ในวันที่สถานการณ์โลกตึงเครียดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และเหตุการณ์ช่องแคบฮอร์มุซทำให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก และเรือน้ำมันจำนวนหนึ่งไม่สามารถออกจากพื้นที่ได้ ส่งผลให้ราคาพลังงานของโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และหลายคนตั้งคำถามถึงความมั่นคงทางพลังงานของไทย…
ยืนยันชัดเจน "ประเทศไทยยังมีน้ำมันสำรองเพียงพอต่อการใช้งาน" แต่ต้องซื้อสู้ราคา
สำรองน้ำมันพุ่งสูง จากระดับประมาณ 65 วัน เพิ่มขึ้นเป็นกว่า 90 วัน จากการเร่งจัดหาน้ำมันเพิ่มเติมแม้ในราคาที่สูงขึ้น(Crude Premium) จากแหล่งต่าง ๆ จนมีสำรองพุ่งไปถึง 90 กว่าวัน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าประเทศจะมีพลังงานใช้ต่อเนื่อง แต่ในภาวะสงคราม เราต้องยอมจ่ายค่าพรีเมียม (Crude Premium) ที่ปรับเพิ่มขึ้นราว 3 เหรียญต่อบาร์เรล รวมถึงค่าขนส่ง (Freight) และค่าประกันภัยเรือ (Insurance) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเพื่อรักษาระดับสำรองให้เพียงพอต่อการใช้งาน
ความต้องการใช้น้ำมันในบางช่วงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว (จากประมาณ 65 เป็น 130 ล้านลิตรต่อวัน) ส่งผลให้การขนส่งอาจไม่ทันในบางพื้นที่ ซึ่งเป็นข้อจำกัดด้านโลจิสติกส์ ไม่ใช่การขาดแคลนในภาพรวม
ศักยภาพโรงกลั่นไทย ผลิตได้มากกว่าที่ใช้
ขีดความสามารถการกลั่นไทยมีโรงกลั่นใหญ่ 6 โรง กลั่นน้ำมันได้รวม 1.1 ล้านบาร์เรลต่อวันปัจจุบันเรานำน้ำมันดิบเข้ากลั่นจริงประมาณ 9.8 แสนบาร์เรลต่อวัน (คิดเป็นผลิตภัณฑ์น้ำมันสำเร็จรูปประมาณ 190 ล้านลิตรต่อวัน) ขณะที่คนไทยใช้จริงเพียง 7.5 แสนบาร์เรลต่อวัน (ประมาณ 155 ล้านลิตร) ซึ่งจากการกลั่นในปัจจุบันก็เกินพอต่อความต้องการ
ส่วนที่เหลือจากการใช้ในประเทศ จะถูกส่งออก (เช่น น้ำมันเตา หรือดีเซลบางช่วง) เพื่อให้เกิดการผลิตที่คุ้มค่า (Economy of Scale) แต่ในยามวิกฤตนี้ ภาครัฐมีมาตรการจำกัดการส่งออกดีเซลในบางช่วง เพื่อให้ความสำคัญกับการใช้ภายในประเทศ
ขณะที่ปัจจุบันยังมีความเข้าใจผิดเรื่อง "ค่าการกลั่น" อยู่ ควรทำความเข้าใจว่า “ค่าการกลั่น (GRM) ไม่ใช่กำไรสุทธิของโรงกลั่น ตัวเลขที่เห็นว่าสูงขึ้นนั้น ยังไม่สะท้อนต้นทุนที่แท้จริงทั้งหมดของโรงกลั่น ที่ต้องจ่ายเพิ่มในช่วงวิกฤต รวมถึงต้องแบกรับความเสี่ยงหากราคาน้ำมันโลกดิ่งลงกะทันหัน ซึ่งอาจทำให้โรงกลั่นขาดทุนสต็อกได้ในพริบตา
"กองทุนน้ำมันฯ และภาครัฐ" ด่านหน้าผู้แบกรับภาระ
ในขณะที่ราคาตลาดโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างรุนแรง แต่คนไทยยังไม่ต้องจ่ายราคาจริงเต็มจำนวน เพราะมีกลไกคอยดูแลอยู่ ผ่าน กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ที่ทำหน้าที่เป็น "เบาะรองรับแรงกระแทก" โดยยอมควักเงินมาช่วยชดเชยราคาน้ำมัน (โดยเฉพาะดีเซลที่เคยมีการชดเชยในระดับใกล้ 20 บาทต่อลิตร ส่งผลให้กองทุนน้ำมันติดลบในระดับหลักหมื่นล้านบาท) จนสถานะกองทุนติดลบหลักหมื่นล้านบาท เพื่อให้ราคาขายปลีกในประเทศไม่พุ่งสูงจนประชาชนเดือดร้อนเกินไป
นอกจากนี้ยังมี กระทรวงการคลังและภาษีสรรพสามิต โดยรัฐบาลมีกลไกในการพิจารณาลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเพื่อช่วยดึงราคาลงอีกแรง แม้จะเป็นรายได้หลักของแผ่นดิน แต่ก็มีการขยับตัวเพื่อประคองค่าครองชีพ รวมทั้งเมื่อกองทุนฯ เริ่มตึงมือ กระทรวงการคลังก็จะเข้ามาช่วยค้ำประกันเพื่อให้กองทุนฯ สามารถบริหารจัดการสภาพคล่องและดูแลประชาชนต่อไปได้
ทางออกและการปรับตัวของคนไทย
กลไกตลาดเสรีเป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้สามารถจัดหาพลังงานได้อย่างต่อเนื่อง การที่ไทยใช้ราคาอ้างอิงตลาดโลก ช่วยให้เราเข้าถึงทรัพยากรได้ตลอดเวลา หากรัฐเข้าไปควบคุมราคาจนฝืนกลไกตลาด จะเสี่ยงต่อการขาดแคลนน้ำมันอย่างรุนแรง
และต้องยอมรับว่า การประหยัดคือทางรอด เมื่อสินค้ามีราคาแพง การลดการใช้พลังงานที่ไม่จำเป็น การใช้รถสาธารณะ หรือ Carpooling จึงไม่ใช่แค่การลดค่าใช้จ่ายส่วนตัว แต่คือการช่วยชาติลดการนำเข้าพลังงานราคาแพง
ประเทศไทยยังมีน้ำมันสำรองเพียงพอจากการบริหารจัดการของภาครัฐและเอกชน อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่ต้นทุนพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ย่อมสะท้อนมายังราคาในระดับหนึ่ง
สิ่งสำคัญคือการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยลดภาระต้นทุนของประเทศในระยะยาว.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
พลังงาน-ค่าขนส่ง-ราคาวัตถุดิบพุ่งดันดัชนีวัสดุก่อสร้าง ก.ค. โต 5.8%
ดัชนีราคาวัสดุก่อสร้างเดือนกรกฎาคม 2569 โต 5.8% สูงขึ้นจากราคาวัตถุดิบ พลังงานและค่าขนส่งที่ปรับสูงขึ้นจากผลกระทบสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง
IRPC เผยQ 2/2569 กำไร 2,921ล้านเดินหน้าเสริมแกร่งทางธุรกิจ
IRPC เผยไตรมาส 2/2569 กำไร 2,921 ล้านบาท พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์ Recapitalize Plus เสริมความแข็งแกร่งทางธุรกิจ รุกบริหารสินทรัพย์ ขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน
ระเบียบใหม่ตะวันออกกลาง อิหร่าน คือชาติมหาอำนาจ
สงครามตะวันออกกลางที่เป็นการสู้รบกันระหว่าง สหรัฐอเมริกา-อิสราเอลกับอิหร่าน ถึงขณะนี้ก็ยังไม่แน่ชัดว่า หลังจากนี้ จะกลับมาเปิดฉากสู้รบ-ปะทะกันอย่างหนักอีกหรือไม่
OR เผยครึ่งปี 69 ยังเติบโต มีรายได้ 381,793 ล้านบาท โต 9.2%
OR เผยผลการดำเนินงานครึ่งแรกของ ปี 2569 มีรายได้จากการขายและบริการ จำนวน 381,793 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 32,205 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ย้ำเติบโตในทุกกลุ่มธุรกิจ และยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจ EV และธุรกิจ Lifestyle ท่ามกลางความผันผวน
พลังงานพร้อมรับมือน้ำมัน - LNG ยันมีสำรองเพียงพอ 101 วัน
“พลังงาน”พร้อมรับมือ น้ำมัน - LNG ที่ผันผวนสูง ย้ำไทยมีสำรองเพียงพอ 101 วัน เตรียมมาตรการลดภาระค่าครองชีพต่อเนื่อง
พีทีที สเตชั่น จัดโปรแรงเติมเอง ลด 1 บาท/ลิตร กว่า 204 สถานีทั่วไทย
พีทีที สเตชั่น เดินหน้าขยายบริการเติมเอง ครอบคลุมกว่า 204 สถานีทั่วประเทศช่วยให้ผู้ใช้รถเข้าถึงบริการได้ง่ายและครอบคลุมยิ่งขึ้น ช่วยลดระยะเวลาการรอคิว โดยเฉพาะในช่วงเวลาเร่งด่วน

