านนาดีหมู่ 13 และ หมู่ 14 ต.หนองซน อ.นาทม จ.นครพนม ยื่นหนังสือร้องทุกข์ถึงศูนย์ดำรงธรรม อ.นาทม ว่า ขอให้ตรวจสอบพฤติกรรมพระเณรลูกวัดป่าศิลาราม ซึ่งอาจจะพัวพันกับยาเสพติด โดยไม่ยอมออกบิณฑบาตอันเป็นกิจวัตรของพระภิกษุสงฆ์และสามเณร เพื่อเผยแผ่ศาสนาและโปรดสัตว์ตามวินัยพุทธกาล

